คณะกรรมการตั้งปลัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593505

โดย ซี.12 21 มี.ค. 2559 05:01

 

ข้อเสนอการคัดเลือกและแต่งตั้งปลัดกระทรวงและอธิบดีซึ่ง นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร รองประธานคณะกรรมาธิการ การบริหารราชการ แผ่นดินคนที่หนึ่งของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการปกครอง การบริหารราชการแผ่นดิน และการพัฒนาระบบราชการนำเสนอ ในการสัมมนาเมื่อวันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2559 1 สัปดาห์ที่ล่วงมาแล้วนั้น

มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือการจัดตั้ง คณะกรรมการคัดเลือกนักบริหารแห่งชาติ หรือเรียกโดยย่อว่า ก.บ.ช.ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่สมควรแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักบริหารระดับสูง ตำแหน่งปลัดกระทรวงอธิบดี และตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่า โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.สถานะของ ก.บ.ช.ควรเป็นองค์กรที่รับผิดชอบร่วมกันในการประชุมตัดสินใจกำหนดแนวทางปฏิบัติ และเป็นผู้นำแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติด้วยตนเอง ดังนั้น จะต้องออกแบบสถานะของ ก.บ.ช.ให้เป็นคณะกรรมการแบบ (commission) ไม่ใช่คณะกรรมการแบบทั่วไป (committee) ก.บ.ช.ควรมีภารกิจในการประเมินผลการปฏิบัติราชการของปลัดกระทรวง อธิบดีและตำแหน่งเทียบเท่าด้วย สถานะของกรรมการจึงควรเป็นกรรมการปฏิบัติงานเต็มเวลา (fulltime commissioner)

2.จำนวนกรรมการ เนื่องจาก ก.บ.ช.มีฐานะเป็นกรรมการปฏิบัติงานเต็มเวลา ดังนั้น ควรมีจำนวนกรรมการรวมทั้งประธานจำนวนไม่มากเกินไป จำนวนที่เหมาะสม อาจจะเป็น 3 คน หรือ 5 คนก็ได้

3.ที่มาของกรรมการ ให้ที่ประชุม ก.พ.เฉพาะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประชุมกันเสนอชื่อ ก.บ.ช. จำนวนอย่างน้อย 1 เท่า ของจำนวนกรรมการที่จะพึงมีให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาคัดเลือกนำความขึ้นกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

4.ประธานและรองประธาน ก.บ.ช.ให้ ก.บ.ช.ที่ได้รับแต่งตั้งเลือกกันเองเป็นประธานคนหนึ่ง รองประธานอีกคนหนึ่ง ซึ่งก็สมเหตุสมผลตามหลักประชาธิปไตย และความเป็นอิสระของคณะกรรมการ

5.วาระการดำรงตำแหน่ง ไม่ควรมีวาระสั้นเกินไป เพราะจะต้องสั่งสมประสบการณ์ แต่ไม่ควรยาวเกินไป เนื่องจาก ก.บ.ช.เป็นองค์กรที่มีอำนาจมากในการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ดังนั้น ควรเป็นคราวละอย่างน้อย 3-4 ปีเท่านั้น และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

6.คุณสมบัติของ ก.บ.ช.มี 3 ประเด็นหลักคือ

หนึ่งคุณสมบัติทั่วไปและลักษณะต้องห้ามอาจใช้ตามคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภา กรรมการ ป.ป.ช. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้

สองคุณสมบัติที่เป็นข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ อายุควรกำหนดไว้อย่างน้อย 45 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 70 ปี ลักษณะต้องห้ามต้องไม่เป็นข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา สมาชิกท้องถิ่น สมาชิกพรรคการเมือง หรือตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ไม่เป็นคู่สัญญา ผู้รับสัมปทาน หรือผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับรัฐ และไม่ใช่ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือมีผลประโยชน์ทางตรง หรือทางอ้อมกับนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญา ผู้รับสัมปทาน หรือผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับรัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามามีส่วนคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งที่สามารถเอื้อประโยชน์ตอบแทนให้ธุรกิจที่ตนเกี่ยวข้อง

สามคุณสมบัติด้านจริยธรรม ได้แก่ ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่ประพฤติ หรือมีพฤติการณ์ที่ขัดต่อหลักจริยธรรมด้านการบริหารและการครองตน เช่น หลักธรรมาภิบาลหรือบรรษัทภิบาล หลักสิทธิมนุษยชน การคุกคามทางเพศ การดูหมิ่นเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ หลักความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ เป็นต้น

วันต่อไปจะว่ากันถึงอำนาจหน้าที่ของ ก.บ.ช.

“ซี.12”

Leave a comment