ตัดหาง ปค.–ติดปีก ตร. (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590991

โดย ซี.12 16 มี.ค. 2559 05:01

 

ความไม่สบายใจของข้าราชการฝ่ายปกครองที่เห็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับอำนาจสอบสวนประเด็นหนึ่งก็คือ

ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีอาญาโดยพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจซึ่งมีเนื้อหาให้ตำรวจมีอำนาจหน้าที่สอบสวนคดีอาญาทั่วไปฝ่ายเดียว ให้ฝ่ายปกครองสอบสวนได้เฉพาะคดีอาญา 16 ประเภท ซึ่งเป็นความผิดเล็กน้อย ส่วนใหญ่สามารถเปรียบเทียบปรับได้

พิจารณาดูแล้วหลักการดังกล่าวไม่น่าจะถูกต้องเพราะ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เป็นหัวหน้ารับผิดชอบสูงสุดในเขตรับผิดชอบ มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดความสงบเรียบร้อย และความเป็นธรรมต่อประชาชนในพื้นที่ จึงต้องมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลและควบคุมการสอบสวนคดีอาญาทั่วไปที่มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ และความเป็นธรรมของประชาชน เพื่อสร้างหลัก ประกันความเป็นธรรม ความไว้ใจ เชื่อใจของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม

ดังนั้น รัฐบาลจึงสมควรพิจารณาออกกฎกระทรวงกำหนดหลักการสอบสวนคดีอาญาทั่วไปร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองกับตำรวจ เพื่อประโยชน์ต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมให้กับประชาชน โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 พ.ร.บ.ให้ใช้ ป.วิอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548

ส่วนกระบวนการยุติธรรมขั้นตอนหลังจากสอบสวนเสร็จแล้ว ป.วิอาญาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ให้อัยการชี้ขาด (มาตรา 145) เพื่อควบคุมดูแลการสอบสวนฟ้องร้องให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมแก่ประชาชน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ใช้อำนาจดังกล่าวดูแลประชาชนที่ยากไร้ด้อยโอกาสให้ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมายให้ได้รับความคุ้มครอง

ต่อมาได้มีประกาศ คสช.ฉบับที่ 115/2557 เพิ่มเติม ป.วิอาญา มาตรา 145/1 ตัดทอนอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดไปเป็นอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจภูธร แย้งความเห็นการสั่งไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด โดยไม่มีเหตุผลที่มาที่ไปของการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ตำรวจภูธร เป็นการตัดระบบการตรวจสอบถ่วงดุลโดยผู้ว่าราชการจังหวัดออก

การตัดอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดไปเป็นอำนาจของตำรวจภูธร ในเรื่องดังกล่าวขัดกับหลักการถ่วงดุลและตรวจสอบการใช้อำนาจ ซึ่งให้ตำรวจตรวจสอบองค์กรตัวเอง จับเอง สอบสวนเอง รวมถึงมีอำนาจทำความเห็นแย้งความเห็นพนักงานอัยการเอง ซึ่งมิใช่องค์กรที่สาม จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง

การให้ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นคนกลาง มีความเป็นกลาง ตรวจสอบพนักงานอัยการและตำรวจ ถือเป็นองค์กรที่สาม จึงสอดคล้องกับหลักการตรวจสอบและถ่วงดุล ตลอดจนเป็นไปตามหลักบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้ารับผิดชอบสูงสุดของจังหวัด นายอำเภอเป็นหัวหน้ารับผิดชอบบริหารราชการแผ่นดินสูงสุดของอำเภอ

ดังนั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และสอดคล้องกับหลักการถ่วงดุลและการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งบริบทของสังคมไทยที่ยังมีความเหลื่อมล้ำทางสังคม สมควรคืนอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งรับผิดชอบศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแก้ไขปัญหาของประชาชนให้เบ็ดเสร็จอย่างรวดเร็ว และมีโอกาสดูแลความเป็นธรรมให้กับประชาชนในพื้นที่

คำถามทิ้งท้ายในเรื่องนี้คือ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบดังกล่าว ก่อให้เกิดหลักประกันการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนได้หรือไม่ อย่างไร ก่อให้เกิดการถ่วงดุลตรวจสอบการใช้อำนาจสอบสวนของตำรวจและอัยการได้หรือไม่ อย่างไร

ที่สำคัญที่สุดคือแก้ไขแล้วประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาบ้าง.

“ซี.12”

Leave a comment