ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 พ.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/623957

เกษตรกรเดือดร้อน…ไม่สำคัญเท่าผู้บังคับบัญชาเคือง
ด้วยเหตุผลและความเชื่อแบบนี้กระมัง ถึงทำให้การแก้ปัญหาความยากจนภาคเกษตรไทยไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะข้าราชการมัวแต่ยึดคติ เอาตัวรอด มองนโยบายผู้บังคับบัญชาสำคัญกว่าข้อเท็จจริง
นโยบายบกพร่องได้ ไม่แก้ไข กลับซุกไว้ใต้พรม เกษตรกรได้รับความเสียหาย ไม่เป็นไร เพราะไร้อำนาจ เสกสรรปั้นตำแหน่งให้ได้
วันก่อนพื้นที่ตรงนี้ได้รายงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับมันสำปะหลังที่ใช้ระบบน้ำหยด ตามนโยบายให้เกษตรกรกู้เงินติดตั้งระบบน้ำหยดเพื่อเพิ่มผลผลิต กระตุ้นให้เกิดโรครากเน่าหัวเน่า และโรครากปม

ปัญหาที่เกิดขึ้น…ไม่ใช่เพราะระบบน้ำหยดไม่ดี
แต่เพราะความไม่รู้เท่าทัน เกษตรกรไม่รู้ว่าแปลงปลูกมันฯ ของตัวเอง มีเชื้อราไฟท็อปทอร่า ตัวการก่อโรครากเน่าหัวเน่า มีไข่ไส้เดือนฝอยชนิดไม่ดี ต้นตอก่อให้เกิดโรครากปม แฝงตัวซุกซ่อนอยู่ในดิน
เชื้อเหล่านี้สามารถฝังตัวอยู่ในดินได้นาน 1-2 ปี รอความชื้นที่เหมาะสม จะฟักตัวขยายเผ่าพันธุ์ทำลายมันสำปะหลัง…ฤดูแล้ง ปลูกมันฯ แบบปล่อยให้เทวดาเลี้ยง น้ำความชื้นมีน้อย เชื้อร้ายจะไม่ขยายเผ่าพันธุ์ ถึงฤดูถัดมาจะมีฝน แต่ต้นมันฯโตให้หัวไปแล้ว ความเสียหายจะไม่มาก
แต่ถ้าปลูกแบบให้น้ำหยดในหน้าแล้ง…มีน้ำความชื้นตั้งแต่ยังเป็นต้นกล้า จะปลุกเร้าเชื้อชั่ว 2 สายพันธุ์นี้ แพร่กระจายทำลายต้นมันฯได้แบบเต็มๆ โดยเฉพาะโรครากปม…รากเป็นปุ่มปม มันฯไม่ให้หัว แต่ลำต้น ยอดใบด้านบนเหนือพื้นดิน ใบจะเขียวชอุ่มสวยงาม ราวกับได้ปุ๋ยดีดินดี
แต่โทษทีเถอะ ถอนขุดขึ้นมา…มีแต่ราก ไม่มีหัว ไม่มีเงิน

ลองคิดดู มันสำปะหลังกว่าจะขุดขึ้นมาขายได้ต้องใช้เวลาเกือบปี…ไม่เตือนให้เกษตรกรรู้ ระวังปัญหา เมื่อถึงวันที่เกษตรกรกู้เงินทำระบบน้ำหยด ขุดมันฯขึ้นมาขาย ที่บอกว่าจะได้เป็น 10 ตัน มีแต่ราก อะไรจะเกิดขึ้น…จะซ้ำรอย โคพลาสติก กล้ายาง ฯลฯ มั้ย
ทั้งที่นี่คือความจริง มีภาพเป็นหลักฐานที่ยืนยันเกิดขึ้นปีนี้ เดือนนี้…แทนที่หน่วยราชการเกี่ยวข้อง จะรีบเข้าไป เยียวยาแก้ปัญหาให้เกษตรกร ก่อนปลายปีจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา กลับใช้คติซุกขยะไว้ใต้พรม เอาใจนโยบายผู้มีอำนาจ มิให้ขุ่นเคืองใจ อ้างเหตุผล…ไม่มีข้อมูลงานวิจัยและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวกับการใช้ระบบน้ำหยดเป็นสาเหตุให้เกิดทั้ง 2 โรคแต่อย่างใด
เมื่อไม่ยอมรับความจริง ย่อมไม่ต้องทำวิจัย…แล้วชาติไหนจะมีเอกสารวิชาการมาแก้ปัญหาให้เกษตรกร.
