บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 16 กุมภาพันธ์ 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/16949

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 16 กุมภาพันธ์ 2558

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง….

เปิดสัปดาห์กันด้วยข่าวดีๆ หลังจาก “ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ”ประธานปปช. ยืนยันว่า  ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ปปช.จะมีการประชุมเพื่อส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลังให้ฟ้องแพ่งต่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว “ปานเทพ” เพิ่งจะลงนามก่อนจะส่งหนังสือให้กระทรวงการคลัง ฟ้องแพ่ง “บุญทรง เตริยาภิรมย์”อดีตรมว.พาณิชย์และพวก…

น่าสังเกตตรงที่ว่า ปปช.ไม่ได้ระบุถึงตัวเลขความเสียหายที่ชัดเจน โดยอ้างว่า กระทรวงการคลังมีตัวเลขความเสียหายอยู่แล้ว  “คชสีห์” ไปพลิกค้นข้อมูลในอดีต น่าตกใจเพราะปรากฏว่า เสียหายไปกว่า 6 แสนล้านบาท….

“รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์” ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์”  แถลงเอาไว้อย่างเป็นทางการว่า คณะอนุกรรมการฯได้ดำเนินการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี 2547 จนถึงวันที่ 22 พ.ค.2557จำนวน 15 โครงการ พบว่ามีผล ขาดทุนประมาณ 680,000 ล้านบาท จากต้นทุนโครงการที่รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 1.1 ล้าน ล้านบาท ทั้งนี้ ในจำนวน 15 โครงการรับจำนำข้าว เป็นการดำเนินโครงการโดยรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ระยะเวลา 3 ปี จำนวน 4 โครงการ คิดเป็นผลขาดทุนจำนวน 518,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 11 โครงการ ดำเนินการตั้งแต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีผลขาดทุนประมาณ 164,000 ล้านบาท 

“คชสีห์” ทำความเข้าใจเอาไว้ตรงนี้ ปปช.ได้ส่งหนังสือให้กระทรวงการคลังจัดการ “ยิ่งลักษณ์-บุญทรง” ตามมาตรา 73/1 วรรคท้าย แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 โดยมาตรา 73/1 ระบุว่า “กรณีที่มีการฟ้องคดีอาญาผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในทางทรัพย์สินหรือเป็นการละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลอื่น อัยการสูงสุดอาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการกระทำหรือคำสั่งอันมิชอบที่เป็นการละเมิดนั้นด้วยก็ได้ และสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.แจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายนั้นชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นต่อไป….

สรุปก็คือ “ยิ่งลักษณ์”โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง  เพราะถูกทั้งโทษอาญาและทางแพ่ง ซึ่งโทษในทางอาญานั้น ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ อัยการสูงสุดจะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ปี 2542 กรณีละเลยไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 500,000 ล้านบาท ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่….

อาจจะยังสับสนกันบ้างว่า วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้  “ยิ่งลักษณ์” จะต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าศาลหรือไม่ ซึ่งในทางปฎิบัติแล้ว จะไปก็ได้หรือจะไม่ไปก็ได้ กฎหมายไมได้บังคับ เพราะเป็นเพียงขั้นตอนที่อัยการสูงสุด นำสำนวนไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกานักการเมืองเท่านั้น ฉะนั้น “ยิ่งลักษณ์”ไม่น่าจะไปแน่นอน….

แต่ที่ “คชสีห์”ขอให้จับตากันแบบห้ามกระพริบตาก็คือ  ขั้นตอนหลังวันที่ 19  กุมภาพันธ์ โดยเมื่ออัยการสูงสุดยื่นฟ้องแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องประชุมกันเพื่อเลือกองค์คณะ 9 คน เป็นเจ้าของคดี เพื่อพิจารณาคำฟ้องว่าอยู่ในข่ายรับไว้พิจารณาหรือไม่ และหากไม่รับถือว่าสิ้นสุดกระบวนการ…

แต่ถ้ารับฟ้อง คดีจะเดินหน้าทันทีโดยภายใน  45  วันนับจากวันที่รับฟ้อง ศาลจะต้องเรียก “ยิ่งลักษณ์” เข้าไปสอบคำให้การ ที่สำคัญคือวันนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การนั้น  อัยการสูงสุด  ในฐานะโจทก์ที่ยื่นฟ้อง และ “ยิ่งลักษณ์ “ ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าศาลในการสืบพยานนัดแรก…..

หาก “ยิ่งลักษณ์”ปรากฏตัวต่อหน้าศาลก็จะเริ่มสอบคำให้การ แต่ถ้าเบี้ยวโดยไม่แจ้งเหตุ ก็ขึ้นอยู่กับศาลว่า จะตัดสินอย่างไร จะออกหมายจับหรือไม่….

พิจารณาตามเงื่อนเวลาแล้ว ยังไงๆคดีนี้จบสิ้นภายในปีนี้แน่นอน ส่วนจะคุกหรือไม่คุกก็ต้องรอลุ้นรอชมกันต่อไป แต่ที่กำลังลุ้นกันอยู่ในขณะนี้ ก็คือ หนีหรือไม่หนี?… “นิด้าโพล” เปิดผลสำรวจเรื่องการขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศของ “ยิ่งลักษณ์” โดยคำถามที่น่าสนใจคือ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร “ยิ่งลักษณ์”  ได้รับอนุญาตจาก คสช./ศาล ให้เดินทางไปต่างประเทศ...

คำตอบคือ  ร้อยละ 35.22 เชื่อว่าไปแล้วจะกลับมาตามกำหนด ร้อยละ 32.75 เชื่อว่าไปแล้วจะไม่กลับมาเลย!!

 

คชสีห์ 

Leave a comment