บุคคลแนวหน้า : ธรรมกร 5 มีนาคม 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/17251

บุคคลแนวหน้า : ธรรมกร 5 มีนาคม 2558

แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา…

nn 5 มีนาคม วันนักข่าว วันนี้ถูกกำหนดขึ้นโดยนักข่าวอาวุโสของไทยเมื่อเกือบ 5 ทศวรรษมาแล้ว วันนักข่าวมิได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูว่านักข่าวคือคนพิเศษที่เหนือกว่าประชาชนทั่วไป แต่ต้องการให้นักข่าวทุกคนตระหนักในภารกิจและพันธกิจของนักข่าวที่ดีที่พึงมี และพึงกระทำให้กับสาธารณชน…

nn พุทธศาสนิกชนบางคนวิตกว่า พุทธศาสนาจะถึงกาลล่มสลาย แต่พระสงฆ์ผู้เคร่งครัดในศีลธรรม ท่านบอกธรรมกรว่า ไม่จำเป็นต้องวิตกจนเกินเหตุ ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนอนิจจัง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เราบังคับคนอื่นให้เป็นไปตามใจปรารถนาของเราไม่ได้ แต่เราดูแลและควบคุมจิตใจของเราได้…

nn พระคุณเจ้า“เปรียญธรรม 9 ประโยค” รูปนี้ยังเมตตาฝากบอกญาติธรรมด้วยว่า เมืองไทยยังมีพระสงฆ์ที่ดีและประเสริฐอีกมากมาย ขอพุทธศาสนิกชนอย่าได้แต่เพ่งมองแค่เฉพาะคนที่โกนหัวห่มเหลืองซึ่งทำตัวเป็นเหลือบทำลายพระพุทธศาสนา “อาตมาไม่ปฏิเสธว่ามีอลัชชีเหล่านั้นอยู่จริงๆ แต่ถ้าหากพุทธศาสนิกไม่ส่งเสริมอลัชชีเหล่านั้น ฝูงเหลือบที่คอยจ้องทำลายพระพุทธศาสนาก็จะหมดไปในที่สุด ท่านฝากเตือนสติญาติโยมว่า อย่าส่งเสริม อย่าลุ่มหลงในอลัชชี แล้วพุทธศาสนาจะดำรงอยู่ต่อไปจนถึงกาลอันสมควร แล้วก็จะดับสลายไปในที่สุด”…

nn พระเถรานุเถระผู้ใหญ่ท่านเทศนาสั่งสอนญาติโยมเสมอๆ ว่า “อายุพระพุทธศาสนาจะสิ้นลงในปี พ.ศ. 5,000 เพราะทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป” ไม่มีสิ่งใดอยู่ค้ำฟ้าได้ หากพุทธศาสนิกชนเชื่อในคำเทศนา ต้องช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนา อย่าให้ดับสูญไปก่อนจะถึง พ.ศ. 5,000…

nn ผู้ที่ติดตามข่าวไม่บริสุทธิ์ของธัมมชโย เจ้าสำนักธรรมกาย สำนักพุทธพาณิชย์ที่เน้นการป่าวประกาศให้ญาติโยมต้องทุ่มเทบริจาคเงินทองจำนวนมหาศาลเพื่อตอบแทนกับการได้ขึ้นสวรรค์ชั้นสูงๆ ต้องจดจำได้เป็นอย่างดีว่า ธัมมชโยเคยต้องพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ให้ต้องปาราชิก สิ้นจากความเป็นพระภิกษุ เหตุเพราะยักยอกเงินของวัดพระธรรมกายไปเป็นเงินส่วนตัวจำนวน 959 ล้าน 3 แสนบาท เรื่องนี้เป็นคดีความใหญ่โตเมื่อ พ.ศ.2542 แต่ต่อมาคดีกลับถูกถอนฟ้องแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุย ในเดือนสิงหาคม 2549 โดยอ้างว่าผู้ยักยอกรายนี้นำเงินไปคืนให้วัดแล้ว…

nn ขอย้ำว่าอัยการสูงสุดที่สั่งถอนฟ้องคดีอื้อฉาวนี้ชื่อ พชร ยุติธรรมดำรง โดยให้เหตุผลว่าจำเลยได้ทำตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ เรียบร้อยทุกประการแล้ว และอ้างว่าการฟ้องร้องจำเลยจะทำให้เกิดการแตกแยกในหมู่สงฆ์…

nn น่าตลกผสมกับน่าสมเพชที่อัยการสูงสุดในยุคนั้นสั่งถอนฟ้องเรื่องสำคัญนี้ ทั้งๆ ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยได้กระทำผิดด้วยการยักยอกทรัพย์ของวัดไปไว้ในครอบครองของตนเองจริง วิญญูชนตั้งคำถามว่าเหตุใดอัยการสูงสุดจึงสั่งไม่ฟ้อง แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยต่างรู้ดีก็คือก่อนจะถอนฟ้องคดีนี้ประมาณ 1 เดือน คงศักดิ์ วันทนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคงศักดิ์ได้เพื่อนของ (คุณหญิง) พจมาน ชินวัตร เป็นเมีย ได้ใช้วัดพระธรรมกายเป็นที่จัดงานระดมคน 8 หมื่นคน โดยอ้างว่าเพื่อเทิดไท้องค์ราชันย์ครองราชย์ครบ 60 ปี โดยประธานของงานชื่อทักษิณ ชินวัตร ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้หลายต่อหลายคนตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า เพราะเรื่องนี้หรือเปล่า จึงทำให้คดีอื้อฉาวของธัมมชโยถูกถอนฟ้องอย่างน่าพิศวง…

nn วงการผ้าเหลืองไทยลึกลับซับซ้อนเกินพรรณา เพราะเต็มไปด้วยอำนาจ เงินตรา หากไม่เชื่อลองเข้าไปสัมผัสและพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วจะรู้ว่า พระสงฆ์ผู้ใหญ่บางตนมีอิทธิพลมิใช่น้อย บางตนเป็นที่ยำเกรงของข้าราชการทหารตำรวจชั้นผู้ใหญ่ บางตนสามารถเอ่ยปากฝากฝังขอตำแหน่ง ขอยศสูงๆ ให้ข้าราชการทหารตำรวจบางรายได้ บางตนมีเงินทองมากมายพิสดาร บางตนมีรถยนต์หรูหราเป็นยานพาหนะประจำตัว ภาพลักษณ์เช่นนี้ทำให้พุทธศาสนิกชนตั้งคำถามกับพระบางตนว่า นี่หรือคือสมณะ ผู้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ของสมเด็จพระพุทธโคดม…

nn เจ้าคุณพิพิธ (พระราชวิจิตรปฏิภาณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามฯ พระที่ญาติโยมบางคนตั้งฉายาว่า “จอมจ้อ” อ้างว่าคดีที่เกิดกับธัมมชโยมีเบื้องหน้าเบื้องหลังมีการเมืองเกี่ยวข้อง เป็นการจงใจนำประเด็นนี้มาเป็นเครื่องมือฟาดฟันขัดขวางไม่ให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ให้ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช…

nn ผู้ที่ติดตามเรื่องราวของธัมมชโยอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดขอถามหลวงพี่จอมจ้อว่า ใครขัดขวาง ขัดขวางอะไร แล้วที่สำคัญคือ หลวงพี่จอมจ้อรู้ดีใช่ไหมว่าธัมมชโยนำทรัพย์สินของ วัดไปเป็นของส่วนตัว การที่พระสงฆ์มีพฤติกรรมเช่นนี้ถือว่าลักขโมยใช่หรือไม่ เมื่อพระภิกษุลักขโมยทรัพย์ของผู้อื่นถือว่าต้องปาราชิกใช่หรือไม่ หรือหลวงพี่จอมจ้อจะตอบว่า บกพร่องโดยสุจริต ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขออภัยนะจ๊ะ พระอมเงินวัดเกือบ 960 ล้านบาท หากไม่เรียกว่าโกงแล้วจะให้เรียกสร้างบุญมหาศาลกระนั้นหรือ…

nn พูดถึงเรื่องฉาวๆ ของพระสงฆ์บนแผ่นดินไทยแล้ว ก็อดนึกถึงเรื่องน่าสังเวชของพระสงฆ์ในวัดไทยแห่งหนึ่งในพุทธคยา ประเทศอินเดีย เสียมิได้ วัดที่ว่านี้ชื่อวัดไทยมคธ พุทธคยา วัดนี้อยู่ใกล้กับวัดลาวนานาชาติ แขกยามเฝ้าประตูวัดนี้บอกว่า พระในวัดมีคำสั่งห้ามรถบัสที่บรรทุกญาติโยมซึ่งไปท่องเที่ยวและแสวงบุญ ในพุทธคยาเข้าไปกลับรถในเขตวัดเกินวันละ 2 ครั้ง หากเข้าไปกลับรถมากกว่านั้นต้องจ่ายค่าบริการ ญาติโยมคนไทยที่รู้เรื่องนี้ฝากกราบนมัสการถามท่านเจ้าคุณพระวิเทศโพธิคุณ เจ้าอาวาสวัดไทยแห่งนี้ว่า พระคุณเจ้าสั่งแขก หรือแขกทำนอกคำสั่ง…nn

ธรรมกร

Leave a comment