ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 5 พ.ย. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/774241
กับช็อตที่ “อดีตนายกฯปู” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์ เยี่ยมให้กำลังใจชาวนาที่กำลังประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ
ไม่ยอมน้อยหน้า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ที่เพิ่งสวมบทพระเอกออกมาตรการซับน้ำตาชาวนา “จำนำยุ้งฉาง” การันตีราคาข้าวหอมมะลิตันละ 13,000 บาท
นางสิงห์กระชากเรตติ้งคืนทันควัน ไม่ยอมเสียยี่ห้อ ให้ใครลบเหลี่ยมโครงการจำนำข้าว โปรเจกต์ชิ้นโบแดงของรัฐบาล “อดีตนายกฯปู”
เจอจัดเต็มช็อตดราม่าทุกรูปแบบ ท็อปบูตได้แค่มองตาปริบๆ ตามไม่ทันเกมเซียนการตลาดระดับมืออาชีพของทีมงานนายใหญ่
ทั้งฉากการให้กำลังใจปลอบขวัญชาวนาให้ต่อสู้วิกฤติราคาข้าว การควักกระเป๋าซื้อข้าวสารและข้าวเปลือกจากชาวนาโดยตรง
บทดราม่าซับน้ำตากระดูกสันหลังของประเทศ มาถูกที่ ถูกจังหวะ ในยามราคาข้าวดิ่งเหว
โดยเฉพาะช็อตน้ำตาร่วง ช่วงตอบคำถามชาวนา จ.ศรีสะเกษ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่รู้จะชดใช้ยังไงหมด เพราะเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก” เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาท ในโครงการรับจำนำข้าวให้รัฐบาล
โชว์ซีนซึ้งๆเลี้ยงกระแส มัดใจชาวนาอยู่หมัด ถึงขั้นขอร่วมลงขันช่วยสมทบทุนให้ “อดีตนายกฯปู” นำเงินไปจ่ายค่าปรับในโครงการจำนำข้าว
ชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ยังมีต้นทุนสำหรับเกษตรกรในสังคมชนบทอยู่เต็มหน้าตัก ท็อปบูตยังไม่สามารถแกะโลโก้พรรคเพื่อไทยออกจากชนชั้นรากหญ้าได้สำเร็จ
ตามภาพข่าวที่ปรากฏตามหน้าสื่อ ในฉากที่ “อดีตนายกฯหญิง” อยู่ในห้อมล้อมของชาวนา บางรายร้องไห้เข้ามากอด เรียกร้องอยากให้มี “โครงการจำนำข้าว” กลับมาเหมือนเดิม
แม้จะถูกเหน็บแนมเป็นการจัดฉากลงพื้นที่ แต่ก็ทำให้คนฝั่งรัฐบาลออกอาการลนลาน เกิดอารมณ์ขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด
จากท่วงทำนองของ “บิ๊กตู่” ที่พูดถึงกรณีนักการเมืองช่วยซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงว่า “ทำได้ แต่อย่าสร้างภาพ ขอให้ช่วยซื้อจริงๆ ไม่ใช่พอนักการเมืองไปแล้ว ประชาชนจะมาซื้อ คนขายก็ขนของหนีไปหมดแล้ว”
กระทั่งการประชดประชันของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ที่ท้าทายให้ “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์” รับซื้อข้าวจากชาวนาทั้งประเทศ
หรือการค่อนขอดของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล ในทำนองทำเพื่อโหนกระแส สร้างเรื่องดราม่า เพื่อกลบความผิดเรื่องคดีความในอดีต
สะท้อนปรากฏการณ์ ท็อปบูตออกอาการผวาการเดินเกมชิงมวลชนคืนของพรรคเพื่อไทย
ในยามที่ทั้งฝ่าย คสช.และพรรคเพื่อไทย ต่างงัดกลยุทธ์ดึงชาวนาเป็นพวกในฐานะฐานอาชีพหลักของคนไทย
ตามสถานการณ์ที่ฝั่งรัฐบาลทุบกระปุกทุ่มงบฯ 20,000 ล้านบาท ออกมาตรการ “จำนำยุ้งฉาง” ดันราคาข้าว ปลดแอกชาวนา
คู่ขนานกับการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนกลางจับเข่าเจรจา “โรงสี–ชาวนา” ไม่ให้มีการกดราคาข้าว การให้กองทัพรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง การเปิดค่ายทหารและหน่วยราชการให้ชาวนามาขายข้าว และการวางแผนผลิตข้าวในระยะยาว
อัดมาตรการระยะสั้นและยาว ตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้ปมราคาข้าวลุกลาม แฝงด้วยการบั่นคะแนนนิยม “ยิ่งลักษณ์” ไปในตัว
ขณะที่ฝั่ง “อดีตนายกฯปู” ต้องเร่งลงพื้นที่รักษาฐานเสียงส่วนใหญ่ ปูทางรับเลือกตั้งปลายปี 2560
แก้เกมในสถานการณ์ถูกรุกไล่ ตามสถานการณ์คดีสำคัญใกล้ถึงจุดเข้าด้ายเข้าเข็ม จากกรณีถูกเรียกค่าเสียหายโครงการจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท
และคดีความโครงการรับจำนำข้าวที่อยู่ในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ล่าสุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพิ่งลงมติถอดถอน นายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร และ นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี สองอดีต ส.ส.เพื่อไทย
จากกรณีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน และการสลับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ถูกขึ้นบัญชีเว้นวรรคการเมือง 5 ปี เป็นรายล่าสุด
เครือข่ายนายใหญ่ ไม่ว่าระดับบิ๊กเนม และโนเนมต่างถูกเด็ดปีก ร่วงเป็นทิวแถวก่อนถึงวันเลือกตั้ง
ยังไม่นับรวมกติกาใหม่จากร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นคุณต่อนักเลือกตั้งอาชีพ
รวมทั้งกฎหมายลูกที่มีเงื่อนไขคุมเข้มคุณสมบัติผู้สมัครเลือกตั้ง ส่อเค้าตัดสิทธิคนติดแบล็กลิสต์คดีถอดถอน และคดีทุจริต ห้ามลงสนาม
ตลอดจนกติกาหยุมหยิมอีกสารพัดในการกลั่นกรองคนเข้าสู่ถนนการเมือง
ถึงเวลานั้นทีมนายใหญ่จะเหลือแนวร่วมกอดคอลงสนามกี่คน.
ทีมข่าวการเมือง
