ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160523/228178.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2559
‘ประวิตร’ จี้ ‘จักรทิพย์’ จับคนร้ายบุกปล้นธนาคารให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะมีข่าวปลด ผบ.ตร.ออกมาทุกวัน เดือดข่าวซื้อขายตำแหน่งสีกากี บอกมาให้ชัดว่าใครพร้อมฟันทันที
23 พ.ค. 59 เมื่อเวลา 11.00 น. โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยด้วยรากฐานความมั่นคง” ภายในงานสัมมนาการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยแบบบูรณาการตอนหนึ่งถึงกรณีที่มีคนร้ายบุกปล้นชิงทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ ภายในห้างเทสโก้ โลตัส สาขาตลาดรังษิณา ถนนรอบเมือง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้เงินสด 4 แสนบาท ว่า เหตุการณ์คนร้ายปล้นเงินธนาคาร 4 แสนบาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องจับกุมคนร้ายให้ได้ ต้องไปหาตัวมา เหตุเกิดที่ไหนตำรวจต้องจับให้ได้ทุกเรื่อง ใครจะเป็นโจรหรือจะนั่งอยู่ในที่ประชุมนี้หรือไม่ ตนจับได้หมด และตำรวจต้องดูแลทุกเรื่อง ขอฝาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นก็จะมีข่าวปลดตำรวจและปลด ผบ.ตร.ออกมาทุกวัน ดังนั้นต้องจับคนร้ายให้ได้
บรรยาย ‘การขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยด้วยรากฐานความมั่นคง’
พล.อ.ประวิตร กล่าวบรรยายพิเศษใจความตอนหนึ่งว่า ภาพรวมงานด้านความมั่นคงถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ช่วงที่ผ่านมามีความสงบทำให้งานด้านอื่นๆ เดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้งานด้านความมั่นคงมีหลากหลายไม่ใช่แค่การปกป้องอธิปไตย แต่ยังมีเรื่องการดูแลประชาชนเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติและเรื่องยาเสพติด เป็นต้น ข้าราชการผู้ใหญ่ต้องดูแลประเทศ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความมั่นใจกับประเทศชาติได้ ต้องมองว่าประชาชนคือศูนย์กลางเป็นที่ตั้ง ต้องมีความปลอดภัย อยู่ดีกินดี ไม่เหลื่อมล้ำ มีที่อยู่อาศัย และอยู่เย็นเป็นสุข
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า หน่วยงานความมั่นคงดูแลภาพรวมมิติทั้งในประเทศและต่างประเทศต้องมีความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ โดยมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ดูแลภาพรวมประเทศ มีความสำคัญในการวางแผนให้เกิดความมั่นคง ต้องปฏิบัติร่วมกันระหว่างตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายปกครอง และทหารโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นผู้รับผิดชอบสร้างสภาวะแวดล้อมให้ประชาชนเกิดความปลอดภัย รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายต้องไม่เหลื่อมล้ำ การดำเนินงานด้านความมั่นคงที่ผ่านมา 2 ปี เราต้องบูรณาการงานทั้งหมดให้ได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและมั่นใจสิ่งที่รัฐบาลทำว่าทำเพื่อประชาชน และให้เกิดความเชื่อมั่นต่อต่างประเทศ ส่วนงานปฏิรูปด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ เรามีผู้ช่วยทูตทหารดูแลเรื่องความร่วมมือทางทหาร เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยไม่ใช่เฉพาะกลไกของกระทรวงต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้มาเลเซีย ลาว เมียนมา กัมพูชา เป็นประเทศที่เราต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อเป็นรากฐานความมั่นคงที่สำคัญตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตามเราต้องปฏิรูปความมั่นคงขณะนี้มีความก้าวหน้าโดย สมช.ออกกฎหมายต่างๆ มีความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สำหรับปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 47 ทาง สมช.จะจัดทำแผนแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ใหม่ในปี 58-60 เพื่อให้เกิดการบูรณาการ พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญงานด้านการข่าว ต้องรู้ว่าข้าศึกเป็นใคร และจะต้องลงไปทำว่าในประเทศยังมีความขัดแย้งอย่างไร ถ้ายังขัดแย้ง เราก็ยังไปไม่ได้ นอกจากนี้ยอมรับว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณแยกราชประสงค์คือเป็นความล้มเหลวของตนที่รับผิดชอบงานด้านนี้เพราะส่วนตัวถือนโยบายการป้องกันมากกว่าการปราบปรามไม่ใช่เกิดเหตุแล้วไปจับกุมแต่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น
“ขณะนี้ยอมรับว่าเรายังไม่เป็นประชาธิปไตยในทางพฤตินัย แต่ในทางปฏิบัติเราพยายามทำให้เป็นประชาธิปไตย รัฐบาลปัจจุบันมีความจำเป็น ถ้าเราไม่ทำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ตัดสินใจให้ประเทศเดินหน้า วันนี้จะเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครรู้ เพราะรัฐบาลในขณะนั้นไม่มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินหมดทุกอย่าง จึงเกิดแบบนี้ นายกฯจึงตัดสินใจเข้ามาดูแล เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า 2 ปีที่ผ่านมา นายกฯ สร้างความเชื่อมั่นให้นานาประเทศ ประชาชน และข้าราชการว่าสามารถทำให้ประเทศเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทั้งนี้ต้องยอมรับว่านายกฯ เสียสละ ผมไม่ได้มาชื่นชมแต่มันเป็นเรื่องจริง ถ้าไม่มีนายกฯ เราก็ไม่มีความสุขกันแบบนี้” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เดือด ‘ดร.อาทิตย์’ ปูดซื้อขายตำแหน่ง บอกมาให้ชัดว่าใครพร้อมฟันทันที
เมื่อเวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงปัญหาการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับสารวัตรและรองผู้บัญชาการ ว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ไม่มีปัญหา แต่ปีนี้ไม่เหมือนปีที่ผ่านๆ มา เพราะเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่กำหนดขึ้นมาใหม่ ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาเนื่องจากมีจำนวนมากถึง 8 พันกว่าคน จึงได้ใช้มาตรา 44 ในการดำเนินการ ไม่เช่นนั้นจะทำไม่ได้ ติดขัดไปหมด อีกทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไม่มีอำนาจ ซึ่งอำนาจไปอยู่ที่ผู้บัญชาการ จึงโยกย้ายข้ามหน่วยไม่ได้ อย่างไรก็ตามไม่ถือว่าล่าช้า ซึ่งในวันนี้จะมีการประกาศรายชื่อทั้งหมดจนครบ ทั้งนี้ตนขอยืนยันว่าไม่มีการยกเลิกคำสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายตามที่มีกระแสข่าวออกมา
เมื่อถามถึงกรณีที่ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง วงเงิน 10-20 ล้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็ให้ไปหาหลักฐานมาว่าใครที่ซื้อขายตำแหน่ง เอาชื่อออกมา อย่ามาพูดลอยๆ มันไม่ดี พูดไปเรื่อย ใครๆ ก็พูดได้ ให้ ดร.อาทิตย์ มาหาผมเลย มาพูดลอยๆ ทำให้ประชาชนสับสน บอกมาเลยว่าเป็นคนไหน ใครเป็นคนซื้อขายตำแหน่งอะไรขอให้บอกมา เพราะผมสั่งชัดเจนและก็ดูด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องปลดออกจากราชการทันที”
ปิดทางแก้ พ.ร.บ.ประชามติ เปิดช่องนักการเมืองเคลื่อนไหว
พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชขาติ (คสช.) ทำตามสัญญาในการดูแลประชาชน ภายหลังการรัฐประหาร 2 ปี ว่า อยากถามกลับไปว่ามีสิ่งใดบ้างที่รัฐบาลไม่ทำ เศรษฐกิจในขณะนี้ก็อยู่ในตัวเลขสีเขียวประเทศเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจประเทศอื่น อย่างนี้ถือว่าดีหรือไม่ อย่างนี้จะไม่ดีได้อย่างไรหรืออยากจะให้ตัวเลขแดงเหมือนประเทศอื่นๆ ส่วนจะเป็นสัญญาณบวกต่อ คสช.ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ออกมาโจมตีหรือไม่นั้น ตนขอยืนยันว่าเราจะขอทำงานต่อไปให้ดี
เมื่อถามว่า ซูเปอร์โพลล์ออกมาเปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานในการทำงาน 2 ปีของ คสช.นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในกติกาไม่มี เพราะฉะนั้น อย่าพูด เราเล่นทุกเรื่องตามกติกา เดินตามโรดแม็พ ส่วนที่หลายฝ่ายเห็นว่าการทำงานของรัฐบาลยังไม่เป็นรูปธรรมนั้น ตนอยากถามว่า ไม่มีผลงานได้อย่างไร ที่ออกมาเต็มไปหมด โพลล์ก็แสดงให้เห็น ช่วงนี้ก็อยู่ในระหว่างการปฏิรูป ทุกอย่างจะทำให้จบวันเดียวไม่ได้ต้องใช้เวลา 5-10 ปี ประเทศใหญ่ๆ ที่ปฏิรูปอยู่ก็ยังไม่จบ
เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคการเมืองต้องการให้ คสช.ผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้พรรคการเมืองแสดงความคิดเห็น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนจะให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญขึ้นในทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งรูปแบบก็จะเป็นแบบเดียวกับที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่เรียกร้องให้มีการยกเลิกคำสั่งที่ 57/2557 เพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้นั้น ที่ผ่านมา คสช.ได้เปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็นไปแล้ว
“จะเอาอะไรอีก ทั้ง พ.ร.บ.ประชามติ ก็ได้ออกไปแล้ว มีการบังคับใช้ไปแล้ว โปรดเกล้าฯ แล้ว ถือว่าจบไปแล้ว ใช้การเปิดเวทีก็ถือว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมแล้ว เพราะกฎหมายมันแก้ไขไม่ได้แล้ว” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เมื่อถามว่า การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ มีการปะทะกันของกลุ่มที่ความเห็นตรงข้าม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ตนขอร้องทุกฝ่ายอย่าออกมาเคลื่อนไหวในตอนนี้ เพราะตอนนี้การจัดการเป็นไปตามโรดแม็พ ตอนนี้ประเทศเรามีทางเดินและเห็นทางแล้ว ทางมีและรถก็วิ่งอยู่แล้ว
