แล้งจัด..ปลวกบุกกินมันฯ ใช้สารกำจัดเพลี้ยแป้งแช่ท่อนพันธุ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/600807

 

ดร.จรรยา มณีโชติ หัวหน้าโครงการวิจัยการบริหารจัดการศัตรูพืชแบบบูรณาการในมันสำปะหลัง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยถึงผลการสำรวจพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง ในพื้นที่ภาคอีสาน ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไม่เพียงจะพบปัญหาไรแดงระบาด เพราะเกษตรกรใช้สารกำจัดผิดประเภท นำสารกำจัดแมลงมาใช้กำจัดไรแดงไม่ได้ผล เนื่องจากไรแดงเป็นแมงมี 8 ขา ไม่ใช่แมลงที่มีเพียง 6 ขา เลยส่งผลให้ไรแดงระบาดรุนแรง ยังพบปัญหาปลวกบุกรุกกัดกินไร่มันสำปะหลังเป็นจำนวนมากอีกด้วย


“สาเหตุมาจากความแห้งแล้งที่รุนแรง ทำให้อาหารในธรรมชาติมีน้อย ปลวกมีอาหารไม่เพียงพอ จึงอพยพเข้ามาหากินในไร่มันฯ ประกอบกับปีนี้เกิดภัยแล้งรุนแรง ดินแข็ง แรงงานไม่ยอมรับจ้างขุด ทำให้มันสำปะหลังยังตกค้างอยู่ในแปลงปลูกเป็นจำนวนมาก ยิ่งกระตุ้นให้ปลวกเข้ามากัดกินทำลายมากขึ้น”

ที่สำคัญอาการของต้นมันฯถูกปลวกกัดกิน ถ้าเกษตรกรดูไม่เป็น จะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคโคนเน่า เพราะจะมีอาการยอดใบเหี่ยวเหมือนกัน

ดร.จรรยา แนะให้สังเกตต้นมันฯ ที่ถูกปลวกทำลาย ต้นจะมีการล้มเอียง ยอดเหี่ยว ใบจะไม่เหลืองเหมือนโรคโคนเน่า และถ้าสังเกตดินบริเวณโคนต้น จะมีลักษณะเป็นปุยเหมือนจอมปลวกเพิ่งขึ้นมาใหม่ ถ้าเจออย่างนี้ให้ใช้ ฟีโพรนิล (Fipronil) 80 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ราดรดไปบริเวณโคนต้น เฉพาะต้นที่มีตัวปลวก


แต่ถ้าเป็นกรณีจะลงท่อนพันธุ์ปลูกใหม่ ในพื้นที่มีปัญหาปลวกกัดกินมันอยู่แล้ว และปลวกทำรังฝังอยู่ใต้ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ปลวกมาแทะท่อนพันธุ์ ให้ใช้วิธีแช่ท่อนพันธุ์ แบบเดียวกับการกำจัดเพลี้ยแป้ง

จากที่เคยใช้ สารอิมิดาคลอพริด (Imidacloprid) 5 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ให้เพิ่มความเข้มมาเป็น 10 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ต้องเพิ่มความเข้มข้นขึ้นมาเท่าตัว เพราะปลวกมีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่าเพลี้ยแป้ง จากนั้นนำท่อนพันธุ์แช่ในน้ำยาที่ผสมแล้วนาน 5-10 นาที จะช่วยกำจัดเพลี้ยแป้งได้แล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้ปลวกมากัดแทะท่อนพันธุ์ได้นาน 2 เดือน.

 

Leave a comment