ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 18 ส.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693578

แอ็กชั่นแรงๆกลบรอยหน้าแตก
ตามอาการของ “เดอะปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เล่นบทเฮี้ยวระหว่างลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าเหตุวางเพลิงห้างโลตัสกลางเมืองนครศรีธรรมราช
ด่าเละทีมตำรวจชุดสอบสวนทำคดีผิดพลาดมีช่องโหว่
เล่นเอาหน้าเจื่อนกันเป็นแถว ทั้ง พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วันชัย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช
ผลจากก่อนหน้านั้น ตามฉากบู๊ดุดันที่ตำรวจ ทหาร ถืออำนาจมาตรา 44 ใช้เฮลิคอปเตอร์บุกไปหิ้วตัวหนุ่มสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ถึงแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย โดยอาศัยหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เป็นผู้ต้องสงสัยเผาห้างโลตัสนครศรีธรรมราช
สุดท้ายโอละพ่อ จับผิดตัว เพราะเป็นแค่ลูกค้าที่ไปซื้อถั่วเท่านั้น
ต้องถอนหมายจับกันแทบไม่ทัน
เป็นอะไรที่หักมุมกับ “ตำรวจการเมือง” ที่เดินตามขาใหญ่ในพื้นที่พยายามต่อจิ๊กซอว์โยงเป็นปมการเมือง ตามท้องเรื่องที่ขั้วตรงข้ามพยายามกระพือกระแสให้กลุ่มคนเสื้อแดง นปช.กับ “นายใหญ่” คนแดนไกลตกเป็นจำเลยสังคมตามฟอร์ม
และสังเกตว่าท่าทีของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ก็สอดรับในทิศทางเดียวกับอารมณ์ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่ออกมาเบรกกระแส ปรามการเสนอข่าวที่อาจกระทบต่อวงกว้าง
เมื่อยังไม่เกิดความชัดเจน จะยิ่งสร้างความเกลียดชัง
ตามรูปการณ์ที่แม้แต่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงยังต้องกัดฟันชม “บิ๊กตู่” และถึงตรงนี้ก็คงจะแอบปรบมือให้ “เดอะปู” ด้วยเหมือนกัน
นั่นก็เพราะไม่เล่นแต้มง่าย เอะอะก็โบ้ยให้การเมืองฝ่ายต้านจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
สุดท้ายก็พลาด จนสังคมส่วนใหญ่ชักจะเริ่มไม่เคลิ้มตาม
เรื่องของเรื่องเลย ตามจังหวะสถานการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์และทีมรัฐบาล คสช.ไม่จำเป็นต้องกระตุกชนวน ก่อแรงกระเพื่อมใดๆ โดยไม่จำเป็น
ภายหลังจากผลประชามติทำให้เครือข่ายฝ่ายต้านทั้งกลุ่มเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่นักการเมืองอาชีพต้องพากันเดินตัวลีบ
เจียมเนื้อเจียมตัวกับกระแสที่เทไปทางฝั่งทหาร
กระแสกำลังเข้าทาง คสช.ถือไพ่แต้มเหนือกว่า ตามระดับความชอบธรรมในการใช้อำนาจพิเศษที่เพิ่มขึ้น โดยคำสั่งของประชาชนเสียงส่วนใหญ่
เป็นอะไรที่เรียกได้ว่า ถือ “อำนาจเต็มพิกัด”
ตัดแรงเสียดทานทางการเมืองออกไปได้ชั่วคราว
ที่แน่ๆ โดยสถานการณ์ที่เอื้อต่อการจัดระบบการบริหารราชการแผ่นดิน เดินหน้าปั่นเนื้องานแก้จุดบอดที่เป็นปมด้อยตามฟอร์มของรัฐบาลทหาร
ตามจังหวะพอดีที่กำลังเข้าสู่ฤดูโยกย้ายใหญ่ ข้าราชการเกษียณอายุ
มีคิวขยับกันทั้งกองทัพและข้าราชการพลเรือน ตำแหน่งสำคัญๆ
โดยความหมายมันอยู่ตรงที่ 1 ปีครึ่งนับจากนี้ไปถึงการเลือกตั้งตามเงื่อนเวลาโรดแม็ป บวกอีก 5 ปีหลังเลือกตั้งตามเงื่อนไขบทเฉพาะกาลช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน
รู้กันแล้วว่าท็อปบูต คสช.จะครองอำนาจลากยาวไปอีก อย่างน้อย 6-7 ปี
มันก็เป็นอะไรที่ชัดเจน ข้าราชการประจำที่เคยเกิดปัญหาใส่ “เกียร์ว่าง” ไม่สนองงานรัฐบาลทหาร เพราะคิดว่าอยู่แค่ชั่วคราวสั้นๆ เดี๋ยวก็ไป
รอลุ้นรัฐบาลฝ่ายการเมืองหลังเลือกตั้ง ค่อยวิ่งเต้นแย่งกันเป็นใหญ่
มาถึงตอนนี้คงต้องคิดกันใหม่ ถ้าไม่สนองงานรัฐบาล คสช.ก็ต้องโดนดองเค็มยาว 6–7 ปี
นั่นอาจถึงขั้นหมดอนาคตชีวิตข้าราชการ.
ทีมข่าวการเมือง