ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/creative/231287
วันเสาร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
การที่ฝ่ายทหารเข้าแจ้งความกับกองบังคับการกองปราบปรามจับกุมดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 17 คนที่สังคมสับสนเพราะเข้าใจว่ามีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมระเบิดและวางเพลิงใน 7 จังหวัดภาคใต้ก่อนหน้านี้ แต่ทำไปทำมากลายเป็นคนละเรื่องเดียวกัน โดยทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง รวมทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่างยืนยันว่า การจับกุม 17 ผู้ต้องสงสัยไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมป่วน 7 จังหวัดภาคใต้
ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยทั้ง 17 คน ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาเบื้องต้นเข้าข่ายเป็นอั้งยี่ซ่องโจร และบางคนถูกตั้งข้อหามีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองเพราะมีการตรวจค้นพบ อาวุธสงครามคือปืนเอชเค 47 1 กระบอกภายในบ้านพัก
ความสับสนที่เกิดขึ้นเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงดันมาจับกุมดำเนินคดี 17 ผู้ต้องสงสัยในช่วงที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์วินาศกรรมระเบิดและวางเพลิงป่วน 7 จังหวัด ภาคใต้ทำให้เกิดการคาดเดากันไปต่างๆ นานา
ผู้ต้องสงสัยทั้ง 17 คนมีภูมิลำเนากระจายอยู่ในทั่วทุกภาคของประเทศและเกือบทั้งหมดเป็นผู้สูงวัยอายุ 50 ปีขึ้นไปโดยผู้มีอายุสูงสุดคือ 71 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยในยุคที่ลัทธิคอมมิวนิสต์แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศกลุ่มอินโดจีนรวมทั้งประเทศไทย
จากรายงานข่าวระบุว่า ผู้ต้องสัยที่ถูกจับกุมรับสารภาพว่ามุ่งเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ภายใต้พรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย(นปป.) โดยมีแนวคิดปฏิวัติการปกครองประเทศให้เป็นแนวทางสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์แบบซ้ายสุดขั้ว ทั้งนี้ ขบวนการซ้ายหลงยุคดังกล่าวใช้บ้านพักแห่งหนึ่งย่านอ.บางกรวย จ.นนทุบรี เป็นที่ประชุมวางแผนเคลื่อนไหว
หน่วยงานด้านความมั่นคงพบว่า ขบวนการกลุ่มนี้ได้วางแผนป่วนประเทศตั้งแต่ช่วงก่อนการทำประชามติ และเตรียมก่อเหตุหลังวันทำประชามติแต่ไม่ทราบเป้าหมายที่จะก่อเหตุแน่ชัด
สำหรับขบวนการซ้ายสุดขั้วกลุ่มนี้แท้ที่จริงแล้วก็คือกลุ่ม “แดงฮาร์ดคอร์” ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงติดตามความเคลื่อนไหวมานานแล้ว โดย 6 ใน 17 ผู้ต้องสงสัยเป็นแกนนำสำคัญซึ่งทำหน้าที่ประสานงานระหว่างกลุ่มที่ลงมือปฏิบัติการกับกลุ่มการเมืองซึ่งเป็นผู้จ้างวาน
แกนนำขบวนการซ้ายสุดขั้วกลุ่มนี้ยังมีรายงานข่าวระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเหตุการณ์รุนแรงในอดีตโดยเฉพาะการลอบวางระเบิดที่ย่านมหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อปี 2556 รวมทั้งระเบิดที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุยและเผาสหกรณ์โคออป จ.สุราษฏร์ธานี เมื่อปีที่แล้ว
ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับบางคนเป็นคนใกล้ชิดกับ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือแซ่ด่าน หนึ่งในแกนนำเสื้อแดงที่ขณะนี้หลบหนีคดีความมั่นคงและคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยนายสุรชัย เคยเข้าร่วมต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) ในอดีตเช่นเดียวกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและอดีตสส.พรรคเพื่อแม้วหลายคนซึ่งเป็นคนเดือนตุลาฯ
หากย้อนกลับไปทบทวนเหตุการณ์ลอบก่อวินาศกรรมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะพบว่าล้วนเป็นฝีมือของขบวนการก่อการร้ายใต้ดินของกลุ่มอำนาจเก่าที่ใช้กองกำลังติดอาวุธเป็นเครื่องมือสร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การโค่นล้มอำนาจรัฐเพื่อให้ตัวเองมีโอกาสกลับมามีอำนาจยึดครองประเทศ โดยมีแนวคิดถึงขั้นเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศเป็น “รัฐไทยใหม่”
ในช่วงหนึ่งขบวนการอำนาจเก่าดำเนินยุทธวิธีเพื่อช่วงชิงอำนาจรัฐด้วย “แก้ว 3 ประการ” โดยอาศัยพรรคการเมือง มวลชนจัดตั้ง และกองกำลังใต้ดินติดอาวุธเป็นเครื่องมือไปสู่เป้าหมาย
ในส่วนของกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มอำนาจเก่านั้นในเหตุการณ์ก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองเมื่อปี 2553 มีการจ้างพวกนักรบรับจ้างจากประเทศเพื่อนบ้านส่วนหนึ่งเข้ามาร่วมชุมนุมและก่อการร้าย ซึ่งนักรบรับจ้างเหล่านี้เมื่อทำงานเสร็จก็จะมีการขนไปส่งยังตะเข็บชายแดนเพื่อหลบหนีออกนอกประเทศอันเป็นการตัดตอนและยากต่อการจับกุม
ในช่วงหลังมีรายงานข่าวบางกระแสระบุว่า กลุ่มอำนาจเก่าได้พัฒนาการก่อวินาศกรรมด้วยการจ้างผู้ก่อการร้ายจากนอกประเทศ โดยมีการตั้งข้อสงสัยกรณีระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์เมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งมีการจ้างโจรใต้ประเภทมือปืนรับจ้างร่วมก่อเหตุ โดยอาศัยกลุ่มการเมืองซึ่งมีอิทธิพลในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวประสาน
นับวันขบวนการลอบก่อวินาศกรรมจะเพิ่มความซับซ้อนแนบเนียนมากขึ้น ดังนั้น หน่วงงานด้านความมั่นคงโดยเฉพาะหน่วยงานด้านการข่าวจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพความเข้มข้นในการเกาะติดความเคลื่อนไหวและหาข่าวเชิงรุกมากขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องไม่ปล่อยให้คดีคลุมเครือกลายเป็นไฟไหม้ฟางจับได้แต่ปลาซิวปลาสร้อยหรือแพะ ขณะที่ตัวการสำคัญลอยนวลเหมือนที่ผ่านๆ มา
ทีมข่าวการเมือง
