ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/creative/224836
วันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
เครือข่ายระบอบทักษิณทั้งพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดง นักวิชาการและนักศึกษาเสื้อแดงหน้าเดิมๆ ยังคงดาหน้าออกมาเปิดศึกยั่วยุ ท้าทาย และบ่อนทำลายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.อย่างต่อเนื่องและนับวันจะร้อนแรงขึ้นทุกขณะ และเป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงนี้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นักโทษหนีคุกมาป้วนเปี้ยนแถวประเทศใกล้ไทย อาทิ ฮ่องกง และสิงคโปร์ โดยมีแกนนำระบอบทักษิณทยอยบินไปพบเป็นระยะๆ
ความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ครั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมาบัญชาการรบเพื่อเปิดศึกใหญ่กับอำนาจรัฐคสช.ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างขวัญให้บรรดาเครือข่ายระบอบทักษิณทั่วประเทศเกิดความฮึกเหิมอยู่ตลอดเวลาเพื่อรอโอกาสที่ระบอบทักษิณจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
ขณะเดียวกันขบวนการระบอบทักษิณก็ฉวยโอกาสหาเรื่องบิดเบือนบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาล อาทิ กรณีที่ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน พรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบลาออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้ โดยอ้างถึงการประกาศลาออกจากตำแหน่งของ นายเดวิด คาเมรอน นายกฯอังกฤษ ทันทีที่ผลการทำประชามติของอังกฤษให้สหราชอาณาจักรออกจากประชาคมยุโรป หรืออียู ซึ่งเกมการเมืองของระบอบทักษิณดังกล่าวถูกตอบโต้ว่าปัญหาของอังกฤษต่างจากไทยอย่างสิ้นเชิง เพราะไทยอยู่ในช่วงภายใต้อำนาจพิเศษจากการรัฐประหารไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อีกทั้งการทำประชามติของอังกฤษรัฐบาลอังกฤษเป็นผู้ดำเนินการตามนโยบายของผู้นำอังกฤษที่ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าต้องการให้สหราชอาณาจักรอยู่กับอียูต่อไปซึ่งเมื่อผลประชามติออกมาว่าให้อังกฤษแยกจากอียู ผู้นำอังกฤษจึงต้องรับผิดชอบต่างจากของไทยซึ่งร่างรัฐธรรมนูญจัดร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือคสช.
อีกเรื่องหนึ่งที่ระบอบทักษิณฉวยโอกาสหยิบยกมาเป็นข้ออ้างโจมตีบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาลก็คือกรณีไทยแพ้การแข่งขันชิงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี)โดยบิดเบือนอ้างว่าเป็นเพราะทั่วโลกไม่ยอมรับอำนาจรัฐที่มาจากการรัฐประหารของไทย ทั้งๆ ที่ความจริง 2 ปีหลังคสช.ยึดอำนาจผู้นำไทยได้รับเชิญจากนานาประเทศให้ไปเยือนแม้แต่การประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาติหรือมหาอำนาจอย่างสหรัฐ อีกทั้งไทยยังได้รับเลือกเป็นประธานกลุ่มประเทศจี-77 ซึ่งมีสมาชิกเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งผู้นำจากประเทศทั่วโลกก็มาเยือนไทยแทบจะหัวบันไดไม่แห้งเพื่อกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความร่วมมือ
การอ้างเรื่องไทยพลาดเก้าอี้ยูเอ็นเอสซีของระบอบทักษิณในอีกด้านหนึ่งก็เพื่อเป็นการกลบเกลื่อนผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลคสช.นั่นคือการที่ทางการสหรัฐปรับระดับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยดีขึ้นจากระดับเทียร์ 3 มาเป็นเทียร์ 2 เนื่องจากเห็นว่าคสช.แก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลจากการเลือกตั้งปล่อยปละละเลยมาตลอด
ขณะที่อีกด้านหนึ่งขบวนการระบอบทักษิณพยายามเดิมเกมป่วนก่อคลื่นใต้น้ำทั้งบนดินและใต้ดินโดยไม่คำนึงว่าจะเป็นวิธีการชั่วร้ายสกปรกหรือไม่เพียงใด โดยเฉพาะการบ่อนทำลายอำนาจรัฐผ่านทางโซเชียลมีเดียด้วยการเผยแพร่ข้อความเท็จโจมตีคสช.และรัฐบาลรวมทั้งการปล่อยข่าวบิดเบือนผ่านทางอดีตสส.พรรคเพื่อไทยในจังหวัดต่างๆ จน พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับเปิดเผยว่า มีอดีตสส.บางพรรคปล่อยข่าวโดยปลุกระดมชาวบ้านในจังหวัดของตัวเองว่าหากยังสนับสนุนคสช.และรัฐบาลต่อไปจะมีการยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคและโครงการเรียนฟรี 15 ปี
จากการเคลื่อนไหวของขบวนการระบอบทักษิณที่เข้มข้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำชัดว่าจะไม่มีการปรองดองกับคนที่ทำผิดกฎหมายแล้วไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกับส่งสัญญาณเร่งคดีโครงการรับจำนำข้าวซึ่งมีการทุจริตอย่างมโหฬารและสร้างความเสียหายแก่ประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ได้ข้อยุติภายในปีนี้ โดยเฉพาะการฟ้องทางแพ่งต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะจำเลยคนสำคัญเพื่อให้ชดใช้ความเสียหายแก่แผ่นดินมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท
คดีโครงการรับจำนำข้าวถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของระบอบทักษิณซึ่งนอกจากโทษทางแพ่งแล้วที่สำคัญกว่าคือน.ส.ยิ่งลักษณ์มีแนวโน้มนับถอยหลังไปสู่ประตูคุกเข้าไปทุกขณะจากโทษทางอาญาที่ใกล้ชี้ชะตาเข้าไปเรื่อยๆ ซึ่งชะตากรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ระบอบทักษิณเร่งเกมเปิดศึกแตกหักเพราะสิ่งที่นายทักษิณกังวลและยอมไม่ได้เด็ดขาดคือเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ผู้เป็นน้องสาวต้องติดคุกและถูกยึดทรัพย์เพราะตัวเอง
ทีมข่าวการเมือง
