ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160523/228215.html
‘บิ๊กตู่’บ่น‘กูล่ะเบื่อ’ป.ประชามติเผยตั้งแท่นฟ้องพวกแกว่งปากบิดเบือน แจงม.44 อันตรายน้อยกว่าก.ม.ปกติ ยอมประหารตัวเองตายแทนประหารสื่อ ยันไม่ปรับครม.ตามข่าวปล่อย
เมื่อเวลา 14.45 น.วันที่ 23 พ.ค.2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชามติร่างรธน. ว่าที่เตรียมข้อมูลกันและให้ตนมาพูด พูดถึงพรุ่งก็ยังไม่จบแต่ทำด้วยกันมาถึงจำได้ อย่าไปคิดว่าตนคิดเอาเอง เพราะตนอ่านศึกษา ฟังพี่ฟังเพื่อนและข้าราชการ มีใครเคยฟังแบบตนบ้างก็ต้องให้อภัยเวลาหงุดหงิดบ้าง เพราะว่ารับเยอะพยายามทำให้ทุกคนพอใจ ส่วนยุทธศาสตร์ 20 ปี ต้องตอบโจทย์ให้ได้ ส่วนยุทธศาสตร์สภาพัฒน์ ไอ้ 5 ป. 6 ป.เดี๋ยวก็กลับไปป.ประชามติอีกูละเบื่อจริงๆ มีอยู่ 3 ป.นี่แหละคือกฎการทำงาน ขอโทษด้วยที่ผมพูดไม่เพราะเดี๋ยวสื่อก็ไปเน้นตรงที่ผมพูดวะเว้ย ผมติดมา 30 กว่าปีแล้วก็ยังติดอยู่แบบนี้ สิ่งสำคัญต้องหาตัวเองให้เจออะไรคือปัญหากระบวนการวิธีการจัดการ และเป้าหมายอันเดียวกัน ยุทธ ศาสตร์ชาติทำให้มันเป็นแบบนั้นไปเป็นผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องการเมือง ขอให้หนักแน่นอดทน เชื่อมั่นตนและทุกคนว่าไม่ได้เข้ามาเพื่ออะไรทั้งสิ้น ใครที่พูดอย่าไปเชื่อเดี๋ยวกำลังฟ้องกันอยู่ ตั้งตำรวจ ตั้งทหาร ตั้งบ้าบอคอแตกเสียเงิน เรื่องที่บอกว่าเศรษฐกิจตกต่ำเพราะคสช.เพราะตัวเลขออกมาจากสภาพัฒน์กำลังฟ้องอยู่ โดนทั้งหมด ตอนนี้เราใช้กฎหมายปกติเพราะฉะนั้นที่บอกให้คสช.เลิกม.44 รู้ไหมอันตรายจะเกิดแค่ไหนเพราะม.44 ทำให้เกิดความมั่นคง และตนสามารถเมตตาผ่อนผันอะไรก็ได้ คราวนี้เจอกฎหมายปกติก็ไปต่อสู้กันเอง ติดคุกกันก่อนทั้งหมด นั่นแหละเลือกกันเองแล้ว จะให้ตนเลิกม.44 ก็เอา ไม่รู้หรือว่ามีม.44 ไว้เพื่ออะไร ผ่อนปรนผ่อนผันในคดีที่ไม่ร้ายแรงมากจนเกินไป ถ้าอย่างนี้ตนก็ดูแลไม่ได้ ถ้าผิดกฎหมายผิดพ.ร.บ.จับหมดไม่จับวันนี้ก็จับวันหน้า เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนว่าจับวันนี้เดี๋ยว จับเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย แต่ถ้านานจน เกินไปจะโดนม.157 ละเว้นอีกผิดกฎหมาย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ต้องหนักแน่นอดทนอย่าไปเชื่อคำบิดเบือนทำให้หมดกำลังใจ ตนไม่เคยหมดกำลังใจ ยิ่งตีตนเครื่องยิ่งร้อน ขอให้เผื่อแผ่แบ่งปันไว้วางใจกันและกัน เสียสละเพื่อประเทศชาติกับตนไปก่อน คสช.เข้ามาอะไรดีหรือไม่ดีก็รู้อยู่แล้ว 2 ปีทำแทบตายบอกไม่ได้ทำอะไรเลย เดี๋ยวจะทำให้เห็นว่า 2 ปีทำอะไร ที่พูดมาไม่ฟังอยู่แล้วจะเอาอย่างเดียวเงินอยู่ไหน เพราะมีคนบิดเบือน ประชาชนรู้และพร้อมร่วมมืออยู่แล้วไม่ว่า จะเรื่องประชารัฐแต่มีคนไปเป่าหูให้ทำนี่ทำนั่นจะอุดหนุนราคาข้าวยางเหมือนเดิม ผู้ว่าฯต้องลงไปพูดกับประชาชน และกรณีการทำถนนหรือขุดคลองของทหารอย่ามาว่าทหารโกงถ้ามีให้บอกมาจะตั้งกรรมการสอบสวนดำเนินคดีทุกอย่างต้องอยู่กระบวนการ ตนไม่ต้องการรังแกใครหรือตั้งคนออกคนเข้าตนไม่รู้จักสักคนแต่เป็นเรื่องพิจารณาเข้าก็ต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจน ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่ใช่ข้างนี้เอาออกถ้าทำงานดีตนก็ไม่ยุ่ง อีกหน่อยต้องคัดกรองหรือไม่ใครพวกใคร ถ้างั้นก็ต้องเปลี่ยนทั้งหมด เช่นตำรวจที่บอกว่าไม่ดีเปลี่ยนมันทั้งหมดเลยสร้างใหม่ตั้งแต่ป.1 มันก็ทำไม่ได้ รื้อออกไม่ได้ ดังนั้นต้องคิดให้เป็นกิจกรรม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า การร่างรัฐธรรมนูญเป็นเพียงแค่หลักประกันที่ให้ประเทศไทยมีหลักการที่สากลยอมรับแต่ระหว่างนั้นต้องมีกลไก อย่างเรื่องส.ว.ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และประชาธิปไตยมันเป็นอย่างไร เราจะเอาอำนาจตรงไหนไปสั่งส.ว. 250 คนได้ คือคนพูดคิดไม่ดีเพียงแต่ว่าส.ว.เป็นหลักประกันไม่ให้เกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมา มันเกิดขึ้นอีกไม่ได้แล้ว ขณะที่เรื่องประชามติเพื่อให้ทุกคนรับรู้รับทราบจริงๆแล้วอำนาจตนฝ่ายความมั่นคง คสช.ไม่ต้องเข้ามาให้ทำก็ได้ประกาศใช้ได้เลย เพราะมีอำนาจ ประเทศอื่นไม่เห็นต้องทำ แต่ประเทศไทยไม่ได้เพราะเป็นประชาธิปไตยแล้วเป็นอย่างไรก็ตีกันอยู่ เอาเรื่องดังกล่าวเป็นพิธีกรรมอ้างประชาธิป ไตยทำให้ประเทศชาติมีปัญหา นักการเมืองดีๆมีเยอะกว่าที่ไม่ดี อย่าไปฟังคนเหล่านี้ ส่วนสื่อก็ไปขยายความให้คนเหล่านี้ออกมาพูด เดี๋ยวก็หาว่าขู่สื่ออีกตนแค่เตือนเพราะกฎหมายเขียนไว้ ตนต้องไปตอบคำถามต่างประเทศว่าขังสื่อไปกี่คนแล้ว ประหารสื่อไปกี่คนมันบ้าหรือเปล่า ถ้าจะให้ประหารสื่อประหารตัวเองดีกว่า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนขอให้กำลังใจผู้ที่กำลังปฏิบัติงานทุกคน ทางพล.อ.ประวิตร บอกกับตนว่า ไม่ไหวแล้ว อายุ 70 แล้ว จะลาออก ตนบอกถ้าลาออกตนก็ตั้งใหม่ได้ ทำไมล่ะมาตรา 44 ตั้งได้อยู่แล้วเพราะฉะนั้นทุกคนต้องรักกัน อย่าคิดว่าเข้ามาเพื่ออะไรเลย ทางรมว.ยุติธรรมก็ไปถึงกระบวนการพระสงฆ์ยุ่งไปหมดแล้ว มันไม่ควรจะวุ่น ตนว่าพระธรรมวินัยว่าอย่างไรก็ไปตามนั้น ตนไม่เข้าข้างใครเพราะเป็นไทยพุทธทั้งนั้น มีใครค้างกับอะไรตนหรือไม่ รัฐมนตรีจะถามอะไรตนไหมจะปรับรัฐมนตรีคนไหน ใครเป็นคนไปปล่อยข่าวปลัด กระทรวงหรือไม่ ทำงานมาด้วยกันตนรู้ใครเป็นอย่างไร ที่ปรับออกไปไม่ใช่ว่าทำงานไม่ดี เขาก็เริ่มต้นให้ครม.2 ทำงานมา เราร่วมชะตากรรมาตั้งแต่ 22 พฤษภาจะทิ้งตนไปหรือ ตนไม่ทิ้งท่านท่านก็อย่าทิ้งตน
มอบนโยบายขับเคลื่อน-ปฏิรูปปท.
ทั้งนี้ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซนทรา ศูนย์ราชการ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายในการประชุมสัมมนาการขับเคลื่อน และปฏิรูปประเทศไทยแบบบูรณาการ หัวข้อ “บูรณาการเพื่อนำประเทศสู่ความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน” ตอนหนึ่งโดยได้ขอให้ทุกคนปรบมือให้กับตัวเองที่ได้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคร่วมกันมา 2 ปีเต็ม พร้อมกล่าวว่า วันนี้หลายคนยังไม่เข้าใจคำว่าบูรณาการการประสานงานกัน ยุทธศาสตร์ชาติ ทุกคนอยากให้ตนใช้อำนาจตามกฎหมายมาตรา 44 แก้ไขปัญหาทั้งหมด แต่ทุกคนจะต้องมีความเข้าใจ และตระหนักถึงความร่วมมือเสียก่อน โดยมองไปข้างหน้าคือการแก้ไขทำใหม่คิดใหม่ เพื่อนำประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ดำเนินการไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไปพร้อม ๆ กับการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ความท้าทายวันนี้คือการเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งเราต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของโลก โดยจะต้องปฏิรูปประเทศเพื่อไม่ให้ถูกกดดันจากโลกภายนอก พัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างภาคภูมิใจ เป็นสังคมประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ไม่มีความขัดแย้งประเทศมีเสถียรภาพ ไม่ใช่ประชาธิปไตยเทียม
“วันนี้ผมไม่ใช่เป็นนักการเมือง แต่เข้ามาทำงานการเมืองร่วมกับทุกคน แม้แต่ข้าราชการที่นั่งอยู่ในที่นี่ก็ทำงานการเมืองด้วย อย่าลืมว่าผลงานที่ผ่านมา ข้าราชการทุกระดับต่างก็ทำงานการเมืองทั้งสิ้น รัฐบาลมีเพียงหน้าที่ดำเนินนโยบายเท่านั้น ประเทศไทยได้ผ่านประสบการณ์มามากพอสมควร ตั้งแต่โชติช่วงชัชวาล มาจนถึงวันนี้ ความท้าทายของเรามีอยู่มากมาย ที่ผ่านมาเราไม่มียุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจน การทำงานของกระทรวง ทบวง กรม ก็ต่างคนต่างทำ ทำงานแบบรูทีน รัฐบาลไม่ได้มองภาพในเชิงบูรณาการ หรืออนาคต ก็ต้องตุปัดตุเป๋ไปมา ความเข้มแข็งจึงไม่เกิดขึ้น ยิ่งเมื่อเติมด้วยความขัดแย้งเข้าไปอีก ก็ทำให้ปัญหามีมากขึ้น ดังนั้นการที่รัฐบาลวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นเพียงการตีกรอบกว้าง ๆ แต่ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมานำทางในการพัฒนาประเทศ ความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ส่วนใหญ่ข่าวไม่ดีมักจะดังออกไปทั่วโลก ทำให้เราเองมักติดกับในเรื่องภายใน ซึ่งตนเข้าใจว่าส่วนใหญ่สนใจแต่เรื่องการเมือง ซึ่งตนเองไม่ปฏิเสธว่ามันไม่จำเป็น แต่เราก็ต้องเดินหน้าประเทศไปให้ได้ แต่ขอร้องว่าอย่ามามัวทะเลาะเบาะแว้งกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่ใช่อะไรก็พูดแต่เรื่องของเสรีภาพ สิทธิจนลืมคำว่าหน้าที่ จนทำให้เกิดความยากในการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ไม่เป็นไรวันนี้ยังสู้ได้ เพื่ออนาคตของเยาวชนและประเทศ “วันนี้เรากำลังปฏิรูปประเทศครั้งที่ 2 ครั้งแรกเราปฏิรูปประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดระเบียบข้าราชการ ส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ซึ่งเราได้ผ่านช่วงเวลานั้นมานานแล้ว วันนี้เรากำลังจะปฏิรูปประเทศเป็นครั้งที่ 2 บางคนบอกว่าไม่ต้องแต่มันไม่ได้ ถ้าเราไม่ปฏิรูปก็จะถูกกดดันจากภายนอกในทุกมิติ และถูกกดดันจากภายในประเทศด้วย เรายังมีปัญหาอีกมาก ส่วนโลกภายนอกก็แบ่งกันเป็นกลุ่มเป็นฝ่าย ขณะเดียวกันก็มีคนของเราเองไปทำให้ข้างนอกกดดันประเทศอีก”
นายกฯ กล่าวว่า ต้องสร้างความเข้มแข็งและความเป็นธรรมให้กับชุมชน ทุกตำบลทุกหมู่บ้าน รวมถึงการจัดสรรทรัพยากร ให้เกิดความสมดุล ต้องมีการจัดระเบียบที่ชัดเจน ที่ผ่านมามีการบุกรุกทำลายป่ากระทบสิ่งแวดล้อมมากมาย และพัฒนาไม่ได้ ติดกับดักตัวเองทั้งหมด สิ่งนี้คืออันตรายของประเทศไทย ชุมชนไม่เข้มแข็งหวังพึ่งพาตลอดเวลา ขณะเดียวกันรัฐก็เข้าไปอุดหนุนตลอด ฉะนั้นวันนี้เราต้องสร้างความเข้มแข็งไปพร้อมๆกับการให้ความช่วยเหลือเขา ไม่ใช่ช่วยเหลืออย่างเดียว แค่ผ่านทุกข์ทรมานแล้วไปเจอทุกข์ทรมานข้างหน้าอีก จนถึงวันนี้ ทั้งพืชผลการเกษตรต่างๆราคาตก จะปล่อยให้วนอยู่อย่างนี้อีกนานแค่ไหน แม้เศรษฐกิจจะตกทั้งโลก แต่เราก็ต้องมีวิธีการบริหารจัดการที่ชาญฉลาด ซึ่งรัฐบาลนี้ทำมาตลอด 2 ปี แต่ทุกคนไม่เคยชิน คิดอย่างเดียวว่าทำยังไงจะได้เงินง่ายๆ โดยการทำงานน้อยๆ ก็ทำให้เกิดการทุจริตรั่วไหลเยอะ
“วันนี้เราต้องช่วยกัน สิ่งแรกที่ผมอยากจะฝากคือสร้างความเข้าใจกับประชาชนทุกหมู่เหล่าให้ได้ ต้องปรับการศึกษาให้เขาเรียนรู้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก็ปรับไปเยอะ ถือเป็นความก้าวหน้า วันก่อนมีเด็กนักเรียนตัวเล็กๆมาพูดภาษาอังกฤษกับผม สำเนียงดีมากเก่งกว่าผมเยอะ และนี่ถือเป็นความก้าวหน้าของการปฏิรูปการศึกษา ขณะที่ทุกคนไม่เข้าใจว่าปฏิรูปการศึกษายังไง ตรงไหน และมุ่งหวังว่าต้องเป็นอย่างนี้อย่างนั้น และอยากให้ใช้อำนาจ คิดว่าคงแก้ไม่ได้ทุกอย่างถ้าไม่สร้างการรับรู้ ร่วมกัน โดยการศึกษาต้องเริ่มแก้ที่พื้นฐาน และปัจจัยหลายอย่างอยู่ในเรื่องของการศึกษา และวันนี้ที่ออกคำสั่งมาตรา 44 ไปเพื่อให้รัฐมนตรีและข้าราชการที่รับผิดชอบทำร่วมกันให้ได้ รัฐบาลกำลังแก้ให้ดีขึ้นไม่ได้จะทำให้แย่ลง” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เขียนให้สนับสนุนการศึกษา 12 ปี รัฐบาลที่ผ่านมาทำ 15 ปีรวมระดับอนุบาล ขณะที่รัฐธรรมนูญเดิมก็เขียนไว้ 12 ปี ไม่แตกต่างกัน ตรงนี้ต้องหาเงินให้ 2 พันกว่าล้าน ระดับนโยบายก็ยังยืนยัน 15 ปี เหมือนเดิม บอกว่าอะไรที่ให้ไปแล้วเอาคืนไม่ได้คนไทยอุ๊บอื๊บเลย กฎหมายอะไรก็ไม่สน ให้แล้วให้เลยเอาคืนไม่ได้สักอย่าง แต่ไม่มองว่าเอาเงินมาจากไหน อยากได้ของฟรีทั้งหมด ถามว่าจะไปได้ไหมในเมื่อเรากำลังทำโครงสร้างใหม่ก็ให้ประเทศมีรายได้สูงขึ้น และนำเงินที่เหลือจากการอุดหนุนช่วยเหลือมาทำอย่างอื่นในการบำรุงประเทศมันจะเชื่อมโยงกันแบบนี้
นายกฯ กล่าวว่า อดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจบางคน ออกมาพูดว่าเศรษฐกิจตกต่ำคนจะตายกันหมดแล้ว มันตายตรงไหน เขาไม่ตายกันหรอก เขามีการปรับตัวเสมอ ตนไปภาคอีสานเขาก็บอกว่าปรับตัวได้เอง เพราะปีนี้แล้งมาก แต่กลับมีคนไปยุแหย่ตลอดเวลา ว่ามันแย่แล้วถ้ามันแย่ตัวเลขเศรษฐกิจมันจะขึ้นไหม จาก 0.8 ตอนนี้ขึ้นมา 3.2 ก็ยังมาบอกว่าเป็นตัวเลขปลอมอีก ตนไม่เข้าใจ ทั้งโลกและประเทศรอบบ้าน ประเทศรวยๆติดลบตัวแดงเถือกหมด เรามีเรื่องการส่งออกที่ลดลง แต่เราก็มีมวลความสุขสูงขึ้น เราต้องภูมิใจที่มีความสุขแบบเบริ์ดเบิร์ด แบบพี่ใจตามไทยตัวเอง ขณะที่ประเทศอื่นกฎหมายเขาแรงทำอะไรมากไม่ได้ แต่มาบ้านเราสบาย แม้แต่การขับรถ เหมือนกับไทยเป็นสนามขับรถมากันเต็มที่เชียงใหม่ เกิดความวุ่นวายกันหมดแล้วก็จะมาให้รัฐบาลไล่กลับ ถ้าไล่เขาแล้วเราจะอยู่ยังไงในเมื่อรายได้หลักของประเทศอยู่ที่การท่องเที่ยว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่กำลังเป็นประเด็นบนเวทีโลกตอนนี้คือปัญหาโลกร้อน โรคระบาด ภัยพิบัติ ก่อการร้าย การอพยพที่ไม่ปกติ การค้ามนุษย์ ความยากจน และความแตกต่างทั้งหมดต้องคิดใหม่ทำใหม่ รวมถึงการเกษตรบ้านเราก็ต้องปรับเป็นเกษตรอุตสาหกรรม ก้าวสู่เทคโนโลยีถ้าไม่เตรียมตรงนี้ วันหน้าจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ วันนี้ทุกคนอยากได้รถไฟ แต่พอเริ่มแตะก็ถูกมองว่าทุจริตทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไร แค่คิดทำก็ผิดแล้ว แต่เวลาเขาทำอะไรมาผิดกลับไม่ว่ากัน ตนไม่เข้าใจความคิดคนพวกนี้ซึ่งมีไม่กี่คน และก็มีคดีอยู่ทั้งหมด ว่าจะไม่เกี่ยวข้องแล้วไม่อยากทะเลาะเรื่องการเมืองกับใคร
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล ใช้โทรศัพท์สื่อสารประเทศไทยมีคนใช้โทรศัพท์ 96 ล้านเครื่อง และในวันนี้คงเกิน ร้อยล้านเครื่องแล้ว ตั้งแต่มี 4จี เฉพาะตนก็มี 4 เครื่อง มีทั้งด่าทั้งชมเข้ามาในเครื่องแต่ที่ส่งมาด่าทำให้ตนปวดหัว อารมณ์ไม่ดีก็ไม่อ่านในบางหมายเลข และบางหมายเลขเอาไว้คุยกับรัฐมนตรี บางเครื่องใช้ประชุมร่วม แบบนี้เขาเรียกว่าบูรณาการทางระบบไอที บางครั้งรัฐมนตรีนั่งประชุมกัน 5 คน แต่หาข้อสรุปอะไรไม่ได้ เพราะติดข้อกฎหมายนู่นนี่ ดังนั้นควรจะหารือกันก่อนให้เรียบร้อยทางโทรศัพท์ในลักษณะประชุมร่วม และตรงนี้จะเป็นความลัพธ์ไม่มีใครมาล้วงตับท่านได้ไม่ต้องกลัว เขามีระบบความปลอดภัย ของไอซีที
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องเพิ่มบทบาทของไทยในเวทีโลกให้มากขึ้น ซึ่งหลายประเทศกำลังเข้ามาโดยเฉพาะแอฟริกา ดังนั้นต้องมองวิกฤตให้เป็นโอกาส ไม่ใช่ทำโอกาสให้เป็นวิกฤตเพิ่มขึ้น ต้องเดินหน้าไปสู่อนาคตโดยต้องดูว่าจะเดินให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนอย่างไร ซึ่งเราจะไปพูดก่อนเขาไม่ได้ จะทำให้เขาหมั่นไส้เกลียดเรา จึงใช้คำว่าเดินไปพร้อมกัน ซึ่งในอาเซียนก็ยอมรับบทบาทตนที่แสดงออกไป ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามาไม่ขอโทษใคร แต่โทษตัวเองด้วย เรากำลังเป็นรัฐที่จะล้มเหลวและจะล้มเหลวทันที ถ้าไม่ได้ปฏิรูปโดยเริ่มจากตัวเอง ภาครัฐ และประชาชน เพื่อปรับปรุงแก้ไข อย่าคิดแต่เพียงอำนาจ ผลประโยชน์ ทุกวันนี้ถ้ามีทุจริตโดนหมด เราต้องคลีนแอนด์เคลียเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ดังนั้นการปฏิรูปจึงต้องมีโร้ดแม็ป ยุทธศาสตร์ 20 ปี ทั้งในปัจจุบันและอนาคต และรัฐบาลก็ได้เริ่มปฏิรูปมาแล้ว ถึงได้มีคนเดือดร้อน ขณะเดียวกันเราเข้ามาช่วงเศรษฐกิจโลกตก กลายเป็นว่าคสช.เข้ามาทำประชาธิปไตยไม่เป็น แล้วขาหัก แต่ก็เห็นว่าวันนี้เราก็ค้าขายกับทุกประเทศและคนพูดคือคนไทยทั้งสิ้น ซึ่งต่างประเทศเลิกถามเรื่องประชาธิปไตยในบ้านเราไปนานแล้ว เพราะเห็นว่าเราทำงาน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทุกคนต้องการปฏิรูป ทุกคนมีความหวังดีหมด บอกเราทำไมไม่แก้ตรงนั้นตรงนี้ มันมีสองข้างเสมอ คือมีคนได้ก็ต้องมีคนเสีย แต่จะทำให้ได้มากกว่าเสีย คนได้ก็ต้องไปดูแลคนเสีย ตนไม่ต้องการคะแนนเสียงจากใคร เพียงแค่ต้องการให้ประเทศเดินหน้าเท่านั้น วันนั้นตนไปนั่งคุยกับรัฐมนตรีญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้หญิง ท่านก็ลุกมาหาตนแล้วบอกว่าเขาใช้น้ำหอมจากไทย เขาก็ต้องการเป็นมิตรกับเรา ในทางกลับกันพอต่างประเทศให้คนไทยเข้าประเทศโดยไม่ต้องทำวีซ่าเราก็ไปเที่ยวต่างประเทศกันมากขึ้น ส่วนคนไทยพอจะเที่ยวในประเทศไทยก็ต้องรอลดภาษีก่อน
นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ตนขอชื่นชมโรงเรียนแก่งค้อ จ.ชัยภูมิที่เด็กนักเรียนแต่งผ้าซิ่นไปโรงเรียน ซึ่งเขาก็บอกว่าเขาเต็มที่จะที่จะแต่งเพราะผ้าซิ้นราคาถูก พอเห็นแล้วก็สวยดี ส่วนภูมิภาคอื่นที่มีสินค้าผ้าสวยๆ ก็ควรทำให้มีมูลค้าเพิ่มขึ้น เรื่องการลงทุนที่เราจะเป็นศูนย์กลางเปิดตลาดทุนเพื่อดูแลบริษัทต่างประเทศที่ลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจะเชื่อมโยงการแก้ปัญหาการเงินการธนาคารที่ตั้งไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องมหาวิทยาลัย วันนี้ตนไปถามรัฐมนตรีก็ปวดหัว เพราะมีดอกเตอร์จบมาตั้ง 3 หมื่นเก่าคน แต่กลับมีปัญหาเพราะแต่ละคนเรียนมาคนละมหาวิทยาลัย คนละความรู้ เก่งทุกคนแต่คุยกันไม่ค่อยได้ ยิ่งมีทหารที่เป็นรัฐมนตรียิ่งไม่ฟังกันใหญ่ แต่ก็ต้องฟังกันบ้าง ขอร้องฟังกันเถอะ ดอกเตอร์ทั้งหลายของให้ถอดหมวกกันก่อน ท่านเก่งอยู่แล้วเราก็ยอมรับ เราต้องทำให้ประเทศเราเป็นประเทศที่สูงขึ้นในระดับภูมิภาค ถ้ามี 10 ประเทศ เราควรเป็นประเทศที่เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เราต้องเป็นเสือตัวที่ 1 เดี๋ยวเขาจะมาเกลียดขี้หน้าเอา เดี๋ยวจะกลายเป็นเสือตัวที่ 11 ที่อยู่ข้างนอก แต่เสือทั้ง 10 ตัวต้องเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน หาอาหารร่วมกันและแบ่งกันกิน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อเช้าเปิดโทรทัศน์ก็หมดแรง เพราะเห็นข่าวหอพักนักเรียนไฟไหม้เสียชีวิต 18 ราย พอเปิดอีกช่องก็เจอข่าวรถไฟชนรถยนต์ แล้วมาบอกว่ารัฐบาลไม่รับผิดชอบไม่ดูแล แล้วทำไมตอนที่รถยนต์ขับไม่ดูรถไฟบ้าง แล้วสถานที่ที่ชนก็ไม่มีไม้กั้นเป็นทางลักผ่านไม่ใช่ทางปกติ เราจะต้องแก้ไขเพราะคนไทยบางคนชอบเฉยชา เพราะคนไทยไม่เคยเป็นอาณานิคมใครมาก่อน ไม่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของใครก็สบายกันมาตลอด ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็ไม่ทำเพราะไม่ชอบถูกบังคับทำไมเราไม่คิดที่จะทำและร่วมมือ พอตนพูดก็ไม่ฟัง ชอบฟังแต่เรื่องประชามติ ความขัดแย้ง วันนี้ต้องเดินไปด้วยกันทำให้มันถูกต้อง ตนไม่เคยบังคับอะไรสักอย่าง ตนก็ห่วงตรงนี้จะไปทำตรงนู้นตรงนี้ก็ยังไม่พร้อม แต่ถ้าอยากจะทำก็ทำมาเพราะตนไม่ได้หวงอำนาจอยู่แล้ว เราเองต้องทำอย่างไรไม่ให้เป็นคนเฉยชา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการค้าการลงทุนเราเปิดทั้งหมดก็ทำให้มีการแข่งขันกัน ทำให้สร้างความเชื่อมั่นและลดการรั่วไหล ซึ่งตนก็บอกกับทุกประเทศว่าไทยจะต้องไม่มีการทุจริตและคอร์รัปชั่นโดยเด็ดขาด ถ้าหน่วยงานไหนบอกว่าต้องเสียเงินให้มาบอกตนแล้วจะลงทาเดี๋ยวนั้น แต่ตนก็ไม่คิดว่าใครจะทำ ถ้ารักประเทศต้องไม่ทำ
“อย่างเรื่องของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มียุทธศาสตร์ 6 ป.แค่ 3 ป.ก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว มี 6 ป.อีก รู้ไหมว่าประเทศไทยมี 6 ป.คือ ปรับจิตสำนึก ปรับกระบวนทัศน์ ปรับบทบาท ปรับสมดุล ปรับโครงสร้าง ปรับกลไกขับเคลื่อน ซึ่งเป็นการบูรณาการทั้งระบบ เป็นการแก้ไขตามปัญหาที่เรามีอยู่ การแก้ปัญหาต่างๆ จะต้องไม่ทำให้ปัญหาใหม่เกิดขึ้น ซึ่งตนต้องแก้ให้มากและดีที่สุด จึงต้องมีคณะกรรมการจัดที่ดินเพื่อไปดำเนินที่ดินที่มีอยู่ๆ แล้ว ให้ถูกต้อง โดยใช้แผนที่วันแม็ป เราต้องทำร่วมกัน อย่าแยกกันทำแยกกันเดิน ฉะนั้นต่อไปนี้ทุกกระทรวงต้องร่วมกันทำ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การจัดการงบประมาณปีหน้า ทุกกระทรวงต้องประสานงานกัน ทั้งงบการพัฒนาพื้นฐาน งบเร่งรัด ตนก็จะทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณใหม่ทั้งหมด โครงการใดจะต้องออกไตรมาสใดเราต้องระบุให้ชัดเจนเพื่อที่จะทำให้เงินออกตามวงรอบ และให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ อันไหนทำได้ทำเลย ส่วนโครงการไหนระยะยาว ก็ต้องทำตามขั้นตอน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความสมดุลที่ประเทศเราต้องเตรียมการคือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมที่อยู่ดีมีสุขการเพิ่มเติมภูมิปัญญาของมนุษย์ไม่ให้บิดเบี้ยว พลเมืองตื่นรู้และเรียนรู้กันเอง ทำประโยชน์ส่วนรวมมีความมุ่งมั่นและความคิดอิสระที่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ใช่อิสระจนเกิดควาวุ่นวาย และใช้ศาสนาเป็นหลักในการนำพาชีวิตให้มีความสุข
