บุคคลแนวหน้า : ธรรมกร 9 มีนาคม 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/17314

บุคคลแนวหน้า : ธรรมกร 9 มีนาคม 2558

แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา @

ผู้หญิงหรือผู้ชาย หรือแม้แต่คนเพศที่สาม ก็ล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์ด้วยกันทั้งสิ้น การกีกกันแบ่งแยกว่าเป็นหญิงเป็นชาย หรือเป็นกะเทย เรื่องเหล่านี้ก่อให้เกิดความแตกแยกมากกว่าความสามัคคี เราควรวัดคุณค่าของมนุษย์ด้วยความดีและความสามารถ มากกว่าการวัดกันที่เพศสภาพ @

วันที่ 8 มีนาคม วันสตรีสากล เป็นวันที่กำหนดขึ้นมาเพื่อย้ำเตือนให้สาธารณชนเห็นถึงคุณค่าของสตรีเพศ แต่ในวันดังกล่าว ปรากฏว่าอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ผู้ประกาศนโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดจนก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมากมายมหาศาลต่อประเทศไทย ยิ่งลักษณ์เขียนลงเฟซบุ๊ค แต่เนื้อหากลับไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวหรือปัญหาของสตรี โดยเขียนว่า (ทั้งนี้หลายต่อหลายคนพยายามจะเชื่อว่าเธอเขียนด้วยสติปัญญาของเธอเอง) … ถ้าเราจะทำให้ความเสมอภาคเท่าเทียมเกิดขึ้นได้ ความยุติธรรมต้องมาก่อน ความยุติธรรมในเจตคติที่มองมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงจะได้รับ อันเป็นการปฏิบัติต่อกันด้วยการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยังเห็นว่าความเสมอภาคในสิทธิของสตรียังคงเป็นปัญหาหลักที่ท้าทายเราอยู่ทุกวันนี้… @

แล้วเธอก็ร่ายยาวต่อไปว่า … ที่ผ่านมาดิฉันได้วางยุทธศาสตร์ประเทศในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาคทางสังคมให้เป็นจริงขึ้นด้วยการผลักดันให้เกิดพลังของผู้หญิงในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อเป็นการส่งเสริมให้สตรีมีความรู้พื้นฐานที่จะปกป้องตัวเอง การที่ทำให้สตรีสามารถเข้าถึงแหล่งทุน พัฒนาให้สตรีได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก รวมถึงการสร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น… @

ขออภัยนะจ๊ะ คุณขา เรื่องกองทุนสตรีนั้น คนที่รู้เท่าทันกลเกมการเมืองของพรรคเพื่อไทย “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ต่างรู้กันดีทั่วบ้านทั่วเมืองว่าเป็นการจงใจเอาเงินหลวงไปซื้อเสียงชาวบ้านโดยผ่านโครงการกำมะลอ ซึ่งกองทุนพรรค์อย่างนี้ก็ไม่ต่างไปจากกองทุน SML เพราะเป็นการละเลงเงินหลวงเพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่าการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง @

หนังสือพิมพ์จากย่านประชาชื่นนำเสนอคอลัมน์หนึ่งซึ่งสรุปความคร่าว ๆ ได้ว่า แม้คสช.จะลงโทษพรรคเพื่อไทยหนักหนาสาหัสเพียงใดก็ตาม แต่พรรคเพื่อไทยก็ทนได้ และยอมกลืนเลือด แม้ยิ่งลักษณ์จะถูกมติสนช. ถอดถอน พรรคเพื่อไทยก็ยังทนได้  แถมยังบอกอีกว่า ตลอดเวลา 9 เดือนนับจากรัฐประหารจนถึงขณะนี้ ทั้งยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงต่างตกอยู่ในสภาพถูกกระทำมาโดยตลอด แต่ที่น่าสนใจคือ ในบทสุดท้ายของคอลัมน์ได้สรุปชัด ๆ ว่า ที่สุดแล้วเมื่อวันเลือกตั้งมาถึง วันนั้นคือชัยชนะของพรรคเพื่อไทย @

ไม่แน่ใจว่าคสช. ได้อ่านบทความนี้จากมติชนแล้วหรือยัง หากยังก็ควรจะอ่านเสีย หรือหากอ่านแล้วก็ควรจะตอบสังคมให้ชัดว่า คสช.ลงโทษพรรคเพื่อไทยจริงหรือ ส่วนบทสรุปเรื่องการเลือกตั้งนั้นปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจจะดีกว่า ขอย้ำว่าการชนะการเลือกตั้งในเมืองไทยนั้น มิได้อยู่ที่นโยบายของพรรคอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มีปัจจัยสำคัญอยู่ที่ว่า ใครโกงการเลือกตั้งได้แนบเนียนกว่าก็ชนะไป @

จนถึงขณะนี้ คสช.คงจะรู้ชัดเจนแล้วว่าผู้ก่อเหตุขว้างระเบิดใส่ศาลอาญา กรุงเทพฯ เป็นคนกลุ่มใด มีใครอยู่เบื้องหลัง ผู้ร้ายคดีนี้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่สยามเมื่อเดือนกุมภาฯ หรือไม่ และเกี่ยวข้องกับการจงใจก่อเหตุวินาศกรรมกับเวทีกปปส. เมื่อปีกลายด้วยหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ไม่ยากเกินความสามารถของคสช.อย่างแน่นอน ล่าสุดผู้ต้องหาทั้งสองคือยุทธนา เย็นภิญโญ และมหาหิน ขุนทอง ถูกควบคุมตัวไว้แล้ว และซักทอดว่ามีผู้อยู่เบื้องหลัง @

ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ ยุครัฐบาลขิงแก่ ปัจจุบันคือประธานสภาพัฒนาการเมือง วิพากษ์ว่าการที่สนช.กว่า 50 คนแต่งตั้งลูกเมียและญาติเข้าปฏิบัติงานให้สมาชิกคสช.เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่ควรกระทำ และอาจเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยสภาพัฒนาการเมืองจะส่งเรื่องนี้ป.ป.ช.และผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบต่อไป แต่ที่น่าสนใจคือธีรภัทร์เรียกร้องให้สนช.ที่ตั้งลูกเมียและญาติเข้าไปทำงานต้องออกมาขอโทษสังคม แล้วคืนเงินเดือนที่ได้รับไปทั้งหมดด้วย @

มีสนช.รายหนึ่งที่ไม่ได้แต่งตั้งลูกเมียหรือญาติเข้าไปทำงานกับสนช. แม้แต่คนเดียว ฝากธรรมกรถามธีรภัทร์ว่า แล้วตอนที่ธีรภัทร์ได้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นั้น ธีรภัทร์เข้าไปรับตำแหน่งได้ด้วยเหตุผลกลใดหรือ @

ประชาชนผู้มีรายได้ไม่มากนัก โดยเฉพาะผู้เป็นเจ้าบ้านหลังเท่ารูหนู แต่ถูกประเมินราคาว่าราคาหลังละ 2-3 ล้านบาท กำลังไม่พอใจที่รัฐบาลชุดนี้จะเรียกเก็บภาษีบ้าน ชาวบ้านเหล่านี้บอกว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับผู้มีฐานะปานกลางเพราะทุกวันนี้ยังต้องผ่อนบ้าน ต้องเสียค่าส่วนกลาง ต้องเสียค่าโน้นนี่นั่นจิปาถะ ทั้ง ๆ ที่รายได้ไม่เพิ่มขึ้นเลย คนกลุ่มนี้ฝามถามรัฐบาลคสช. ว่าทบทวนเรื่องนี้ดีแล้วหรือยัง นโยบายนี้คือสิ่งที่ทำร้ายประชาชนผู้มีรายได้ปานกลางมากกว่า @

ปิดท้ายด้วยโปรแกรมการเดินทางไปไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง และเที่ยวเมืองหงสาวดีกับแนวหน้า วันที่ 18-21 มีนาคมนี้ เหลือที่นั่งเพียง 2-3 ที่เท่านั้น ทริปนี้เน้นวัง วัด เมืองเก่า และพิพิธภัณฑ์ นอนโรงแรมชาเทรียม ย่างกุ้ง สนใจโปรดติดต่อด่วนที่ หมายเลข 081 9250300 @

Leave a comment