ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/590437
โดย ซี.12 15 มี.ค. 2559 05:01

ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับอำนาจสอบสวนเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นอย่างมาก
มีบทวิเคราะห์วิจารณ์ของผู้ที่เคยอยู่ในตำแหน่งระดับสูงของฝ่ายปกครองเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่น่าสนใจมานำเสนอนั่นคือข้อคิดของ นายประชา เตรัตน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทยและเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาแล้วหลายจังหวัดที่ระบุว่า
การสอบสวนคดีอาญาเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมที่สำคัญ เพราะเป็นขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นเพื่อพิสูจน์ว่าใครคือผู้กระทำผิด เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดไปฟ้องให้ศาลลงโทษ จึงมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างยิ่ง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) กำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปลัดอำเภอ และข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไปมีอำนาจสอบสวนความผิดอาญา ซึ่งได้เกิดหรืออ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตนหรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้ (มาตรา 18)
เมื่อครั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นกรมตำรวจอยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้รักษาการมาตรการ 5 แห่ง พ.ร.บ.ให้ใช้ ป.วิอาญา พ.ศ.2477 และเป็นเจ้ากระทรวงควบคุมดูแลการปฏิบัติราชการของกรมตำรวจและกรมการปกครอง ได้ออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ.2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยอาศัยหลักการตามมาตรา 16 แห่ง ป.วิอาญา เพื่อจัดระเบียบการใช้อำนาจสอบสวนร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวน ฝ่ายปกครอง และพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจ โดยเหตุผลสำคัญของการออกข้อบังคับฯ คือ โดยที่เป็นการสมควรจัดระเบียบการสอบสวนคดีอาญาของเจ้าพนักงานให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม มีประสิทธิภาพรัดกุมก่อให้เกิดหลักประกันการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นมูลฐาน ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดความสงบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น และเป็นผลโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศชาติเป็นส่วนรวม
ในทางปฏิบัติผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอจะไม่เข้าไปแทรกแซงการสอบสวนคดีอาญาทั่วไปของตำรวจ เว้นแต่เป็นนโยบายข้อสั่งการของกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เช่น คดีวิสามัญฆาตกรรม หรือให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีเกี่ยวกับป่าไม้และทรัพยากรของชาติ ส่วนคดีทั่วไปถ้าประชาชนร้องขอความเป็นธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอจึงจะเข้าไปตรวจสอบและควบคุมคดี เพื่อเป็นที่พึ่งอำนวยความเป็นธรรมแก่ประชาชน ซึ่งฝ่ายปกครองกับตำรวจได้ปฏิบัติราชการร่วมกันตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ดังกล่าวมาโดยตลอด
ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แยกออกจากกระทรวงมหาดไทยไปอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ออกคำสั่งที่ 419/2556 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 และมีหนังสือ ตร.ที่ 0011.25/0014 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 แปลความว่า คำสั่งดังกล่าวยกเลิกอำนาจควบคุมการสอบสวนและการร่วมสอบสวนของฝ่ายปกครองตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยฯตามหลักกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่า
ทำให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติราชการร่วมกันในพื้นที่เป็นการลดหลักประกันความเป็นธรรมของประชาชนลง เพราะไม่สามารถร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอได้อีกต่อไป
นี่คือลำดับเหตุการณ์ของเส้นทางแห่งอำนาจสอบสวน แล้ววันพรุ่งนี้จะเป็นประเด็นที่หนักข้อเพิ่มขึ้น.
“ซี.12”