ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 17 ส.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692443

ไหนๆก็ไหนๆไม่ต้องเหนียมกันอีกแล้ว
ตามจังหวะแผ้วถางทางพร้อมปูพรมให้ “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ในการออกแบบบทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับ “คำถามพ่วง” ที่ผ่านด่านประชามติ
ล่าสุดนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธานคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกมาประสานเสียงนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.
ว่าที่ “ส.ว.สรรหา” ในอนาคตอันใกล้
ชงข้อเสนอในการเปิดทาง “ส.ว.ลากตั้ง” ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีได้เลยตั้งแต่การประชุมรัฐสภานัดแรก และสภาไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯได้
โดยไม่จำเป็นต้องใช้ 2 ขยักให้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งมีมติก่อน จึงค่อยขอเสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา
ในเมื่อล็อก “พิมพ์เขียว” กันมาแล้ว ก็ไม่ต้องวกวนให้เสียเวลา
แต่ถึงกระนั้นก็ดี ก็ยังไม่ยอมปล่อยไหลตามน้ำกันง่ายๆ มีเสียงคัดค้านสวนทางมาทันควันจากนักเลือกตั้งอาชีพยี่ห้อประชาธิปัตย์
ทั้งนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค กับนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายออกมาขัดคอเกมเปิดทาง ส.ว.รวบรัดตีกิน
ยืนยันการเลือกนายกรัฐมนตรีต้องให้สิทธิ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อตามบัญชีก่อน
เว้นแต่ถ้าเลือกกันไม่ได้ ต้องให้เสียงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.หรือเกิน 250 คน เสนอต่อประธาน รัฐสภา ให้รัฐสภามีมติยกเว้น ไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อ จากนั้นจึงใช้เสียงของรัฐสภา คือ ส.ส.และ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ยกเว้นการเสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อ
ถือเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่เสนอให้ประชาชนลงคะแนนผ่านประชามติ ดังนั้น เรื่องนี้จะต้องเป็นไปตามหลักการรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติแล้ว ใครจะไปตัดตอน เพิ่มเติม ให้ขาด หรือเกินไปจากนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถือว่าไม่เคารพเสียงของพี่น้องประชาชน
ถ้ามีคนกล้าทำอาจจะต้องถูกส่งตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ
พรรคประชาธิปัตย์ก็ชิงเล่นบทเป็นหัวหอกในการรักษาอำนาจ ส.ส.อย่างสุดกำลัง ตามสถานะของพรรคการเมืองเก่าแก่สุดของประเทศไทย
ยึดหลักการอำนาจประชาธิปไตยโดยแท้จริงต้องมาจากตัวแทนของราษฎร
ในขณะที่อีกทางหนึ่งคนของประชาธิปัตย์ก็ต้องสู้กับเกม “เซ็ตซีโร่” ล้างไพ่ ล้มกระดานพรรคการเมืองนับหนึ่งกันใหม่
พรรคเก่า ค่ายเก่าแก่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก
ยากจะฝืนทานต้านกระแสประชามติที่สะท้อนอารมณ์ประชาชนส่วนใหญ่เบื่อหน่ายนักการเมืองรุ่นเก่า วังวนการเมืองน้ำเน่าแบบเดิมๆ
สั่งให้ “ถ่ายเลือด” กันครั้งใหญ่
ตรงกันข้ามกับอาการกระดี๊กระด๊าของพวก “นายหน้า” อำนาจพิเศษ
ประเมินได้จากปรากฏการณ์ที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สปช.ที่ประกาศตั้งพรรคการเมืองตั้งแต่หัววัน ยังไม่ทันที่จะมีการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญล้อตามคำถามพ่วง
เล่นเอากองเชียร์เป็นห่วงจะเรียกแขกให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯหัวหน้า คสช.
แต่สังเกตได้ว่า “บิ๊กตู่” ก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรมากมาย แค่ไม่ตอบรับและก็ไม่ได้ปฏิเสธ
เหมือนจะสบช่อง ลองหยั่งกระแสกันในที
ที่แน่ๆสำหรับคนที่ไม่มีต้นทุนทางการเมืองให้เสีย วันนี้ชื่อของนายไพบูลย์และข่าวการตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปกลายเป็นข่าวในสื่อกระแสหลัก คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้ว
จากที่ไร้ราคาก็มีมูลค่าขึ้นมาในฐานะพรรคของ“คนดี” ที่ “จับจอง” พื้นที่รัฐบาลใหม่ไว้ล่วงหน้า
และจากนี้ไปกรณีของนายไพบูลย์ก็จะเป็นสัญญาณนำร่องให้พวก “นายหน้า” อำนาจพิเศษได้เคลื่อนไหวตั้งป้อมค่ายใหม่แสดงตัวแสดงตน
พร้อมเป็นเครือข่ายการเมืองใต้ปีก คสช.
ตามเทรนด์ของพวก “ขึ้นหม้อ” ในช่วงสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน.
ทีมข่าวการเมือง