บุคคลแนวหน้า : เสือไท 10 มีนาคม 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/17331

บุคคลแนวหน้า : เสือไท 10 มีนาคม 2558

หนังสือพิมพ์แนวหน้า นำหน้า ทุกข่าว ทุกเหตุการณ์…

nn มีระเบิด “ลองของ” รัฐบาลคสช. “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯอีกแล้ว คราวนี้ลงที่ “ศาลอาญารัชดา” ทหารสามารถไล่ยิงคนร้ายแล้วจับได้ทันควัน ต่อไปก็เป็นหน้าที่ ตำรวจ จะสืบสวน “ขยายผล” ไปถึง “ตัวใหญ่” หรือนายใหญ่ หรือคน “บงการ” ได้แค่ไหน เพราะหากดูจากหลักฐานก็พบความเชื่อมโยงกับ กลุ่มการเมือง อย่างนปช. …

nn ขณะที่ “บิ๊กตุ้ย” พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ลูกพี่ลูกน้อง ทักษิณ ชินวัตร ออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่จากข้อมูลวงในทราบว่าพวก “ฮาร์ดคอร์” ทั้งหลาย ชอบมาคลุกคลีตีโมงกับ “บิ๊กตุ้ย” อาจเป็นเพราะ “บิ๊กตุ้ย” เป็นคนใจกว้าง ใครเดือดร้อนมาก็ให้ “เงิน” ไปใช้ และถ้าจะว่าไปแล้ว ทักษิณ ชินวัตร กับ บิ๊กตุ้ย ก็ดูเหมือนไม่ “กินเส้น” กันเท่าไหร่ แถมถูกกีดกันไม่ให้เข้ามามี “อิทธิพล” ในพรรคเพื่อไทย จะด้วยเหตุนี้หรือเปล่า ที่ “บิ๊กตุ้ย” เลยไปเป็นประธานอบรม “กองกำลังเสื้อแดง” ในต่างจังหวัด เพื่อสร้าง “บารมี” อีกทางหนึ่ง…

nn “เสือไท” ต้องชมทหารที่ “การข่าว” เยี่ยมมาก และทราบว่าจะมีการ “ระเบิด” อีกหลายจุดทั่วประเทศ นี่แสดงว่ามีการ “วางแผน” มาอย่างดี คงไม่ใช่ทำไปเพราะแลกกับ “เงิน” ค่าขนม แต่ขอตำหนิ ตำรวจ เพราะคดีระเบิดสถานีรถไฟฟ้าสยามหน้าห้างพารากอน ตำรวจ ไม่สามารถ จับแมว ได้เลยแม้ตัวเดียว อันนี้ มันสะท้อนว่า “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง มี “ฝีมือ” แค่ไหน นี่หากเป็นรัฐบาลปกติ โดนปลดไปแล้ว…

n ในทางการเมืองวันนี้ ต้องยอมรับว่า พรรคเพื่อไทย และทักษิณ อนาคตไม่ค่อยสู้ดี เนื่องจากการร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ มี “ของใหม่” ใส่เข้าไปเยอะเหมือนกัน บรรดาของใหม่เหล่านี้ มันเหมือน “ยาดำ” ของ พรรคเพื่อไทย อาทิ การสกัดไม่ให้พรรคเพื่อไทย โตถึงขนาดจัดตั้งรัฐบาลได้พรรคเดียว หรือหากหลุดรอดมาได้ ก็มีองค์กรอื่นๆ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ คอยกำกับการทำงานของรัฐบาลใหม่ บางครั้งก็ทำเอา “มือกฎหมาย” ของพรรคอย่าง พงศ์เทพ เทพกาญจนา ออกอาการ “งง” เหมือนกัน ตั้งหลักไม่ทันว่าจะแถลงคัดค้านประเด็นอะไรบ้าง…

nn “ก้างชิ้นโต” ที่จะขวางทาง พรรคเพื่อไทย ก็คือ สมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม ของ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
แต่พรรคเพื่อไทยและฝ่ายตรงข้ามเขาเรียก “สว.ลากตั้ง” ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่ ได้ให้อำนาจของสว.ไว้มาก ภารกิจของ สว.ก็เปลี่ยนไปจาก “สภาพี่เลี้ยง” เป็น “สภาถ่วงดุลตรวจสอบ” แทน ฉะนั้น ไม่ว่ารัฐบาลจะเสนออะไร จะได้รับการตรวจสอบถ่วงดุล จาก สว. ที่ตั้งขึ้นในยุคที่ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯและหัวหน้าคสช. และ สว. 200 หรือ 220 คนนี้ สามารถคว่ำ นายกฯที่มาจาก สส. เพื่อเปิดทางให้สภาเลือกนายกฯที่มาจาก “คนนอก” ได้…

nn ประเด็นที่เถียงกันมากว่า “สืบทอดอำนาจ”หรือไม่ ไม่ได้มีเฉพาะ องค์กรที่เรียกว่า สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลาย “หลักการ” ที่จะใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ “เสือไท” ได้ข่าวว่า สภาปฏิรูปประเทศ ที่จะใช้สูตร 60-30-30 คือ สปช. 60 สนช. 30 และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 30 นั้น บรรดา สปช.และสนช. ต่างเร่งสร้างผลงานให้ตนเองแข่งขัน เพื่อจะได้เข้าไปนั่งในสภาปฏิรูปที่มีวาระไปอีกอย่างน้อย 5 ปี…nn

เสือไท

Leave a comment