ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/594343
โดย ซี.12 23 มี.ค. 2559 05:01

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกและแต่งตั้ง ปลัดกระทรวง และอธิบดีนั้นมีเกณฑ์การคัดเลือกและมิติการประเมินระบุว่า
การคัดเลือกนักบริหารระดับสูงเพื่อให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดี และตำแหน่งที่เทียบเท่า นอกจากต้องคำนึงถึงความยุติธรรมและความเหมาะสมแล้ว ต้องพิจารณาคุณลักษณะสำคัญที่ผู้บริหารต้องมีด้วย เช่น สมรรถนะ ความเป็นผู้นำ ทักษะ พื้นฐานที่สำคัญ เจตคติการทำงานมุ่งผลสัมฤทธิ์ ความรอบรู้ในการติดต่อสื่อสาร การนำการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น จึงต้องมีความชัดเจนเรื่องเกณฑ์การคัดเลือกและมติการประเมิน ดังนี้
เกณฑ์การคัดเลือก เมื่อมีการจัดกลุ่มตำแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดี และตำแหน่งเทียบเท่าออกเป็น 1.ปลัดกระทรวง 2.หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือต่อรัฐมนตรี 3.หัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 4.อธิบดีหรือตำแหน่งเทียบเท่าซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 148 ตำแหน่งนั้น เพื่อให้สามารถกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกได้อย่างถูกต้อง ควรมีการจำแนกตำแหน่งทั้ง 148 ออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1.ตำแหน่งที่ต้องใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และการกล่อมเกลาเฉพาะด้าน ควรมีเกณฑ์การคัดเลือก คือเกณฑ์อาวุโสในการครองตำแหน่งปัจจุบัน เกณฑ์ความรู้ความสามารถ เกณฑ์สมรรถนะพื้นฐานและสมรรถนะเฉพาะ เกณฑ์สายอาชีพ (career path) เว้นแต่มีความจำเป็นต้องสรรหาจากข้าราชการพลเรือนสามัญนอกส่วนราชการ
2.ตำแหน่งที่มีภารกิจราชการลับซึ่งกระทบต่อความมั่นคง ควรมีเกณฑ์การคัดเลือก คือ 2.1.เกณฑ์อาวุโสในการครองตำแหน่งปัจจุบัน 2.2.เกณฑ์ความรู้ ความสามารถ 2.3.เกณฑ์สมรรถนะพื้นฐานและสมรรถนะเฉพาะ 2.4.เกณฑ์ความไว้วางใจ
3.ตำแหน่งที่มีภารกิจด้านยุทธศาสตร์การพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และอื่นๆควรมีเกณฑ์การคัดเลือกคือ 3.1.เกณฑ์อาวุโสในการครองตำแหน่งปัจจุบัน 3.2.เกณฑ์ความรู้ความสามารถ 3.3.เกณฑ์สมรรถนะพื้นฐานและสมรรถนะเฉพาะ
การกำหนดประเภทตำแหน่งดังกล่าว 148 ตำแหน่งข้างต้น ให้คณะกรรมการคัดเลือกนักบริหารแห่งชาติ (ก.บ.ช.) เป็นผู้พิจารณากำหนด
ส่วน มิติการประเมิน ต้องครอบคลุมมิติต่างๆที่เป็นพื้นฐานสำคัญ 5 ด้าน คือ
1.ผลงาน ความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่เป็นรูปธรรม อธิบายได้ ซึ่งสะท้อนถึงความรู้ ความสามารถของบุคคลได้อย่างชัดเจน
2.สมรรถนะ ประกอบด้วยสมรรถนะพื้นฐานของตำแหน่งนักบริหารระดับสูง เช่น ความเป็นผู้นำ ความสามารถในการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ และการทำงานมุ่งผลสัมฤทธิ์ และสมรรถนะเฉพาะของตำแหน่งลักษณะงาน
3.ประวัติการทำงานและประสบการณ์ รวมทั้งความรู้ ความชำนาญต่างๆที่ได้รับการฝึกอบรมเรียนรู้มา ตลอดจนรางวัล บำเหน็จความชอบ และการถูกร้องเรียนกล่าวหา การถูกดำเนินการลงโทษทางวินัยต่างๆ
4.การทดสอบวิสัยทัศน์ เพื่อทราบถึงแนวคิดในการพัฒนาการคาดการณ์โอกาสและภัยคุกคามในอนาคตเกี่ยวกับงานในภารกิจของตำแหน่ง ตลอดจนกำหนดแนวทางการทำงานในอนาคตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
5.พฤติกรรมทางจริยธรรม ได้แก่ การประเมินเพื่อสะท้อนถึงความเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส ความเสียสละ เพื่อราชการและประชาชน และความซื่อสัตย์ในงานรวมถึงสมรรถนะที่เป็นสากล เช่น มีจิตประชาธิปไตย ไม่เลือกปฏิบัติ เคารพสิทธิมนุษยชน สำนึกธรรมาภิบาล ไม่ล่วงละเมิด หรือคุกคามทางเพศ เป็นต้น
พรุ่งนี้จะตบท้ายด้วยขั้นตอนการคัดเลือกและแต่งตั้ง.
“ซี.12”