ปราชญ์ชาวบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/607653

โดย ซี.12 20 เม.ย. 2559 05:01

 

ในหนังสือ SMART FARMER รู้ไว้…ทำได้จริง คัมภีร์ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรี แจกจ่ายเป็นแนวทางการสู้ชีวิตของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จนั้น มีอะไรดีๆที่น่าสนใจมากทีเดียว

ผู้จัดทำหนังสือเล่มนี้คือ นายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการอำนวยการ ได้ระดมสรรพกำลังของกรมรวมทั้งงบประมาณที่มีอยู่จำกัดจัดพิมพ์นำร่องขึ้นมา

มีอยู่ส่วนหนึ่งซึ่งรวบรวมเอาผลงานย่อๆของบรรดา ปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบด้านการทำการเกษตรมานำเสนอเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรได้เรียนรู้และยึดถือเป็นแบบอย่าง

ปราชญ์ชาวบ้าน เหล่านี้มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงของประเทศในทุกภาคจึงอยากจะหยิบยกมานำเสนอเป็นตัวอย่าง บางคนกลายเป็นคนดังระดับชาติ ระดับภูมิภาคอาเซียน ไปจนถึงระดับนานาชาติก็มี

ทางภาคเหนือ เรามี นายยรรยง ยาดี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 หมู่ 2 บ้านนาเติง ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58130 หมายเลขโทรศัพท์ 08-9262-2282 และ 0-5306-5049

มีความชำนาญพิเศษ ในการทำการเกษตรอินทรีย์ผักปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สารไล่แมลง และน้ำยาอเนกประสงค์เพื่อการอุปโภคสำหรับดำรงชีวิตประจำวัน เป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานเกษตรอำเภอ สถานีพัฒนาที่ดิน เป็นหมอดินอาสา และเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายเกษตรทางเลือกจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมทั้งมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีล้านนา และมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดตั้งศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านอำเภอปาย ฝึกอบรมหลักสูตรการพึ่งพาตนเอง การวิเคราะห์ตนเองโดยปรับทัศนคติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การทำการเกษตรอินทรีย์ การทำน้ำยาอเนกประสงค์ และแผนการใช้ดิน

ส่วนทางอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี นายสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 2 บ้านปากช่อง ตำบลสนามชัย อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ 31150 หมายเลขโทรศัพท์ 086-460-4775

เป็นนักวิจัยชาวบ้านด้านการเกษตร นักพัฒนาในการถ่ายทอดความรู้ และสร้างแนวคิดการพึ่งตนเอง และพึ่งพากันเองให้กับเกษตรกร การจัดการด้านการแปรรูปและธุรกิจชุมชน มีการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรพึ่งตนเอง ด้านอุตสาหกรรมชุมชน ด้านธุรกิจชุมชน รวมทั้งการปฏิรูปการศึกษา และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม ยึดคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง อัตตาหิ อัตตโนนาโถ และหลักธรรมของท่านพุทธทาสคือ การทำงานเพื่อเงินนั้นต้องรอจนกว่าได้เงินเสียก่อนจึงจะรู้สึกพอใจและมีความสุข แต่การทำงานเพื่องานพอลงมือทำก็พอใจแล้วจะเป็นสุขในทันที จัดตั้งมหาชีวาลัยอีสาน จัดฝึกอบรม หลักสูตร เศรษฐกิจชุมชนระดับครัวเรือน เพื่อเรียนรู้และแสดงให้เห็นว่า เกษตรกรไทยถ้าคิดได้นอกจากการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้แล้ว ยังสามารถไปพัฒนาเศรษฐกิจในระดับมหภาคให้อยู่ในระดับแนวหน้าและยั่งยืนได้ นอกจากนี้ ยังทำหลักสูตร การจัดทำความรู้แบบธรรมชาติ หรือ KM (Knowledge Management) ธรรมชาติเพื่อฝึกปฏิบัติ

ปราชญ์ชาวบ้าน ทั้งสองท่านในภาคเหนือและภาคอีสานนั้นเป็นตัวอย่างของผู้นำทางการเกษตรที่แท้จริง

ที่สำคัญท่านไม่ขัดข้องในอันที่จะขยายความรู้ความเข้าใจในการทำการเกษตรให้แก่ผู้สนใจที่จะเดินในแนวทางเกษตรสร้างชาติอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดในประเทศนี้.

ซี.12

Leave a comment