ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/creative/252470
วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.
บรรดานักลากตั้งโดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่ คือ เพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ออกมาเคลื่อนไหวเร่งให้มีเลือกตั้งโดยเร็วตามโรดแมปอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และออกมาโวยวายประท้วงทันทีหลังจากที่มีสัญญาณจากที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่ออกมาส่งสัญญาณว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่อาจจะมีขึ้นในปี 2561 เนื่องจากสนช.มีกฎหมายค้างการพิจารณาจำนวนมากรวมทั้งการพิจารณากฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ต้องใช้เวลาพอสมควรจนคาดว่าจะไม่สามารถมีการเลือกตั้งได้ภายในปี 2560
พรรคเพื่อไทยดูจะออกอาการดิ้นรนและโวยวายเป็นพิเศษในการคัดค้านการยืดโรดแมปเลือกตั้งพร้อมทั้งถือโอกาสโจมตีดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่าพลิกลิ้นไม่ทำตามสัญญาประชาคมที่เคยประกาศกับชาวโลกและคนไทยทั้งประเทศว่าจะมีเลือกตั้งภายในปี 2560 ตามโรดแมปโดยวางแผนยื้อเวลาครองอำนาจต่อไป
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงกรอบเวลาที่จะมีการเลือกตั้งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะประกาศใช้อย่างสมบูรณ์โดยในมาตรา 267 บัญญัติว่า “ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)จัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับแต่มีรัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ และเมื่อทำเสร็จให้เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแล้วต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ และเมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาเสร็จให้ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญภายใน 10 วัน โดยหากมีข้อโต้แย้งว่าเนื้อหาไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญให้มีคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาทบทวน ภายใน 15 วัน และส่งกลับเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติยืนยันว่าจะเห็นชอบกับสิ่งที่มีการทบทวนหรือไม่”
ขณะที่มาตรา 268 บัญญัติว่า “ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญใหม่นี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้ว”
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงชัดเจนว่า โรดแมปการเลือกตั้งจะมีขึ้นเมื่อไหร่เป็นไปตามขั้นตอนกรอบเวลาที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนการเลือกตั้งจะยืดออกไปหรือไม่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)และสนช.ว่าจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญได้ทันตามกรอบเวลาหรือไม่ ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและคสช.อย่างสิ้นเชิง
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาประกาศท่าทีตอกย้ำอย่างชัดเจนอีกครั้งว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นตามโรดแมปภายในปี 2560การออกมาเคลื่อนไหวของขบวนการระบอบทักษิณเพื่อเร่งให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วเป็นการสะท้อนอาการดิ้นรนเอาตัวรอดจากสภาพหลังพิงฝา เพราะการเลือกตั้งเป็นหนทางเดียวสำหรับขบวนการระบอบทักษิณที่จะมีโอกาสกลับมามีอำนาจยึดครองประเทศและลบล้างโทษความผิดทั้งหมดให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด ผู้เป็นน้องสาวซึ่งเป็นจำเลยคนสำคัญคดีโครงการรับจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์
จากความเคลื่อนไหวของ 2 พรรคใหญ่ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่เร่งให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่จากเสียงสะท้อนของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจากผลสำรวจของโพลล์สำนักต่างๆ ตลอดช่วงที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลภายใต้อำนาจพิเศษอยู่บริหารประเทศต่อไปมากกว่าที่อยากให้มีการเลือกตั้ง โดยผลสำรวจความเห็นของประชาชนทั่วประเทศเปรียบเทียบระหว่างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มาจากการรัฐประหารกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อไม่นานมานี้พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศร้อยละ 48.84 มองว่ารัฐบาลนายกฯบิ๊กตู่ดีกว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งเพราะทำงานได้รวดเร็ว คล่องตัวภายใต้อำนาจพิเศษ บ้านเมืองเกิดความสงบไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอย่างรุนแรง รัฐบาลทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และมีผลงานให้เห็น ขณะที่ประชาชนเพียงร้อยละ 23.72 เห็นว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งดีกว่ารัฐบาลจากการรัฐประหาร
ส่วนสำนักวิจัยซูเปอร์โพลเผยแพร่ผลสำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศก่อนหน้านี้เรื่องใครทำให้ชาวบ้านสุขสุดปี 2559 โดยตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่ทำให้ชาวบ้านสุขสุดในปีที่เพิ่งผ่านมาพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ นำโด่งเป็นอันดับ 1 ร้อยละ 80.3 ทิ้งห่างอดีตนายกฯนักโทษหนีคุกอย่าง นายทักษิณ ชินวัตร ที่ได้แค่ร้อยละ 5.9 ส่วน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ร้อยละ 5.5
เพราะฉะนั้นขณะที่เหล่านักลากตั้งทั้งหลายพล่านเร่งให้มีการเลือกตั้ง แต่พลังมหาชนส่วนใหญ่ของประเทศกลับไม่ได้สนใจว่าจะมีการเลือกตั้งตามโรดแมปหรือไม่ เมื่อไหร่ ขอเพียงบ้านเมืองสงบสุขภายใต้อำนาจพิเศษ เพราะบทเรียน 10 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการเลือกตั้งและระบอบประชาธิปไตยแบบจอมปลอมมีแต่ทำให้บ้านเมืองวนเวียนอยู่แต่ในวังวนของวงจรอุบาทว์อันเลวร้ายที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้นเหตุก่อให้เกิดความแตกแยกในชาติอย่างรุนแรง ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศล่มจมกลายเป็นรัฐล้มเหลว ดังนั้นประชาชนขอมีความสุขภายใต้อำนาจพิเศษดีกว่าจมปลักอยู่ในความเครียดภายใต้ระบบธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอม
ทีมข่าวการเมือง
