บุคคลแนวหน้า : มือปราบ 21 กุมภาพันธ์ 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/17035

บุคคลแนวหน้า : มือปราบ 21 กุมภาพันธ์ 2558

ถืออยู่ในมือท่านฉบับนี้คือ หนังสือพิมพ์แนวหน้า ทุกบรรทัดตรงไปตรงมา…

nn สำนักงานอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีอาญาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบกรณีละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนทำให้รัฐเสียหาย ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว…

nn มีคำถามว่าวันที่อัยการฟ้องคดีหนนี้ ทำไมไม่จับตัวยิ่งลักษณ์ ในฐานะจำเลยไปศาลด้วย?? คำตอบคือจะนำตัวยิ่งลักษณ์ หรือไม่นำตัวไปศาลในขั้นตอนนี้ก็ได้…

nn เมื่อฟ้องแล้วศาลท่านลงสารบบออกเลขคดีดำ ขั้นตอนจากนั้นประธานศาลฎีกาจะเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกผู้พิพากษา 9 ท่าน เป็นองค์คณะ แล้วองค์คณะก็จะเลือกผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน…

nn และถ้าศาลสั่งประทับฟ้อง ก็จะส่งหมายแจ้งคำสั่งศาลพร้อมสำนวนฟ้องไปให้จำเลย (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) และนัดโจทก์ (อัยการสูงสุด) มาศาลวันพิจารณาครั้งแรก…

nn ถึงตอนนี้ถ้ายิ่งลักษณ์มา ก็เข้าสู่กระบวนการ “จำเลย” ทั่วๆ ไป คือ ต้องทำประวัติ ประกันตัว…

nn แต่ถ้าเธอไม่ไปศาลโดย(ไม่มีเหตุผล)ศาลท่านอาจพิจารณาออกหมายจับเธอในวันนั้นก็ได้…

nn หรือแม้ในวันราชการอื่นๆ เมื่ออัยการฟ้องแล้ว เธอจะไปศาลขอประกันตัวล่วงหน้า โดยไม่จำเป็นให้ถึงวันนัดคดีก็สามารถทำได้…

nn มีคำถามว่าคดียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นจะต้องเสียค่าทนายความเท่าไหร่ “มือปราบ” ก็ไม่ทราบ แต่ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย ก็แว่วมาว่า ทนายความหลายสำนักมีความปรารถนาจะเข้าไปร่วมดูแลคดีของเธอจนน้ำลายไหล…

nn ชัดๆ กันอีกรอบ คดีที่สำนักงานอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นจำเลยต่อศาลฎีกาฯหนนี้ มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 2 หมื่นบาท-2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีนี้อายุความ 15 ปี…

nn เงินๆทองๆ ไม่เข้าใครออกใคร รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการทุ่มเงินเข้าไปซื้อยางพารา เพื่อให้ยางพารา มีราคาสูงขึ้น โดยมีเป้าหมายเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นสามารถลืมตาอ้าปากได้…

nn 2-3 วันที่ผ่านมา “มือปราบ” ตระเวนไปดูตลาดยางพาราหลายแห่ง พบความจริงว่า เงินที่รัฐบาลทุ่มลงไปจะกี่พันล้านก็ตาม มีเพียงน้อยนิดที่ถึงมือเกษตรกร แต่ส่วนใหญ่จะเข้าพุง “เถ้าแก่” หรือ “นายหัวรายใหญ่”…

nn ไม่ว่าตลาดรับซื้อยางหาดใหญ่-ตรัง-นครศรีธรรมราช ที่เอายางไปขายในราคาที่รัฐบาลค้ำประกัน 60-65 บาท นั้น มีแต่ยางที่บรรทุกรถ 18 ล้อ 10 ล้อ 6 ล้อ หรือปิกอัพ ที่เข้าแถวรอขายยาง ซึ่งมีลักษณะบ่งชี้ว่าเป็นพ่อค้าคนกลาง หรือเจ้าของสวนยางรายใหญ่ประเภท 100 ไร่ขึ้นไป …

nn ประเภทที่เป็นชาวสวนแท้ๆ ที่มียางคนละ 10 ไร่ 20 ไร่ หายาก ที่จะเข้าถึงราคา ที่ “อำนวย ปะติเส” ประกาศไว้…

nn คำนวณผลประโยชน์ง่ายๆ นะครับว่า “เถ้าแก่” ซื้อยางจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 50 บาท นำไปขายให้ตลาดรับซื้อยางพาราของรัฐ 65 บาท หักค่าใต้โต๊ะกิโลกรัมละ 1 บาท ก็ยังได้กำไรอีกกิโลกรัมละ 14 บาท…

nn แต่ละครั้งขายก็ขาย 20-30 ตัน กำไรจะมากขนาดไหนจะไปแบ่งให้หลังบ้านใครบ้าง หรือเสียภาษีอย่างไรก็ไม่ทราบครับ…

nn ก็เลยชวนให้คิดว่าการทุ่มเงินลงในตลาดยางพารานั้นถูกต้องหรือไม่…

nn ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ น่าจะคิดใหม่ว่า สำหรับเงินที่จะเอาไปทุ่มตลาดยางพารานั้น ให้เอามาเป็นเงินสนับสนุนเกษตรกรยางพาราทั่วประเทศ จะไร่ละกี่บาทก็ว่าไป แล้วโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงเหมือนที่เคยทำมาแล้ว…

nn อย่างนี้ประโยชน์ก็จะถึงมือชาวสวนยางทั่วประเทศแท้จริง อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าด้วย…

nn สวัสดีครับ

มือปราบ

Leave a comment