ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/creative/232396
วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมาคลาคล่ำไปด้วยบุคคลสำคัญของประเทศนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วย คณะรัฐมนตรี ตลอดจนผู้นำเหล่าทัพและตำรวจพร้อมหน้าได้เข้าอวยพรวันเกิดครบรอบ 96 ปีแด่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หรือ “ป๋าเปรม” ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษอันเป็นการสะท้อนสัญญาณบางอย่างทางการเมือง
บรรยากาศในงานวันเกิด “ป๋าเปรม” ปีนี้คึกคัก ยิ้มแย้มแจ่มใสและเต็มไปด้วยพลังความเชื่อมั่นและสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพแห่งรัฏฐาธิปัตย์ ขณะเดียวกันก็เป็นการสยบข่าวลือต่างๆ นานาโดยเฉพาะความระหองระแหงกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของนายทหารสายบูรพาพยัคฆ์ รวมทั้งข่าวร่ำลือการวัดรอยเท้า “ป๋าเปรม” ของ พล.อ.ประวิตร
ที่น่าสนใจคือ “ป๋าเปรม” ประกาศอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาว่า ในฐานะทหารแก่พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านอันเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อแผ่นดินและประชาชน ซึ่งแม้จะไม่ใช่งานง่ายภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่ “ป๋าเปรม” ก็เชื่อในฝีมือของพล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จโดยมีเหล่าทัพต่างๆ ตำรวจ ตลอดจนพลังประชาชนคอยให้การสนับสนุน
ในอดีต “ป๋าเปรม” เคยเป็นนายกฯคนนอกที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติและประชาชนสำเร็จมาแล้วจนสามารถสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ โดยจุดเด่นของ “ป๋าเปรม” คือความซื่อสัตย์สุจริตตรงไปตรงมาและเกลียดการทุจริตคอร์รัปชั่น และแม้ภาพภายนอกจะดูนุ่มนวล แต่ “ป๋าเปรม” ก็ซ่อนไว้ด้วยความเด็ดขาดจนได้ฉายาว่า “นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” ถึงขนาดสั่งปลดกลางอากาศ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก พ้นเก้าอี้ผู้นำกองทัพจนกลายเป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในยุคนั้น ขณะเดียวกันก็สั่งปลดผู้บริหารหน่วยราชการที่มีพฤติการณ์ทุจริตคอร์รัปชั่นแบบไม่ไว้หน้า
8 ปี ในการบริหารประเทศ “ป๋าเปรม” ได้วางรากฐานและสามารถกอบกู้เศรษฐกิจที่เละเทะผุพังของประเทศจากการทุจริตคอร์รัปชั่นและผลาญงบประมาณแผ่นดินของเหล่านักการเมืองจนฟื้นตัวกลับมาเข้มแข็ง และเมื่อวางรากฐานประเทศจนเข้ารูปเข้ารอยแล้ว “ป๋าเปรม” ก็ก้าวลงจากเก้าอี้ผู้นำประเทศอย่างสง่างามด้วยคำพูดสุดท้ายที่ว่า “ป๋าพอแล้ว”
หรือว่าเส้นทางของ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะเจริญรอยตาม “ป๋าเปรม” ในฐานะนายกฯคนนอก ซึ่งสัญญาณบ่งชี้ก็คือ บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงที่ผ่านความเห็นชอบจากการทำประชามติของมหาชนเสียงส่วนใหญ่ด้วยการเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกและให้สมาชิกวุฒิสภา(สว.) มีสิทธิร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรในการโหวตเลือกนายกฯคนต่อไปถือเป็นการปูทางสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะนั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศต่อไปหลังการเลือกตั้ง
ทั่วไปครั้งหน้า
นอกจากนี้ต้องจับตา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองซึ่งอาจจะกำหนดให้ทุกพรรคการเมืองต้องนับหนึ่งใหม่ในการรับสมาชิกพรรคซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเปิดช่องให้บรรดาอดีตสส.ย้ายสังกัดได้ ขณะเดียวกันต้องจับตาพรรคการเมืองเกิดขึ้นที่จะสนับสนุนนายกฯคนนอก ซึ่งก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสว.และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เปิดตัวตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป และประกาศจุดยืนชัดเจนหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ
สำหรับพรรคประชาชนปฏิรูปเชื่อว่าเมื่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองประกาศใช้จะเห็นโฉมหน้าบุคคลสำคัญเข้าร่วมพรรคนี้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคที่คาดว่าจะต้องเป็นบุคคลสำคัญที่มีบารมีไม่ธรรมดา
แน่นอนเพื่อดึงดูดอดีตสส.พรรคต่างๆ ให้ร่วมสังกัด
เมื่อรวมกับสว. 250 คน ซึ่งมาจากการสรรหาของคสช.ที่จะกลายเป็นพรรคที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ยังไม่รวมพรรคขนาดกลางบางพรรคที่มีแนวโน้มว่าพร้อมจะร่วมหัวจมท้ายกับ คสช.ทำให้หนทางสู่เก้าอี้นายกฯคนนอกของ พล.อ.ประยุทธ์แม้จะไม่ง่าย แต่ก็เชื่อว่าในที่สุดต้องเกิดขึ้นจนได้
ส่วนสองพรรคใหญ่คือเพื่อไทยและประชาธิปัตย์นั้นด้วยระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ รวมทั้งข้อกำหนดให้พรรคการเมืองรับจดทะเบียนสมาชิกใหม่คาดว่าจะทำให้พรรคใหญ่ทั้งสองมีจำนวน สส.ลดลงจากการแปรพักตร์
แต่ที่สำคัญคือพลังมหาชนที่เอือมระอานักการเมืองและฝากความหวังเทใจสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อย่าง
ล้นหลามซึ่งสะท้อนจากผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง รวมทั้งผลสำรวจของโพลล์สำนักต่างๆ ล่าสุด
ที่ชี้ว่าประชาชนยังศรัทธาหัวหน้าผู้ก่อรัฐประหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่ในอำนาจมานานถึง 3 ปีแล้ว ทั้งนี้ประชาชนต้องการให้เดินหน้าปฏิรูปประเทศไม่ให้จมปลักในวังวนของวงจรอุบาทว์ที่สร้างความบอบช้ำอย่างหนักให้ประเทศเหมือนที่ผ่านมา
เพราะฉะนั้นด้วยหลายปัจจัยที่เอื้อดังกล่าวข้างต้นกล่าวมาแล้วทั้งหมดนักสังเกตการณ์ทางการเมืองฟันธงว่า
ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จะเจริญรอยตาม “ป๋าเปรม” ด้วยการเป็นนายกฯคนนอกภายใต้กลไกประชาธิปไตยแบบครึ่งใบเพื่อวางรากฐานประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านโดยอนาคตประเทศจะไม่มีที่ยืนสำหรับธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมอีกต่อไป
ทีมข่าวการเมือง
