ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 5 ก.ย. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/711920
เมื่อมีคนแย้มพราย “ป๋าเปรมโมเดล” จะหวนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหลังการเลือกตั้งใหญ่
นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงถูก ทีมข่าวการเมือง ทาบทามขอสัมภาษณ์ให้ฉายภาพการเมืองในยุคนั้น เพื่อสะท้อนมาถึงการเมืองในยุคนี้
โดยเจ้าตัวออกตัวว่าเกษียณทางการเมืองมานาน และลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว จึงไม่ได้ติดตามดูการเมืองอย่างใกล้ชิด
แต่ในฐานะที่เคยมีส่วนรับผิดชอบบ้านเมืองอยู่ในช่วง 4 นายกรัฐมนตรี ย่อมไม่สามารถทิ้งการเมืองได้
ยังต้องติดตามเหตุการณ์ทางการเมือง แต่ไม่ได้เจาะลึก
หากให้เปรียบเทียบการเมืองระหว่างยุค พล.อ.เปรม กับการเมืองยุคหลังเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขอบอกเลยว่า
การเมืองในยุคนั้นสถานการณ์ไม่เหมือนในขณะนี้
แม้ พล.อ.เปรมไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองและไม่ได้รับเลือกตั้ง
แต่เมื่อมีการเลือกตั้งแบบเสรี ไม่ได้ห้ามคนนอกเป็นนายกฯ มีพรรคการเมืองเสนอชื่อท่านก็ได้รับเลือกเป็นนายกฯ จึงไม่ใช่ของแปลก
เมืองไทยโชคดีที่ได้นายกฯเป็นคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต ใช้คนเป็น มีวิสัยทัศน์ที่ดี และมีบุคลิกนิ่มนวล สุภาพ พูดน้อย จนได้รับฉายาว่าเตมีย์ใบ้ รู้จักใช้จิตวิทยาสูง ทำให้ประสบผลสำเร็จในการเป็นนายกฯ
สมัยที่ พล.อ.เปรมเป็นแม่ทัพภาค 2 ผมเป็น รมว.ต่างประเทศ ซึ่งต้องลงพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนภาคอีสานด้วยกัน เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับคอมมิวนิสต์ตามนโยบายของรัฐบาล
พบครั้งแรกก็ถูกชะตา ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้ทำงานร่วมกันอีก
โดยขอร้องท่านว่าช่วงนี้เราจะปรับความสัมพันธ์กับคอมมิวนิสต์ แม้เราจะไม่ชอบ และรัฐบาลทหารกลัวคอมมิวนิสต์บุกไทย จนมีคำว่า ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป
แต่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน เพราะไทยไม่สามารถย้ายประเทศได้ ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคอมมิวนิสต์ก็ย้ายประเทศไม่ได้เช่นกัน
แทนที่จะเผชิญหน้าทะเลาะกันต่อไป ก็เปลี่ยนเป็นปรับปรุงความสัมพันธ์ ในที่สุดประสบความสำเร็จ โดยเป็นความร่วมมือของฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหาร
พอสิ้นรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ มีการเลือกตั้งใหญ่เสร็จ พรรคการเมืองต่างๆเสนอชื่อ พล.อ.เปรมเป็นนายกฯสมัยแรก พ.อ.ถนัด คอมันตร์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองนายกฯ
สมัยที่สองของรัฐบาล พล.อ.เปรม ผมถูกเชิญเข้าไปเป็นรองนายกฯ ก็พบว่าท่านใช้คนเป็น เห็นได้จากไม่มีการเชิญทหารหรือพรรคพวกเข้ามาเป็น ครม.เลย
รัฐมนตรีแต่ละคนมีประวัติดี ทีมที่ปรึกษาดีและเรียกมือดีๆ มาร่วมแก้ปัญหาประเทศ ทั้งประสบ “วิกฤติน้ำมัน-วิกฤติค่าเงิน” เป็นตัวกดดันให้สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง
สุดท้ายพลิกจากประเทศขาดดุลบัญชีเดินสะพัดติดต่อกัน 20 ปี กลับมาเป็นเกินบัญชีเดินสะพัดสำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 2529
การแก้ปัญหาของประเทศให้สำเร็จได้นอกจาก ครม. ที่ปรึกษาที่ดี ยังมีมือไม้ที่ดีจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ข้าราชการที่ดี
และมีการเอื้อมมือไปแตะกับนักธุรกิจ ที่เป็นการร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ซึ่งเป็นการทำงานใกล้ชิดกันมาก แต่ละเดือนพบกันหนึ่งครั้ง เมื่อมีปัญหาเศรษฐกิจ จะต้องมีโอกาสปรึกษาหารือกัน เพื่อใช้โอกาสนี้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
หากรัฐบาลนี้จะนำเอาวิธีการและยุทธศาสตร์การทำงานในยุคนั้นที่ยังไม่ล้าหลัง นำมาปรับปรุงใช้แก้ปัญหาของประเทศในยุคนี้ ย่อมทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับผู้นำของประเทศว่าจะหาผู้นำแบบ พล.อ.เปรมได้หรือไม่
สมัยนี้มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นายพิชัย บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์มีอย่างเดียวที่เหมือน พล.อ.เปรม คือ ชื่อขึ้นต้นด้วย “ป” นอกนั้นไม่เหมือนกันเลย
ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่านายกฯไม่ดี ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความตั้งใจดีและตั้งใจจริง
แต่มือไม้ไม่เก่ง เพราะใช้คนไม่เป็น
ฉะนั้น วันนี้บ้านเมืองยังไม่ถึงที่จนตรอก จะต้องมองหามือไม้ที่เก่งและกว้างกว่านี้ เพื่อหาคนดีมีฝีมือเข้ามาทำงาน
ทีมข่าวการเมือง ถามว่า มีข้อแนะนำต่อ พล.อ.ประยุทธ์อย่างไร ที่ถูกมองข้ามช็อตว่าจะเป็นนายกฯต่อไปหลังการเลือกตั้งใหญ่
ในการทาบเชิญคนเก่งเข้ามาเป็นมือเป็นไม้ช่วยทำงาน นายพิชัย บอกว่า ขณะนี้มีหลายฝ่ายวิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯต่อไป ก็ว่ากันไป ไม่ถือสา
แต่อยากชี้ให้เห็นว่าในยุค พล.อ.เปรมเป็นนายกฯ ท่านไม่ได้มาจากการปฏิวัติ แต่พรรคการเมืองเสนอชื่อท่าน ไม่มี ส.ว.แต่งตั้งจำนวน 250 คน เข้ามาร่วมโหวตนายกฯ
ฉะนั้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการเป็นนายกฯหรือสืบทอดอำนาจต่อไป ผมก็ไม่ว่า ทั้งที่ไม่ชอบการปฏิวัติ วันนั้นถ้า พล.อ.เปรมมาจากการปฏิวัติผมก็ไม่เล่นด้วย เพราะไม่ชอบ
เมื่อเป็นเช่นนี้หากพรรคการเมืองที่ได้จำนวน ส.ส.ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ย่อมทำได้
แต่ไม่ควรใช้วิธีการเอา ส.ว. 250 เสียง โหวตในที่ประชุมรัฐสภา ถ้าตั้งใจทำแบบนี้จะไม่เหมาะและไม่สง่างาม
การเมืองในอนาคตหาก พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯอีกครั้งไม่พึ่ง ส.ว. 250 คน ก็คงลำบาก เพราะพรรคการเมืองใหญ่ๆถึงอย่างไรจะต้องเสนอชื่อคนของเขาแน่นอน
มาถึงวันนี้หากนักการเมืองต้องการเอาชนะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องการให้เป็นนายกฯต่อ มีวิธีง่ายนิดเดียว คือ สอง พรรคการเมืองใหญ่หรือพรรคการเมืองขนาดกลาง รวมกัน 4 พรรคผนึกกำลังกัน
ความปรองดองจะเกิดทันที และ ส.ว. 250 คนจะไร้ความหมาย
แต่ละพรรคจะต้องตกลงกันก่อนว่าพรรคไหนได้ ส.ส.มากที่สุด หัวหน้าพรรคนั้นได้เป็นนายกฯ ไม่เช่นนั้นถ้าแย่งกันเป็นนายกฯจะทะเลาะกันอีก
เหมือนอย่างในประเทศอังกฤษระหว่างอยู่ในภาวะสงครามกับประเทศเยอรมัน พรรคการเมืองใหญ่ที่เป็นคู่แข่งขันกันมาตลอดได้จับมือกันจนชนะสงครามประเทศเยอรมัน
เวลานี้ดูแต่ละพรรคแล้วคงไม่มีทางที่จะจับมือกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีทิฐิต่อกัน แต่ถ้าพรรคการเมืองไม่จับมือกัน เชื่อว่าลูกน้องของ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้ท่านเป็นนายกฯต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี และอยู่ต่อไปอีก 20 ปี ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อรวมกับที่รัฐบาลบริหารประเทศ 3 ปีแรก จะรวมทั้งหมดเป็น 28 ปี
ทีมข่าวการเมือง ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อโดยมี ส.ว.250 คนสนับสนุน หรือพรรคการเมืองจับมือกันเสนอชื่อนายกฯในส่วนของพรรคการเมือง หรือพรรคการเมืองผนึกพลังเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ สามแนวทางนี้ประเทศชาติจะได้หรือเสียอย่างไร นายพิชัย บอกว่า แนวทางแรกพรรคการเมืองจับมือเพื่อทำงานชาติจริงก็สำเร็จ
แล้วเสนอชื่อคนของพรรคการเมืองเป็นนายกฯ ขึ้นอยู่ที่พรรคการเมืองมีความจริงใจต่อกันและกันมากน้อยแค่ไหน ถ้าเลือกคนดีเข้ามาทำงานก็บริหารประเทศไปได้ แต่ถ้าเอาใครก็ได้มาเป็นรัฐมนตรี ประเทศชาติก็เดินไปไม่ไหว
แนวทางที่สอง พรรคการเมืองจับมือกันและเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ แนวทางนี้ดีและสวยงาม
ดีกว่าให้ ส.ว. 250 คน โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เพราะจะเหนื่อย ถูกฝ่ายค้านเล่นงานจนตาย
หรือถ้าทหารจะตั้งพรรคการเมืองรองรับ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีบทเรียนให้เห็นเยอะแล้ว สุดท้ายมีแต่ “เจ๊ง” กับ “เจ๊ง”
แนวทางที่สองจะเหมือนสมัย พล.อ.เปรม ทำให้มีอำนาจจากพรรคการเมืองสนับสนุนและอำนาจจากทหาร
ที่สำคัญต้องใช้คนเป็น นายพลอย่าเอาเข้ามาเต็ม ครม.
จะได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ สร้างความปรองดองและปฏิรูปประเทศ
เพื่อพลิกฟื้นบ้านเมืองกลับมาให้ได้.
ทีมการเมือง
