ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/creative/248527
วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลายคนที่ฟังคำแถลงของนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกกระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อของสำนักจานบินแล้วอยากจะอาเจียนและสะท้อนให้เห็นถึงภาวะอาการจนตรอกของธัมมชโยและสำนักจานบินที่ถึงกับส่อพฤติการณ์บังอาจดึงฟ้าลงต่ำและทำให้ระคายเบื้องพระยุคลบาทด้วยการล่าชื่อสาวกสำนักจานบินยื่นถวายฎีกาเพื่อช่วยธัมมชโยที่เป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับ
เรื่องถวายฎีกานั้นลองมาฟังความเห็นของ นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ที่ชี้ชัดว่า การขอพระราชทานอภัยโทษมีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 259 ว่า “ผู้ต้องคำพิพากษาให้
รับโทษอย่างใดๆ หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะทูลเกล้าฯถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ขอรับพระราชทานอภัยโทษได้นั้น ผู้ที่ขอรับพระราชทานอภัยโทษต้องถูกฟ้องคดีต่อศาลและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว”
แต่ในกรณีของ ธัมมชโย ยังไม่ได้ถูกฟ้องคดีต่อศาลและศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ เมื่อศาลยังไม่ได้ลงโทษจึงไม่มีโทษที่จะขอรับพระราชทานอภัยโทษตามบทบัญญัติของมาตรา 259 ได้ อีกทั้งการยื่นฎีกาดังกล่าว ธัมมชโย ก็ไม่ได้ยื่นด้วยตัวเอง และกลุ่มบุคคลที่ยื่นก็ไม่ใช่ผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องซึ่งเป็นเครือญาติใกล้ชิดคือ บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรของ ธัมมชโย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีกฎหมายฉบับใดบัญญัติให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องทูลเกล้าฯถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ขอรับพระราชทานอภัยโทษเพื่อไม่ให้เจ้าพนักงานของรัฐดำเนินคดีแก่ผู้ถูก
กล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายได้ การถวายฎีกาดังกล่าวจึงไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายรองรับให้กระทำได้
มาทางด้านคำแถลงของโฆษกสำนักจานบินที่ส่อพฤติการณ์เหิมเกริมเชิงข่มขู่กดดันอำนาจรัฐ ขณะเดียวกันสำนักจานบินก็ส่อแอบอ้างดึงฟ้าลงต่ำโดยแถลงการณ์สำนักจานบินกล่าวถึงการถวายฎีกามีสาระสำคัญสรุปได้ว่า “เรื่อง การกราบบังคมทูลฯถวายฎีการ้องทุกข์ ขอพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ระงับเหตุรุนแรงอันจะบังเกิดขึ้นได้ระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันพระพุทธศาสนา………..ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.โดยการนำของพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ทำให้คณะศิษย์วัดมีความรู้สึกว่าพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดี สร้างความรู้สึกทุกข์ร้อนคับแค้นใจอย่างแสนสาหัส การที่จะมีการใช้กำลังบุกจับพระธัมมชโย ถือเป็นการเตรียมการใช้ความรุนแรงซึ่งอาจส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากและอาจส่งผลกระทบเป็นความขัดแย้งอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันพระพุทธศาสนาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน……..ในช่วงเวลานี้ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายได้ร่วมใจกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นประจำทุกวัน และเป็นโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรได้เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทย ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยควรสมานฉันท์เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ควรมีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ……..เวลานี้เหลือที่พึ่งสุดท้ายหนึ่งเดียวที่จึ่งได้คือ สถาบันพระมหากษัตริย์จึงจำเป็นต้องขอพระบรมราชานุญาตกราบบังคมทูลถวายฎีการ้องทุกข์ต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อันเปรียบประดุจพระบิดาของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ เพื่อขอพึ่งพระบารมีให้ยุติการดำเนินคดีที่มิชอบดังกล่าวข้างต้น และมิให้เจ้าหน้าที่ ของรัฐใช้ความรุนแรงทำร้าย ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายต่อประชาชนผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและคนชรา”
นั่นคือสาระสำคัญโดยสรุปในแถลงการณ์ของสำนักจานบิน ขณะที่โฆษกกระบอกเสียงโฆณาชวนเชื่อสำนักจานบินอธิบายเสริมสรุปบางตอนได้ว่า “คณะศิษยานุศิษย์รู้สึกทุกข์ร้อนกังวลว่ากลายเป็นเรื่องบาดหมางรุนแรงระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันศาสนา……..คณะศิษยานุศิษย์ คณะสงฆ์และชาวพุทธทั่วโลกได้จับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด องค์กรพุทธนานาชาติจำนวนมากได้ทำหนังสือทักท้วงไปยัง ฯพณฯนายกรัฐมนตรีขอให้ระงับยับยั้งการใช้ความรุนแรงต่อพระสงฆ์ ชาวพุทธและวัดในพระพุทธศาสนา “
จากแถลงการณ์ของสำนักจานบินและคำแถลงของโฆษกของสำนักจานบินสรุปได้ว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อตะแบงใช้สารพัดข้ออ้างเพื่อช่วย ธัมมชโย ให้รอดหมายจับ และบังอาจแม้แต่การอ้างอันส่อเป็นเท็จขึ้นกราบทูลเบื้องสูง โดยพยายามอ้างว่า ปัญหาของ ธัมมชโย ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องการกลั่นแกล้งทั้งๆที่การออกหมายจับต้องขออำนาจจากศาล และที่อ้างว่าการจับ ธัมมชโย จะนำไปสู่ความรุนแรงระหว่างสถาบันชาติและสถาบันพระพุทธศาสนา ทั้งๆ ที่ความจริงการออกหมายจับ ธัมมชโย 3 หมายจับครั้งนี้เพราะ ธัมมชโย ทำผิดกฎหมายใน 3 ข้อหาคือ ฟอกเงินและรับของโจรคดีโกงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ครอบครองและรุกป่าสงวนแห่งชาติเพื่อตั้งเป็นสาขาสำนักจานบินที่เขาใหญ่ จ.นคราชสีมาและที่จ.เลยหลายร้อยไร่อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่พยายามเจรจาผ่อนปรนให้มอบตัวแต่โดยดีมานานหลายเดือน แต่ ธัมมชโย ถือดีในอิทธิพลของสำนักจานบินทำตัวดุจรัฐอิสระอยู่เหนือกฎหมายดื้อแพ่งไม่ยอมมอบตัวพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม
ส่วนที่อ้างว่าการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วยการบุกจับ “ธัมมชโย” จะทำให้มีการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากนั้น ปัญหาอยู่ที่ ธัมมชโย และสำนักจานบินไม่ใช่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และฝ่ายเจ้าหน้าที่ย้ำมาตลอดว่าไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และเรียกร้องให้ ธัมมชโย มอบตัวเพื่อพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรมปัญหาจะได้คลี่คลาย
ดังนั้นสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นหากจะเกิดการบาดเจ็บล้มตายล้วนเกิดจากธัมมชโยและแกนนำสำนักจานบินไม่กี่คนที่เห็นแก่ตัวส่อเจตนาปลุกระดมสาวกจานบินให้ออกมาขัดขวางเจ้าหน้าที่เพื่อปกป้องธัมมชโย และที่หลายคนสงสัยก็คือไม่แต่สาวกจานบินที่ถูกระดมหรือหลอกให้มาเป็นโล่มนุษย์ แต่อาจจะมีกองกำลังลึกลับที่แฝงตัวพร้อมที่จะปะทะกับฝ่ายเจ้าหน้าที่หวังปกป้องธัมมชโยอย่างถึงที่สุด
ทีมข่าวการเมือง