ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ซี.12 23 เม.ย. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/609544

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเขียนถึงเรื่องราวใน ศาลปกครอง ว่ากำลังมีตำแหน่งผู้บริหารว่างอยู่ 3-4 ตำแหน่งเป็น อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยพร้อมทั้งไล่เรียงจำนวนศาลปกครองในภูมิภาคว่ามีอยู่แล้ว 10 แห่งและกำลังจะเปิดใหม่อีกเป็นแห่งที่ 11 ที่นครสวรรค์โดยเอ่ยชื่อศาลปกครองในภาคใต้ว่ามี ศาลปกครองสุราษฎร์ธานี เป็นชื่อสุดท้าย
ปรากฏว่าเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะรู้ทั้งรู้ว่า ศาลปกครองในภาคใต้นั้นมีเพียง 2 แห่งคือ ศาลปกครองสงขลา และ ศาลปกครองนครศรีธรรมราช แต่เวลาเขียนเข้าจริงๆทำไมถึงไปเขียนว่า ศาลปกครองสุราษฎร์ธานี ไปได้ ต้องขออภัยที่ทำให้เสียความรู้สึก
สำหรับการแต่งตั้งวางตัว อธิบดีใหม่ ก็มีทั้งหมุนเวียนและเลื่อนขึ้นกล่าวคือให้ โสภณ บุญกูล อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช ย้ายไปเป็น อธิบดีศาลปกครองสงขลา ที่ว่างอยู่แล้ว ถาวร เกียรติทับทิว อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี เป็น อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช ไชยวัฒน์ ธำรงศรีสุข อธิบดีศาลปกครองอุดรธานี เป็น อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี และเลื่อน อดุล จันทรศักดิ์ รองอธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก ขึ้นเป็นอธิบดีศาลปกครองอุดรธานี นี่ชุดแรก
ชุดต่อมา อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ที่ขึ้นมาใหม่ อีก 3 แห่งก็เป็นการเลื่อนขึ้นมาจากรองอธิบดีเช่นกันคือ จักริน วงศ์กุลฤดี รองอธิบดีศาลปกครองกลาง เป็น อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น ศิริวรรณ จุลโพธิ์ รองอธิบดีศาลปกครองเพชรบุรี เป็น อธิบดีศาลปกครองนครสวรรค์ และ ประวิทย์ เอื้อนิรันดร์ รองอธิบดีศาลปกครองกลาง เป็น อธิบดีศาลปกครองระยอง ทั้งหมดนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป
ที่จริงรายการโยกย้ายในศาลปกครองคราวนี้มีทั้งในศาลสูงและศาลต้นรวมทั้ง รองอธิบดี และ ตุลาการหัวหน้าคณะ ด้วยซึ่งจะได้นำมาเสนอทั้งหมดในวันจันทร์สัปดาห์หน้า วันนี้เป็นเพียงการบันทึกถึงการย้ายอธิบดี 3 ราย เลื่อนรองอธิบดีเป็นอธิบดี 4 ราย โดยคนที่น่าสนใจที่สุดควรจะเป็น อธิบดีอดุล จันทรศักดิ์ ที่ใครๆก็คาดหวังว่าจากนี้ไปคงได้สัมผัสบทกวีที่งดงามจากแผ่นดินอีสานกันบ้างถ้าหากงานบริหารไม่รัดตัวจนเกินไป
การโยกย้ายแต่งตั้งราชการตำแหน่งอื่นที่เป็นเรื่องฮือฮาแบบฟ้าผ่าน้อยๆก็คือการที่มีคำสั่งตามมาตรา 44 ให้ วิมล จันทรโรทัย พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมประมง ไปเป็น ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วให้ อดิศร พร้อมเทพ จากรองอธิบดีขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมประมงคนใหม่ ซึ่งใครๆก็คาดคิดได้ไม่ยากว่าเห็นจะไม่พ้นเรื่องการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ในเรือประมงไทยที่อาจล่าช้าไม่ทันกับสถานการณ์ หรือไม่ทันใจผู้เกี่ยวข้อง
แต่ต้องไม่ลืมว่า อธิบดีวิมล คนนี้เคยเป็นอธิบดีกรมประมงมาแล้วหนหนึ่งเมื่อปี 2554-2556 ก่อนย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การกลับมาสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมประมงอีกครั้งเมื่อ 1 ตุลาคม 2558 เป็นการกลับมาครั้งที่ 2 ที่ค่อนข้างทุลักทุเลคือได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้วเกิดการขัดข้องทางเทคนิคจนต้องยกเลิกมติแต่แล้วก็กลับมาจนได้แต่ได้ใช้เวลาในตำแหน่งนี้รอบสองเพียงหกเดือนครึ่งก็ต้องลุกจากไปอีกแล้ว นี่คือวิถีชีวิตของบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาประมงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเป็นนักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดลจบปริญญาโทและปริญญาเอกทางการประมงจากสหรัฐอเมริกา
ระดับอธิบดีที่เข้า ครม.ด้วยกระบวนการปกติคราวนี้มีอยู่คนหนึ่งคือ สุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ จากรองเลขาธิการได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ที่ได้รักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว ในขณะที่ สมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพอื่นจะด้วยเหตุผลกลใดขออนุญาตที่จะไม่เขียน
“ซี.12”