ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ซี.12 5 พ.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/615291

มาถึงประเด็นที่ 3 ผลเสียด้านต่างๆ เช่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการทุจริตคอร์รัปชันและด้านบริการประชาชน ที่เกิดจากการใช้ระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทย
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม ที่มี พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง เป็นประธานนั้นพบว่า
ข้าราชการถูกใช้ไปในทางส่วนตัว ไม่ยึดที่ประโยชน์ของประเทศชาติ แต่มุ่งเน้นที่การประจบผู้มีอำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว จึงเป็นช่องทางให้นักการเมืองใช้ข้าราชการเป็นเครื่องมือของตนในการประพฤติผิด เกิดการย้ายข้ามห้วย หรือการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในลักษณะการย้ายข้ามหน่วยงาน ข้ามกระทรวง ข้ามสายงาน
โดยการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวเป็นการวางตัวบุคคล จัดสรรตำแหน่งของข้าราชการระดับสูงในตำแหน่งที่ฝ่ายการเมืองต้องการ โดยมักอ้างเหตุผลว่า เป็นไปเพื่อความเหมาะสม เป็นผลต่อเนื่องให้การบริหารงานภายในองค์กรเกิดปัญหาแตกความสามัคคีภายในองค์กร ข้าราชการขาดความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานและไม่แน่ใจในความก้าวหน้าในสายงาน ไม่ยึดถือหลักวิชาการ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ซึ่งเป็นหลักการของระบบคุณธรรมในการพิจารณา
การบริหารงานบุคคลไม่มีหลักประกันว่าจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงาน เนื่องจากการคัดเลือกคนยึดหลักความพึงพอใจมากกว่าการเลือกสรรผู้มีความรู้ความสามารถ ข้าราชการขาดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน
เนื่องจาก ระบบอุปถัมภ์ มีลักษณะที่ตรงกันข้ามกับ ระบบคุณธรรม การนำเอาระบบนี้มาใช้หรือปล่อยให้แทรกซึมเข้าไปในหน่วยงานใดแล้ว จะทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า อาณาจักรแห่งอิทธิพล ซึ่งจะมีผลในทางเสื่อมของระบบคุณวุฒิหรือระบบคุณธรรม การพิจารณาการเลือกสรรคนเข้าทำงาน รวมทั้งการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง มักจะไม่คำนึงถึงหลักคุณวุฒิและความรู้ความสามารถเป็นเกณฑ์ บุคคลทำงานไม่ตรงกับความสามารถของตนเอง ผู้ที่มีความสามารถไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก่อให้เกิดการเสียขวัญกำลังใจในการทำงาน
การนำระบบอุปถัมภ์ไปใช้ย่อมทำให้ศรัทธาเชื่อถือของประชาชน เสื่อมคลาย ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือกับราชการไทย และเป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชัน
การทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากระบบอุปถัมภ์ หรือเกิดจากเจตนาที่จะทุจริตตั้งแต่ต้นและใช้ระบบอุปถัมภ์นำทาง โดยเป็นผลมาจากการวางตัวบุคคลให้มีตำแหน่งหน้าที่เอื้ออำนวยต่อการกระทำผิด มีอำนาจให้คำอนุมัติ อนุญาต ให้สัมปทานหรือใบประกอบกิจการต่างๆ การอนุมัติในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งจะพบการทุจริตในลักษณะดังกล่าวอย่างมากมายในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
หลักนิติรัฐถูกทำลาย และคนในสังคมละเลยต่อกฎกติกาของสังคม ภารกิจของส่วนราชการถูกจำกัดบทบาท เพราะต้องตอบสนองต่อฝ่ายที่ควบคุม โดยเน้นสนองตอบต่อผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม ระบบราชการขาดการยอมรับและเชื่อถือจากนานาประเทศ ส่งผลเสียที่ใหญ่หลวงต่อการลงทุน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศชาติ
พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะนำเสนอในประเด็นที่ 4 แนวความคิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม.
“ซี.12”