ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ซี.12 30 ส.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/705064

การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานนั้นบางครั้งออกมาแล้วยังเป็นที่กังขาของสังคม มีการตั้งคำถามว่าทำไมเลือกคนนั้น ทำไมไม่เลือกคนนี้
รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง และ ปลัดกระทรวง ในกรณีแต่งตั้งอธิบดีหรือเทียบเท่า ย่อมมีเหตุผลในการชี้แจงได้เสมอแต่จะรับฟังได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องราวแต่ละรายไป
วันอังคารที่ผ่านมาสัปดาห์ที่แล้วมีการแต่งตั้ง นายรวี ประจวบเหมาะ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้เลื่อนขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติแทน นายเชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ ที่เกษียณอายุ เป็นการแต่งตั้งที่สวยงามตามขั้นตอนปราศจากการแทรกแซงของหน่วยอื่นใด
เพราะตามธรรมดาแล้วตำแหน่งประเภทนี้พอว่างลงทีไรมักจะเป็นที่หมายตาของบรรดานายทหารตำรวจที่เล็งเห็นแล้วว่าจะไปไม่ถึงไหนในกองทัพจึงพยายามหาทางมาเป็นใหญ่ในหน่วยงานพลเรือนแทน
จึงเห็นคนมีสีมียศเปรอะไปหมดในหน่วยงานพลเรือน เช่นสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
เพียงแต่ตอนนี้วัฒนธรรมองค์กรใน สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เข้มแข็ง และมีอดีตผู้อำนวยการ อย่าง นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลนี้จึงสามารถดูแลองค์กรที่ตัวเองเติบโตมาได้เป็นอย่างดี
แต่อีกหน่วยงานหนึ่งมีภาพเปรียบเทียบที่ฉายชัดถึงความไม่ปกติธรรมดาเหมือนกัน ก็น่าเอามาเป็นกรณีศึกษาว่าถ้าหากมีคนหนุนหลังที่ไม่ธรรมดาอะไรก็เกิดขึ้นได้ในการแต่งตั้ง
นั่นคือที่กรมราชทัณฑ์ซึ่งมีการแต่งตั้ง นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์
ถ้าตัดตอนการพิจารณาเพียงแค่นี้ก็จะเห็นว่าถูกต้องเป็นธรรมทุกอย่างเพราะ ว่าที่อธิบดีกอบเกียรติ นั้นเติบโตมาจากกรมราชทัณฑ์นี้เองรับราชการมาแต่เล็กแต่น้อยจนได้เป็น ผู้อำนวยการสำนักทัณฑวิทยา ตำแหน่งสำคัญที่ลูกหม้อราชทัณฑ์คนไหนเคยนั่งแล้วมักจะได้เป็นอธิบดีในภายหลัง
รองปลัดกอบเกียรติ ขึ้นสู่ตำแหน่งในระดับ รองอธิบดี ตั้งแต่ปี 2546 สิบกว่าปีมาแล้วโดยเป็นรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ต่อมาเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม แล้วได้เป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์รอบแรกโยกไปเป็นรองอธิบดีกรมคุมประพฤติแล้วกลับมาเป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์อีกครั้งหนึ่ง
ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับอธิบดีคือ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรมปี 2557 เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรมปี 2559 พร้อมกับการรักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ตั้งแต่ต้นปี 2559 เพราะอธิบดีคนเดิม นายวิทยา สุริยะวงศ์ ย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม
ที่จริงตอนนั้นแทนที่จะให้ รองกอบเกียรติ รักษาการก็สามารถแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีได้เลยเพราะคุณสมบัติและความเหมาะสมครบถ้วนแต่ก็ไม่ได้ตั้ง
กลับกลายเป็นว่าให้รักษาการจากเดือนมกราคมจนถึงเดือนมิถุนายน 2559 จึงมีการแต่งตั้งอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่โดยเลือกมาจากคนที่เป็นผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมในปี 2557 และเป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในปี 2558 พอครบ 1 ปีในเดือนมิถุนายน 2559 ก็ตั้งให้เป็นอธิบดีทั้งๆที่มีอายุราชการเหลือเพียง 3 เดือนก็เกษียณอายุ
ถ้าเทียบกับทหารก็คือการเลื่อนจากพลตรีเป็นพลโทพลเอกภายในปีเดียว แต่นี่เป็นพลเรือนชื่ออะไรขี้เกียจจำ จำได้แต่ว่านามสกุล วงษ์สุวรรณ.
“ซี.12”