ต้องคบกับ ‘ทรัมป์’ อยู่ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 10 พ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/778741


พลิกล็อกช็อกโลก หงายท้องไปตามๆกัน

เมื่อ “คาวบอย” อย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน ชนะศึกเลือกตั้ง คว้าเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งทำเนียบขาว

ชาวอเมริกันเสียงส่วนใหญ่ชอบของแปลก มองมุมตรงข้ามกับนานาชาติ

ตามปรากฏการณ์ตลาดหุ้น ตลาดเงิน ตลาดทุนทั่วโลก สั่นสะเทือนกันไปทุกทวีป โดยแนวโน้มตั้งแต่ “ทรัมป์” เริ่มมีคะแนนนำ

นักลงทุนหันไปตุนทองคำ ถือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า

ออกอาการผวากับแนวนโยบายสุดโต่งแบบ “โดนัลด์ ทรัมป์”

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าประคองตัว ปลอดภัยไว้ก่อน ในเมื่ออารมณ์ “อเมริกันชน” มุ่งไปที่การปกป้องสิทธิประโยชน์ของตัวเองมาก่อนปัจจัยอื่นใด

ยุทธศาสตร์ของ “ทรัมป์” กีดกันต่างชาติ

ทั้งในมุมของการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัย การจัดการกับผู้อพยพ รวมไปถึงมาตรการทางการค้า

และว่ากันไป มันก็ล้อกับสถานการณ์ “Brexit” เขย่าโลก ผลการลงประชามติของประเทศอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เพราะชาวผู้ดีไม่ต้องการให้คนต่างชาติเข้ามาแย่งสิทธิความเป็นอยู่ของคนในชาติ

จากอังกฤษถึงสหรัฐฯ ชัดเจนว่าเทรนด์มหาอำนาจโลกเปลี่ยนแปลงไป

ต่างฝ่ายต่างมุ่งรักษาผลประโยชน์คนในชาติมาเป็นเงื่อนไขแรก

ที่แน่ๆไม่ว่าจะแฮปปี้หรือไม่กับผลเลือกตั้งอเมริกาที่ออกมา แต่ทุกประเทศก็ต้องปรับตัวให้สอดรับกับนโยบายว่าที่ประธานาธิบดี “ทรัมป์” ในฐานะที่สหรัฐอเมริกาเป็นมหาอำนาจที่กุมสภาพทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

โดยผลกระทบที่เกี่ยวข้องไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

ในจังหวะออกตัวนิ่มๆแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช. แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่คงพูดไม่ได้ว่า จะส่งผลกระทบอะไรหากใครได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ เพราะต้องยอมรับการตัดสินใจของประชาชน

แต่ยังไงเราก็ต้องคบกับสหรัฐอเมริกาต่อไปอยู่แล้ว

เพราะเราเป็นมิตรกับสหรัฐฯมา 183 ปี ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ประเทศไทยก็จะเดินตามนโยบายเดิม คือนโยบายการต่างประเทศที่สมดุล เพราะเราเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลางของอาเซียน ก็ต้องทำทุกอย่างให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

ผู้นำรัฐบาลทหารของไทยดึงตัวเองมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม

เรื่องของเรื่อง โดยสปิริตแบบอเมริกันชน ผลการเลือกตั้งต่อให้สูสีเฉียดฉิวแค่ไหน เมื่อผลตัดสินออกมาแล้ว ฝ่ายแพ้ก็ยอมรับพร้อมร่วมมือฝ่ายชนะ

พร้อมกอดคอกันไปเพื่อประเทศชาติโดยส่วนรวม

แบบที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศหลังจากการเลือกตั้ง นางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครตได้โทร.มาแสดง ความยินดี หลังจากนี้สหรัฐฯจะกลับมาเป็นหนึ่งเดียว

และจะเป็นประธานาธิบดีของอเมริกันทุกคน

ไม่มีปรากฏการณ์แบบที่ฝ่ายแพ้ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งจากประชาชน ลากการเมืองไปเล่นเป็นม็อบบนถนน ทำให้ฝ่ายชนะบริหารประเทศไม่ได้

สุดท้ายการเมืองติดล็อก นำมาซึ่งการปฏิวัติรัฐประหาร

โดยสถานการณ์ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ในกระบวน การตามโรดแม็ปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุได้เซ็นชื่อในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว

ขณะที่แนวทางการปฏิรูปนักการเมือง ตามพิมพ์เขียวที่มีการชงจากคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

เสนอให้เพิ่มค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี ไปยันนายกรัฐมนตรี ยกระดับไปอยู่ที่ 2–3 แสนบาท

เพื่อแลกกับมาตรการตรวจสอบ เอกซเรย์กันอย่างเข้มข้น

หวังประสิทธิผลในการวางแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างมีเกียรติยศ และมีความซื่อสัตย์สุจริต

แต่ก็มีเสียงทัก ขัดคอในเรื่องของ “จิตสำนึก”

เพราะต่อให้กำหนดเพดานเงินเดือนสูงแค่ไหน ถ้านักการเมืองไทยยังวนอยู่ในระบบเก่า ต้องลงทุนในการเลือกตั้งเข้าสู่อำนาจ ก็แก้ปัญหาโกงไม่ได้

เรื่องสปิริต มาตรฐานการเมืองแบบอเมริกันยังอีกไกล.

ทีมข่าวการเมือง

 

Leave a comment