เพื่อแม้วควรหยุดลวงโลก เลิกอ้างประชาธิปไตยบังหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/236303

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559, 02.00 น.

ในโอกาสครบรอบ 10 ปี การรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 บรรดาแกนนำขบวนการเพื่อแม้วไม่ว่าจะเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด ซึ่งเป็นจำเลยสำคัญคดีโครงการรับจำนำข้าว นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อแม้ว หรือนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มคนเสื้อแดง ต่างออกมาโจมตีการรัฐประหารขณะเดียวกันพยายามสร้างภาพอ้างประชาธิปไตยบังหน้า ทั้งๆ ที่ธาตุแท้ของขบวนการเพื่อแม้วคือธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอม

ถ้าแหล่าแกนนำขบวนการเพื่อแม้วสำนึกในสิ่งเลวร้ายที่ตัวเองทำไว้กับชาติบ้านเมืองก็ควรทบทวนพฤติกรรมด้วยการตั้งคำถามว่าทำไม 10 ปีที่ผ่านมาขบวนการเพื่อแม้วถึงถูกรัฐประหารถึง 2 ครั้ง ซึ่งคำตอบก็คือเพราะขบวนการเพื่อแม้วคือต้นเหตุแห่งวิกฤติชาติตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการเป็นธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมที่ทำสิ่งเลวร้ายหนักหนาสาหัสไว้กับแผ่นดินอย่างมากมาย

หากย้อนกลับไปทบทวนสาเหตุการรัฐประหารล้มรัฐบาลทักษิณครั้งแรกเมื่อปี 2549 เกิดจากเหตุผล 4 ประการคือ มีการทุจริตคอร์รัปชั่นมโหฬาร มีการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงอย่างเหิมเกริม มีการผูกขาดอำนาจแทรกแซงองค์กรอิสระอย่างย่ามใจ และสร้างความแตกแยกในชาติลึกซึ้งรุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อนจนมวลมหาประชาชนออกมาแสดงพลังขับไล่

สำหรับพรรคเพื่อแม้วถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่ต่างจากบริษัทการเมืองจำกัดที่สส.ไม่ได้มีสถานะเป็นผู้แทนปวงชนอย่างแท้จริง แต่เป็นแค่พนักงานบริษัทที่ฟังคำสั่งจากเจ้าของบริษัทคือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก เพียงคนเดียวเท่านั้น หรือแม้แต่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็เป็นเพียงหุ่นเชิดที่บงการโดยอดีตนายกฯนักโทษหนีคุก

พรรคเพื่อแม้วยังเป็นธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมที่ทุ่มทุนและใช้ผลประโยชน์รูปแบบต่างๆ ซื้อกลุ่ม สส. ซื้อเสียง ซื้ออำนาจรัฐซื้อประชาธิปไตย ซื้อประเทศ แล้วถอนทุนบวกกำไรมหาศาล จากนั้นใช้อำนาจรัฐแผ่ขยายอิทธิพลผลประโยชน์หวังผูกขาดอำนาจยึดครองประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและทะเยอทะยานถึงขนาดเคยคิดเปลี่ยนแปลงการปครองประเทศ

นอกจากนี้ขบวนการเพื่อแม้วยังจัดตั้งกองกำลังก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองเมื่อปี 2553 และเหิมเกริมถึงกับบุกโรงพยาบาลจุฬาฯและสภากาชาดไทย จนต้องมีการอพยพผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชฯ ที่รักษาอาการพระประชวรอยู่อย่างอลหม่าน ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลและสภากาชาดไทย เป็นเขตปลอดภัยตามหลักสากล ซึ่งพฤติการณ์ที่กล่าวมาทั้งหมดตรงกันข้ามกับระบอบประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้นขบวนการเพื่อแม้วเลิกสร้างภาพลวงโลกอ้างประชาธิปไตยปิดบังโฉมหน้าที่แท้จริงอันอัปลักษณ์ของตัวเองได้แล้ว เพราะทุกวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่หูตาสว่างและรู้เท่าทันเล่ห์ลิ้นพวกประชาธิปไตยจอมปลอมโดยเฉพาะจากคดีโครงการรับจำนำข้าว

ทีมข่าวการเมือง

Leave a comment