เกษตรกรโคราช ปลูกดาวเรืองลูกผสม “เทวี” ปลดหนี้ รายได้งาม กำไรไร่ละแสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05028150759&srcday=2016-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 627

ไม้ดอกไม้ประดับ

ธัญวรัตน์ คงถาวร

เกษตรกรโคราช ปลูกดาวเรืองลูกผสม “เทวี” ปลดหนี้ รายได้งาม กำไรไร่ละแสน

คุณสุภิญโญ ใจมั่น อายุ 49 ปี ชาวโคราช เกษตรกรผู้ปลูกดาวเรือง ในพื้นที่หมู่ที่ 15 บ้านปางหัวช้าง ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 20 ไร่ ปลูกมาแล้วราว 15 ปี

คุณสุภิญโญ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานในโรงงานหินอ่อน และเป็นพ่อค้าขายมะม่วงมาก่อน แต่ด้วยปัญหาภัยแล้ง ผลผลิตมะม่วงเสียหาย ทำให้ตนมีหนี้สินหลายล้าน จุดเปลี่ยนที่ทำให้มาปลูกดาวเรืองเกิดจากการชักชวนของเพื่อน เนื่องจากตลาดดอกดาวเรืองยังเติบโต ซึ่งก่อนที่จะประสบความสำเร็จเหมือนทุกวันนี้ ได้ลองผิดลองถูก ทดลองซื้อเมล็ดจากหลากหลายที่ หลายพันธุ์มาปลูก เป็นเวลาราว 1 ปี แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร จึงได้ลองเปลี่ยนมาทดลองปลูกดาวเรืองลูกผสมพันธุ์เทวี ของ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ตรา “ศรแดง” ซึ่งให้ผลผลิตดี ดอกสีทองเข้ม ดอกดกและมีขนาดใหญ่ ให้ดอกต่อเนื่องไม่ขาดรุ่น

“เคยลองปลูกมาหลายพันธุ์ หลายยี่ห้อแล้ว จนศรแดงเขาเอาเมล็ดพันธุ์ลูกผสมเทวี มาให้ทดลองปลูก ก็เห็นความแตกต่าง ต้นแตกแขนงเยอะ ให้ดอกเยอะ ดอกใหญ่ ออกดอกตลอดไม่ขาดรุ่นด้วย” คุณสุภิญโญ กล่าวถึงจุดเด่นของเมล็ดพันธุ์ที่ใช้

วิธีการปลูก และดูแล

คุณสุภิญโญ เล่าว่า ในพื้นที่ 20 ไร่ ที่ตนปลูกนี้ จะใช้เมล็ดพันธุ์ 4,000 เมล็ด ต่อไร่ ซึ่งราคาเมล็ดพันธุ์อยู่ที่ เมล็ดละ 80 สตางค์ การเพาะเมล็ดจะใช้ถาดเพาะขนาด 200 หลุม เมื่อต้นกล้ามีอายุได้ประมาณ 15-18 วันหลังจากวันเพาะ จะนำมาลงในแปลงปลูก รองด้วยปุ๋ยคอก โดยแต่ละต้นจะทิ้งระยะห่าง 40 เซนติเมตร 1 แปลงจะปลูก 3 แถว ความยาวขึ้นอยู่กับช่วงน้ำ ที่วางระบบไว้ แต่ละแปลงจะมีไม้ไผ่ปักเป็นหลักเอาไว้ทั้ง 4 มุม และขึงด้วยเชือกฟาง ป้องกันต้นดาวเรืองล้ม และใช้ปุ๋ยสูตรเสมอทุกๆ ครึ่งเดือน

เมื่อต้นเริ่มแตกแขนง จะตัดแขนงออกให้เหลือเพียง 4 แขนง แต่ละแขนงจะแตกเป็นแขนงย่อยอีก 8 แขนง รวมเวลาตั้งแต่เพาะประมาณ 60 วัน จึงจะสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ซึ่งใน 1 รอบการผลิตใช้เวลาทั้งสิ้น 4 เดือน ปลูก 2 รอบ ต่อปี หลังจากปลูกรอบที่ 1 จะพักดิน 4 เดือน ปลูกผักและพืชไร่ อย่างข้าวโพดแทน จากนั้นไถกลบ ก่อนจะปลูกดาวเรืองรอบที่ 2 ต่อ

การให้น้ำ และป้องกันศัตรูพืช

การรดน้ำ จะรดทั้งช่วงเช้าและเย็น โดยใช้ระบบสปริงเกลอร์ ดาวเรืองเป็นพืชที่ต้องการน้ำพอสมควร แต่หากมากไปอาจทำให้เกิดเชื้อรา จนต้องถอนทิ้งยกแปลงได้ การใช้ยากำจัดแมลงจะใช้ 2 ช่วง คือพ่นตอนเพาะเมล็ด และช่วงที่ออกดอกตูม ป้องกันแมลงกัดเจาะดอก

ด้านการตลาด

คุณสุภิญโญ เล่าว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปลูกดาวเรืองตัดดอกขาย คือการหาตลาดให้ได้ก่อน ซึ่งตนเองก่อนปลูกได้ทำการติดต่อแม่ค้าที่ปากคลองตลาดไว้ก่อนที่จะมีผลผลิตไปส่งด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ส่งดอกดาวเรืองเองถึงที่ ราคาจะแตกต่างกันไปตามขนาด ซึ่งจะแบ่งเป็นเกรด คือ เกรดเอ ขนาดจัมโบ้ใหญ่พิเศษ ราคาขายส่งอยู่ที่ 1.60 บาท เกรดบี ขนาดใหญ่ ราคา 1.20 บาท และเกรดซี ขนาดปกติ ที่ขายทั่วไปราคาดอกละ 80 สตางค์ ซึ่งในช่วงที่ตลาดมีความต้องการมาก เช่น วันพระใหญ่ หรือฤดูหนาว ราคาเกรดเอจะสูงถึง ดอกละ 1.80 บาท ซึ่งจากการหักลบต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว 1 รอบการผลิต คุณสุภิญโญ เปิดเผยว่า ได้กำไรถึงไร่ละ 1 แสนบาท เลยทีเดียว

คุณอิสระ วงศ์อินทร์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดใหญ่ของดาวเรือง คือตลาดจำหน่ายเพื่อการพาณิชย์เป็นดาวเรืองตัดดอกร้อยละ 90 ซึ่งในแต่ละปีจะมีเมล็ดพันธุ์อยู่ที่ 290 กิโลกรัม มูลค่าตลาดเมล็ดพันธุ์ในตลาดตัดดอกนี้อยู่ที่ 80 ล้านบาท ต่อปี ซึ่งเมล็ดดาวเรือง 1 กิโลกรัม มี 3 แสนเมล็ด และใน 1 เมล็ด จะให้ดอกไปขายได้ประมาณ 25 ดอก เมื่อคำนวณแล้วจะได้ดอกดาวเรืองถึง 2,175 ล้านดอก ต่อปี เมื่อนำไปขายที่ปากคลองตลาด ราคาจะอยู่ที่ดอกละ 70-80 สตางค์ มูลค่าดอกดาวเรืองจึงอยู่ที่ประมาณเกือบ 2,000 ล้านบาท ซึ่งดอกดาวเรืองที่เข้าสู่ปากคลองตลาดจะอยู่ที่ 10 ล้านดอก ต่อวัน และกว่า 98% ใช้ในประเทศสำหรับร้อยพวงมาลัยและไหว้พระ ที่เหลือส่งออกต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ซึ่งนำไปใช้สำหรับกิจกรรมทางศาสนาเช่นเดียวกับไทย

“สำหรับท่านที่มีความสนใจปลูกดอกดาวเรือง อันดับแรกที่ต้องทำคือ การหาตลาด และเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดี อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ น้ำ ดาวเรืองชอบน้ำ แต่ต้องให้พอสมควร มากเกินไปก็เกิดเชื้อรา ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีใจรัก” คุณสุภิญโญ กล่าวพร้อมใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุภิญโญ ใจมั่น หมายเลขโทรศัพท์ (084) 962-1649

Leave a comment