ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/589218
โดย ซี.12 12 มี.ค. 2559 05:01

ประเด็นร้อนใน รัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาของ สมาชิกวุฒิสภา ยังหาข้อสรุปที่ลงตัวไม่ได้ในเมื่อ พี่ใหญ่ คสช. อย่าง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันนั่งยันนอนยันทุกอิริยาบถว่าต้องการให้เป็น ส.ว.สรรหา หรือ ส.ว.ลากตั้ง ในช่วง 5 ปีแรกของการใช้รัฐธรรมนูญแต่ยังไม่มีเสียงขานรับจาก มีชัย ฤชุพันธุ์ ผู้เป็นประธาน กรธ. ที่กำหนดวิธีการได้มาของ ส.ว.ด้วยการ เลือกไขว้ ที่จริงเรื่องนี้น่าจะทำประชามติให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าจะเอารัฐธรรมนูญแบบไหน พิมพ์มีชัย หรือ พิมพ์ประวิตร…
ถ้าหากเป็นความต้องการของ คสช.จริงๆชนิดที่ไม่กำหนดอย่างนี้ไม่ได้ก็ยังมีช่องทางที่สามารถทำได้สบายอยู่แล้วถ้าหาก รัฐธรรมนูญ ที่กำลังร่างอยู่นี้เกิดไม่ผ่าน ประชามติ ก็จำเป็นอยู่เองที่ คสช.จะต้องจัดการให้มีรัฐธรรมนูญเพื่อจัดการเลือกตั้งตามโรดแม็ปโดยไม่ต้องไหว้วานใครมาร่างให้ ถึงตอนนั้นจะให้ ส.ว.เป็นแบบไหน จะเลือกตั้งลากตั้งจะให้อยู่ 5 ปี 10 ปี หรือตลอดชีวิตก็เชิญเถอะคนที่พยายามหาเหตุผลมาคัดค้านด้วยความหวังดีคงอ่อนล้าเต็มทีแล้ว…
อย่างน้อยที่สุดประวัติศาสตร์จะได้บันทึกไว้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับของใคร เพราะถ้าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อให้มีใบสั่งใบบอกอย่างไรใครๆก็คงไม่เรียก รัฐธรรมนูญประยุทธ์ หรือ รัฐธรรมนูญประวิตร แต่จะเรียกขานกันตลอดไปว่าเป็น รัฐธรรมนูญมีชัย ไปจนกว่าจะถูกฉีกแล้วร่างกันใหม่….
นับวันแต่จะมีความไม่งดงามในวงการพระวงการสงฆ์เมื่อมีการรวมกลุ่มเรียกร้องจะเอาอย่างใจในเรื่อง ยศช้าง ขุนนางพระ ตามคำโบราณโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องรอบคอบตามกฎหมาย ที่จริง คนเป็น พระ ต้องสงบสำรวมไม่ใช่เที่ยวมาเรียกร้องโน่นเรียกร้องนี่ หรือไม่พอใจอะไรก็ข่มขู่จะล่ารายชื่อมาถอดถอนคนอื่นอย่างที่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งทำหน้าที่ของตัวเองแท้ๆกำลังโดนกล่าวหาข่มขู่ นี่ถ้าชาวบ้านเกิดหมั่นไส้ขึ้นมาจะเข้าชื่อกันให้ มหาเถรสมาคม หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องถอดถอน หัวโจก ในวงการไม่ว่าจะเป็น เมธง–เมธี หรือ พรหมโน่น–พรหมนี่ ฯลฯ จะว่ายังไง …
รายการแต่งตั้งที่ผ่าน ครม.เมื่อวันอังคาร 8 มีนาคมก็มีหลากหลายอย่างเช่น พันตำรวจเอกสีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ที่ดำรงตำแหน่งมาครบถ้วน 4 ปี ตามวาระจำเป็นต้องโยกย้ายไปอยู่ตำแหน่งอื่นจึงมีการกำหนดตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักงาน ปปง.ขึ้นมารองรับ ส่วนเลขาธิการ ปปง. คนใหม่ต้องผ่านกระบวนการสรรหาตามกฎหมาย…
กระทรวงการต่างประเทศมีการตั้งทูตและอธิบดีอย่างละ 1 ตำแหน่งคือ วิชิต ชิตวิมาน รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็น เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง และ เกริกพันธุ์ ฤกษ์จำนง อัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เป็น อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และ แอฟริกา…
ตำแหน่งประเภทผู้ตรวจราชการมี อิสระ ศิริวรภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โอนไปเป็น ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี รองอธิบดี 3 กรมในกระทรวงวัฒนธรรม คือ สุเทพ เกษมพรมณี รองอธิบดีกรมการศาสนา มานัส ทารัตน์ใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ พีรพน พิสณุพงศ์ รองอธิบดีกรมศิลปากร ขึ้นเป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมกัน…
ส่วนที่ กรุงเทพมหานคร หรือ กทม.มีการแต่งตั้งวางตัว ผู้อำนวยการสำนัก ใหม่หลายสำนักโดยแทบทั้งหมดเลื่อนขึ้นมาจากรองในสำนักเดิมคือ สุรินทร์ กู้เจริญประสิทธิ์ เป็น ผอ.สำนักการแพทย์ ชวินทร์ ศิรินาค เป็น ผอ.สำนักอนามัย ประสาร พิทักษ์วรรัตน์ เป็น ผอ.สำนักการโยธา สมพงษ์ เวียงแก้ว เป็น ผอ.สำนักการระบายน้ำ สุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง เป็น ผอ. สำนักสิ่งแวดล้อม วิภารัตน์ ไชยานุกิจ เป็น ผอ.สำนักพัฒนาสังคม มี 2 รายที่ไปขึ้นต่างสำนักคือ ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ รอง ผอ.สำนักการโยธา เป็น ผอ.สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กับ ชุมพล ชาวเกาะ รอง ผอ.สำนักเทศกิจ เป็น ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกันนั้นมีการตั้งผู้ตรวจราชการ กทม.อีก 7 ราย…
“ซี.12”