ด่านสุดท้ายอยู่ที่สนช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 10 ธ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806952


แขวนโจทย์ร้อนไว้ชั่วคราว

ตามฉากที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ไม่เร่งปิดจ๊อบ ปรับ ครม. เรือแป๊ะรอบใหม่ แทนที่ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีต รมว.ยุติธรรม และ “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯเป็นองคมนตรี

“บิ๊กตู่” ยังนิ่งเงียบ ไม่บุ่มบ่ามเซ็ตทีมงานใหม่ ขอตีกรรเชียงประคองตัว ใช้วิธีแต่งตั้งผู้มีหน้าที่รักษาการทำหน้าที่แทนรัฐมนตรีเดิมไปพลางก่อน

เช่นเดียวกับคนที่เป็นแคนดิเดตว่าที่รัฐมนตรีใหม่ ยังเก็บปิดปากเงียบ ไม่ตีปีกออกนอกหน้า เต้นไปตามโผที่แพร่สะพัดอยู่ในเวลานี้ ต้องรอดูท่าทีจากหัวหน้า คสช.

โฉมหน้า ครม. “ประยุทธ์ 4” คงต้องทอดยาวออกไปอีกระยะ โดยยังไม่รู้แนวโน้มว่า เป็นการปรับเล็ก เฉพาะตำแหน่งที่ว่างลงไม่กี่เก้าอี้ หรือปรับใหญ่ เพื่อยกเครื่องการทำงานใหม่ทั้งคณะ

ในบริบทที่หัวหน้า คสช.เอ่ยถามกันตรงๆกลางวง ครม.ว่า มีรัฐมนตรีคนใดทำงานไม่ไหว อยากพักหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ การปรับ ครม.เที่ยวนี้ เป็นโจทย์ใหญ่ที่ “บิ๊กตู่” ต้องคิดหนักและรอบคอบในการวางตัวมือทำงานชุดใหม่ให้เข้าขากันมากที่สุด ไม่ให้ขบเหลี่ยมขัดขากัน จนกระทบต่อการทำงานรัฐบาล

บนสถานการณ์ที่มีอนาคตรัฐบาลเป็นเดิมพันหลังจากนี้ ท็อปบูตเตรียมฮึดก๊อกสองปั่นผลงาน เร่งสร้างแรงศรัทธา และความเชื่อมั่นต่อประชาชนให้มากยิ่งขึ้น

ไม่ให้เป้าหมายที่วางไว้ต้องสะดุด เพื่อขับเคลื่อนโรดแม็ปให้เป็นไปตามปฏิทินที่วางไว้

ในสถานการณ์ล่าสุดที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพิ่งปล่อยของลอตใหม่ออกมาให้ยลโฉม

พิมพ์เขียวร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เวอร์ชั่น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.

ยังคงคอนเซปต์ยาขมสำหรับพรรคการเมือง เป็นช็อตต่อเนื่องจากเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับ “ประชามติ” ที่เล่นงานนักการเมืองเบ้หน้าไปก่อนหน้านี้

ตั้งป้อมคุมเข้มพรรคการเมืองทุกฝีก้าว ทั้งเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมือง การจ่ายเงินอุดหนุนพรรคการเมือง การตรวจสอบกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคอย่างเข้มงวด

กำหนดสเปกสูงลิบ พรรคการเมืองต้องหาสมาชิกพรรคภายใน 4 ปี ไม่น้อยกว่า 20,000 คน ต้องมีการจัดตั้งตัวแทนพรรคประจำทุกจังหวัด และการตั้งสาขาพรรคให้ครบทุกภาค

พรรคการเมืองขนาดเล็ก ขนาดกลาง ส่อแววเหนื่อยรากเลือด ทรงตัวอยู่ยากในอนาคต

ขณะที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ก็ถูกตีกรอบให้คณะกรรมการบริหารพรรคคอยควบคุมสมาชิกพรรคไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

หากเข้าเกียร์ว่าง ปล่อยให้ลูกทีมทำผิด มีสิทธิกระเด็นตกเก้าอี้ทั้งคณะ และถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นของแถมอีก 20 ปี

กรธ.ยัดไส้ยาแรงหลายขนาน เนื้อหาสร้างความสาหัสให้นักเลือกตั้งอาชีพ ผิดธรรมชาติจาก พ.ร.บ.พรรคการเมืองในหลายยุคที่ผ่านมา

ร่างกฎหมายลูกฉบับแรกถูกส่งสัญญาณเขย่านักการเมือง ทั้งพรรคใหญ่ พรรคเล็กต่างดิ้นพล่าน ส่ายหน้ารับไม่ได้กับกติกาฉบับให้โทษพรรคการเมือง

กระตุกแรงกระเพื่อมจากฝ่ายการเมืองทุกค่าย เรียกร้องให้กรธ.แก้ไขเนื้อหาแต่เนิ่นๆ

ยังไม่รวมร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งอีก 3 ฉบับ ที่ กรธ.ยังไม่ปล่อยของออกมาเขย่าขวัญนักการเมือง

อย่างไรก็ตามแม้ฝ่ายการเมืองจะโหวกเหวกเสียงดังแค่ไหนก็หนีไม่พ้น ต้องทำใจรับสภาพ ปรับตัวให้เข้ากับกติกาฉบับใหม่

แต่ที่น่าห่วงยิ่งกว่าคือ ขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่จะรับไม้ร่างกฎหมายลูกจาก กรธ.ไปปรับปรุงแก้ไขเป็นด่านสุดท้าย เพื่อไฟเขียวให้กฎหมายมีผลบังคับใช้

ยังไม่รู้ว่า จะรีเซ็ตเนื้อหาของ กรธ.ให้รุนแรงกว่าเดิมหรือไม่ ตามอารมณ์ลึกๆของ สนช.บางส่วน ที่อยากสังคายนาร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ขอให้ล้างไพ่ จดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมด

ฝ่ายการเมืองยังได้ลุ้นหนาวๆร้อนๆกันอีกหลายยก

กรธ.ยังแค่ด่านเริ่มต้น ด่านสุดท้ายของ สนช.น่ากลัวกว่าเยอะ.

ทีมข่าวการเมือง

 

Leave a comment