ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 15 ก.ย. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723183
ยืนยันกองทัพจะสนับสนุนรัฐบาลเป็นฐานค้ำยัน คสช.เต็มที่
หลังแน่นปึ้กขนาดนี้ โดยโจทย์เงื่อนไขความมั่นคงก็ไม่มีอะไรให้ “บิ๊กตู่” ต้องพะว้าพะวง
ปรากฏการณ์ที่โยงเป็นคำอธิบายได้กับการใช้มาตรา 44 ปลดล็อกคดีความมั่นคงบางประเภทตามประกาศ คสช. จากที่ผู้ฝ่าฝืนต้องขึ้นศาลทหาร ให้กลับไปอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลยุติธรรม
มันก็เป็นจังหวะแปลูกตามน้ำ เดินหมากตามกระแส
ก่อนอื่นก็คือ แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าตามโปรแกรมที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องบินไปร่วมประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ที่สหรัฐอเมริกา 18–24 ก.ย.นี้ ซึ่งตามฟอร์มผู้นำรัฐบาลทหารของไทยต้องโดนทวงถาม
สถานการณ์ละเมิดสิทธิฝ่ายต่อต้าน
และนั่นก็จะพาลไปกระตุกแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เวทีโลกยังไม่ผ่อนการตั้งแง่กับรัฐบาล คสช.
โดยโจทย์ยากๆ ล้อไปกับปรากฏการณ์สะดุดเชิงการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ ที่ร่องรอยร้าวๆ ระหว่างทีมงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ กับทีมงานรัฐมนตรีสายตรงนายกฯอย่าง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เริ่มถ่างออก ชัดขึ้นเป็นลำดับ
แม้แต่กับคำถามล่าสุด ที่นายอุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที ทีมงานสายตรงของนายสมคิดได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง ตามเงื่อนไขข้อกฎหมายในการเปลี่ยนชื่อกระทรวงใหม่ นักข่าวยื่นไมค์ถาม พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังตอบไม่เคลียร์ว่าจะตั้งนายอุตตมกลับมานั่งในตำแหน่งเดิมหรือไม่
ที่แน่ๆมีการตั้ง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯไปนั่งรักษาการแทน แผนเดียวกับการสลับฉากให้กระทรวงเกษตรฯย้ายจากการอยู่ใต้กำกับนายสมคิด มาอยู่ในการคอนโทรลของ พล.อ.อ.ประจิน
“สมคิด” โดนเวนคืนพื้นที่อำนาจการสั่งการอย่างต่อเนื่อง
แน่นอน มันเป็นเรื่องไม่ปกติ ที่มากดทับซ้ำภาวะทางเศรษฐกิจในประเทศ ท่ามกลางเหตุการณ์ความเดือดร้อนลามถึงปากท้องชาวบ้านหนักขึ้นตามลำดับ
แนวรบด้านเศรษฐกิจรับมือยากกว่าความมั่นคงหลายเท่า
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ว่ากันตามต้นทุนหน้าตักของ “นายกฯลุงตู่” ณ ห้วงปัจจุบัน สังคมส่วนใหญ่ก็น่าจะพอเข้าใจได้ในข้อจำกัด ตามฟอร์มของรัฐบาลทหารที่เข้ามารับภารกิจช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ
ยังยอมกล้ำกลืนฝืนทนเพื่อแลกกับความฝันในอนาคตระยะยาว
เว้นเสียแต่จะมีเหตุกระตุกให้ตื่นจากภวังค์ แบบที่ได้ยินเสียงแมวขโมยหรือโจรกำลังจะเข้าปล้นบ้าน
อุปมาเทียบกับสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชัน “จุดตาย” ของทุกรัฐบาล ไม่เว้นทหารที่ขุมอำนาจแน่นปึ้ก
หัวขบวนอย่าง “นายกฯลุงตู่” ที่ได้รับการยอมรับจากวงนอกวงในว่ามี “ภูมิคุ้มกันเชื้อโกง” เข้าถึงตัวยาก แถมมี “หลังบ้าน” เป็นเกราะกำบังอีกชั้น รับประกันได้ในมาตรฐานความใสสะอาด
แต่ผู้นำจะเผลอละสายตาไม่ได้เหมือนกัน
โดยเฉพาะในสถานการณ์อำนาจพิเศษที่เปิดช่องทางให้ใช้งบประมาณกันโดย “ช่องทางด่วนพิเศษ”
ตามรูปการณ์โฟกัสไปที่จุดใหญ่ หนีไม่พ้นเป็นเป้าสายตากับยุทธศาสตร์การจัดตั้งรัฐบาลหรือ ครม.ส่วนหน้าบริหารจัดสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ แนวทางการแก้ปัญหาตามแบบฉบับทหาร
ปัญหาอยู่ตรง “งบฯลับ” จำนวนมหาศาล ที่ต้องคุมเกมกันให้ดี
ในมุมล่อแหลมไม่แพ้กัน ตามคิวล่าสุดที่ประชุม ครม.อนุมัติมาตรการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจและสังคมภายในท้องถิ่น เพื่อปลดล็อกให้องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศนำเงินสะสมมูลค่าหลายแสนล้านบาทมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่
โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และตั้งกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณาร่วมกับสำนักงบประมาณ
แน่นอนเป้าหมายอยู่ที่การอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้กับกระแสหวาดระแวงยี่ห้อกระทรวงคลองหลอด ที่ในยุคทหารก็ยังมีชื่อของเจ๊นั่นเจ๊นี่เป็นขาใหญ่รับเหมาเก็บสัมปทานโครงการป้อนให้ “สิงห์ซุ่ม เสือเงียบ”
ข่าวลือสะพัดวงใน กระฉอกออกมาวงนอก สั่งสมหัวเชื้อไวไฟ
ถ้าเจอปมโกงชัดๆ เป็นตัวจุดระเบิด “บ่อน้ำมัน” มหาดไทย อันตรายที่สุด.
ทีมข่าวการเมือง
