ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660899

นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เผยว่า ที่ผ่านมาแม้กรมหม่อนไหมจะส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตแผ่นไข่ไหม และปลูกแปลงหม่อนมาตลอด แต่ยังประสบปัญหาไข่ไหมไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดูเข้าหน้าฝน สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ใน 1 วัน มีทั้งร้อน ฝน อุณหภูมิเปลี่ยน ความชื้นสูง ทำให้เกิดเชื้อโรค หนอนไหมอ่อนแอและตาย ผลผลิตรังไหมที่ได้มีคุณภาพต่ำ

“สภาพอากาศที่แปรปรวน มีผลต่อสุขภาพตัวหนอนไหมและตัวบี้ (ผีเสื้อไหม) สุ่มเสี่ยงต่อการติดโรคเพร็บบรินได้ง่าย ถ้าหนอนไหมวัยแก่หรือ ตัวบี้ ได้รับเชื้อเข้าทางปากจะไม่ตาย สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้จนเป็นผีเสื้อวางไข่ แต่ไข่ที่ออกมามีเชื้อโรคเพร็บบรินแฝงอยู่ เมื่อฟักออกมาตัวหนอนจะตายภายใน 4-5 วัน”
เพื่อป้องกันการระบาดของโรคเพร็บบรินในระยะนี้ นายอภัย เตือนเกษตรกรให้เฝ้าระวัง อย่าให้พื้นที่เลี้ยงหนอนไหมมีละอองฝนสาดถึง หากอุณหภูมิลดลง อากาศเย็นมีความชื้นมากเกิน ให้นำเตาถ่านที่มีไฟอ่อนๆ ปราศจากควันไฟ มาวางไว้ภายในช่วยปรับอุณหภูมิ และใช้ปูนขาวโรยในภาชนะที่เลี้ยงไหมอายุ 5 วัน


ที่สำคัญห้ามนำใบหม่อนที่มีความชื้นจากน้ำฝน หรือน้ำค้าง มาเลี้ยงหนอนไหมโดยเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มีแผ่นไข่ไหมเพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร นายอภัย บอกว่า กรมหม่อนไหมได้เร่งให้ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติจังหวัดต่างๆ ผลิตแผ่นไข่ไหมให้มีปริมาณเพียงพอ โดยปี 2559 มีเป้าหมายจะผลิตให้ได้ 171,400 แผ่น แต่ขณะนี้ผลิตได้เพียง 84,437 แผ่น เนื่องจากติดปัญหางบประมาณที่ได้รับ มีการถูกตัดปรับลดลงทุกปี.