ค่อยๆล็อกเข้าเหลี่ยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ธ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/809387


โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตามที่ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสแรกของการขึ้นทรงราชย์ เพื่อให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้กลับตัว ประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์กับประเทศชาติสืบไป

โดยนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า กรมราชทัณฑ์จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการ เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ต้องขังได้รับสิทธิตามหลักเกณฑ์พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษประมาณ 1 แสนราย และได้รับการปล่อยตัวพ้นเรือนจำประมาณ 30,000 ราย

แน่นอน จุดสนใจของสังคมก็คงจะอยู่ที่คนดังในแวดวงการเมืองและธุรกิจที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำหลายราย

เบื้องต้นเลย หนึ่งในชื่อที่อยู่ในข่ายพ้นโทษก็คือ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย “จอมโวยฝีปากกล้า” ที่โดนศาลตัดสินจำคุก 2 ปี ในคดีสั่งรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิท ชดใช้ความผิดในเรือนจำมาเกือบปีแล้ว

ยังมีอีกหลายคนที่เป็นอดีตรัฐมนตรี นักการเมืองใหญ่ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่แนวโน้มได้สิทธิตามเงื่อนไข ถ้าไม่ได้รับการปล่อยตัวก็ได้ลดโทษลดจำนวนเวลาจองจำลง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อานิสงส์นี้ไม่ได้ส่งถึงพวกติดคดีที่ยังไม่ได้รับโทษคุมขังแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับพวกที่จ่อรอเข้ารับการชำระโทษในระยะเวลาอันใกล้

ตามฉากเร้าสถานการณ์ “เส้นตาย”

ทีมงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประชุมร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ วางแผนปฏิบัติเข้าล็อกตัว “ธัมมชโย” เจ้าสำนักธรรมกาย มาดำเนินคดีจากที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและรุกป่า

ตั้งท่าบุกปิดเกมในไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้

ในขณะที่ฝั่งธรรมกายก็มีการเรียกระดมลูกศิษย์ร่วมพิธีสวดมนต์ “ล้านจบ” วางหมากใช้คนเป็นกำแพงมนุษย์ในการอารักขาเจ้าสำนัก วางกำลังคุ้มกันเต็มอัตราศึก

ขู่กันโต้งๆเลยว่า อาจมีเจ็บตายจำนวนมาก

แน่นอน จากอาการตั้งป้อม “สู้ตาย” มันกระตุกอาการพะว้าพะวังของเจ้าหน้าที่ได้ผลทุกครั้ง

เพราะมันเสี่ยงกับการเกิดเหตุสูญเสียที่ประเมินไม่ได้

หากมีการบุกเข้าไปแบบบุ่มบ่าม โดยไม่รู้ใครเป็นใคร ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน ในสถานการณ์ที่อ่านไต๋ฝ่ายธรรมกายเองก็ดึงจังหวะวัดใจ พร้อมลากเกมเข้าสู่จุดปะทะ

แถมไม่มีหลักประกันอารมณ์ของพวกคลั่ง “ลัทธิ”

และถ้าเกิดเหตุนองเลือดสูญเสีย ฝ่ายที่รับผิดชอบหนีไม่พ้นเจ้าหน้าที่ทางการ

รัฐบาล คสช.คงต้องตกเป็นจำเลยสังคม

และโดยแนวโน้มสถานการณ์ก็หนีไม่พ้นลามไปผสมหัวเชื้อไฟสะสมชนวนความขัดแย้งระหว่างขั้ว ความเกลียดชังระหว่างสีที่สุมอยู่ใต้อำนาจพิเศษ

อาจลุกพรึบพรับ ลามจนยากแก่การควบคุม

เป็นสถานการณ์ที่ไม่ส่งผลดีต่อช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเปลี่ยนผ่าน และโดยเฉพาะในบรรยากาศช่วงพระราชพิธีสำคัญ

ได้แค่แหย่เท่านั้น เดาทางรัฐบาล คสช.คงไม่เสี่ยงหักดิบ

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ยุทธการเช็กบิล “ธัมมชโย” จะจนแต้ม

ว่ากันตามยุทธศาสตร์ “ค่อยๆนวด” แบบที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ในช่วงดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ได้คุมเกมนำร่อง ลากมาจนเกือบถึงปลายทาง

เน้นเดินตามเหลี่ยมกฎหมาย จนล็อกเจ้าสำนักธรรมกายเข้าเหลี่ยมเงื่อนตาย ถึงวันนี้ยังไม่มอบตัว แต่ก็เหมือนติดคุก เพราะกักบริเวณอยู่แค่ภายในวัด

และถ้าโดนดำเนินคดีอาญา ไม่ได้ประกันตัวก็ต้องสึกจากความเป็นพระตามกฎหมาย

ตามรูปการณ์ยุทธการปิดประตูตีแมวจะเข้มข้นขึ้นตามลำดับ นับจากการ “ถอดปลั๊ก” ช่องสถานีโทรทัศน์ DMC TV ของสำนักธรรมกาย จอดำตามคำสั่ง กสทช. ปิดช่องทางการติดต่อกับสาวก

ช็อตต่อไปก็น่าจะอยู่ที่ยุทธการ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง”

ศิษย์เอกอย่าง “เจ้าสัวสามีดารา” หรือเสี่ยยักษ์อสังหาริมทรัพย์ ก็คงไม่อยากเสี่ยงกับมาตรการไล่บี้ไล่ต้อนให้กระเทือนอาณาจักรธุรกิจส่วนตัว

แค่ขู่เช็กบิล ไล่บี้ภาษีก็กลัวกันตัวสั่นแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง

 

Leave a comment