บุคคลการเมืองแห่งปี 2559 : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดุลอำนาจเปลี่ยนผ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ธ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/824073


โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบรอบอีกคำรบ

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างต่อเนื่องของ “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ที่ต้องใช้เวลาในห้วงรอยต่อก่อนสิ้นปี มานั่งประชุมปรึกษาหารือกัน

เฟ้นหา “บุคคลการเมืองแห่งปี”

และทุกๆปี โดยกติกาที่ปฏิบัติกันมา ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลการเมืองแห่งปี โดยการตัดสินจากทีมของเรา ไม่ได้หมายความว่า เขาหรือเธอผู้นั้นต้องเป็นนัก การเมืองที่วิเศษวิโส มีผลงานยอดเยี่ยมเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม หรือมีความสามารถเชี่ยวชาญการเมืองขั้นเทพ

แต่ “บุคคลการเมืองแห่งปี” ในนิยามความหมายของเรา หมายถึงบุคคลที่มีบทบาท มีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างสีสันฉูดฉาด สร้างความสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นให้เกิดขึ้นกับการเมืองในประเทศ ไทยได้อย่างชัดเจนเป็นที่ประจักษ์

ลักษณะเดียวกับนิตยสารไทม์ที่ปีนี้ได้ประกาศยก “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็น “บุคคลแห่งปี” ประจำปี 2016 จากกรณีสร้างความตกตะลึงคว้าชัยชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สร้างปรากฏการณ์ทางการเมือง เข้ากุมบังเหียนมหาอำนาจอเมริกาที่เต็มไปด้วยความแตกแยก

ในอารมณ์ที่หัวหน้ากองบรรณาธิการไทม์ ตั้งคำถามเป็นนัย “ปีนี้มันดีหรือร้าย”

นั่นหมายถึงเน้นเฉพาะความโดดเด่นจริงๆไม่เกี่ยวด้านบวกด้านลบ

และบังเอิญบุคคลการเมืองแห่งปีของทีมเราในปี 2559 ก็เป็นคนที่ถูกเปรียบเทียบมีพฤติกรรมคล้ายๆกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โดยที่เจ้าตัวก็ออกตัวเป็นเชิงยอมรับ “บางครั้งคำพูดผมก็จริงใจมากเกินไปหน่อย อาจจะไม่สุภาพบ้าง แต่ด้วยเจตนาผมไม่มีอะไรกับใครทั้งสิ้น และเมื่อผมไปแล้ว ผมไม่เคยโกรธใคร ผมพูดไปก็จบแค่นั้น วันหน้าก็อาจจะมีโมโหอีก เพราะถือเป็นพฤติกรรมส่วนตัวผม อาจจะเป็นสิ่งไม่ดี อย่าเอาเป็นตัวอย่าง เพราะพฤติกรรมที่ดีก็ยังมีอยู่มาก”

จากพื้นฐานของคนที่กล้าพูดทะลุกลางปล้องตรงไปตรงมา

ไม่เน้นลีลา ไม่เก่งสร้างภาพ ไม่ชอบโลกสวย

แน่นอน หลายคนเดาถูกตั้งแต่ต้น บุคคลการเมืองแห่งปี 2559 ที่เรายกให้ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เจ้าของฉายา “นายกฯ ลุงตู่”

เจ้าเก่า หน้าเดิม ผู้ครองตำแหน่งนี้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

ว่ากันตามภาษากีฬาฟุตบอลก็ต้องเรียกว่า “แฮตทริก”

ทั้งนี้ทั้งนั้น นั่นก็เพราะกวาดสายตาดูแล้ว ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ไม่มีใครที่จะเหมาะสมไปกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ “รัฏฐาธิปัตย์” ผู้กุมอำนาจสูงสุด

อยู่ในจุดนี้มาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557

โดยสถานะผู้นำประเทศไทยภายใต้สถานการณ์อำนาจพิเศษ

ผ่านมา 2 ปีครึ่งแล้ว ถึงแม้เสียงเชียร์จะซาลงไป เมื่อเทียบกันวันแรก พล.อ.ประยุทธ์นำกองทัพยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินแทนอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ด้วยพันธะสัญญา “คืนความสุขให้คนไทย”

ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรจับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอัน ยังเป็นแค่ความฝันลอยๆ

ขณะที่ของจริงตรงหน้าที่สัมผัสได้ กับภาวะทางเศรษฐกิจที่ปัญหาความเดือดร้อนลามถึงปากท้องชาวบ้าน สถานการณ์ด้านความมั่นคง ระเบิดป่วนเมืองลามมาถึง 7 จังหวัดภาคใต้ ประจวบคีรีขันธ์ มายันกรุงเทพมหานคร บรรยากาศทางการเมืองก็ยังไม่มีใครยอมใคร

“นายกฯลุงตู่” บริหารอยู่บนความขัดแย้งที่ไม่ได้ลดอุณหภูมิลงไป

แค่หลบซ่อนอยู่ใต้ดาบอาญาสิทธิ์มาตรา 44

แต่ในสถานการณ์ที่เลือกไม่ได้ ไฟต์บังคับที่คนไทยส่วนใหญ่ตัดสินใจมอบธงให้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินตามโรดแม็ปมาเกินครึ่งทางแล้ว

แนวโน้มไม่มีใครให้ฝากความหวังได้มากเท่ากับ “นายกฯลุงตู่”

เมื่อเทียบเรตติ้งกับรัฐมนตรีคนอื่นใน ครม. หรือวัดกับอดีตนักการเมืองทุกป้อมค่าย

ตามตัวเลขโพลสำรวจความเห็นสำนักต่างๆที่ออกมา ประชาชนก็ยังให้คะแนนความพึงพอใจในตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ เหนือกว่าคนอื่นหลายช่วงตัว

ฐานคะแนนต้นทุนหน้าตักยังหนาแน่น

มีแฟนคลับจำนวนมากที่นิยมชมชอบในความเป็นตัวตนของ “นายกฯลุงตู่”

และจุดหนึ่งที่สังเกตได้ถึงยุทธศาสตร์ “การตลาด” ที่ยกระดับความเข้มข้นขึ้น จนแยกไม่ออกว่าเป็นรัฐบาลทหารหรือรัฐบาลนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง

ดังภาพข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่กระทรวง หน่วยราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นำมาจัด อีเวนต์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี

โชว์ลีลามวยไทย เล่นกระอั้วแทงควาย ลงมือผัดไทยแจกทีมงาน

หรือการต้อนรับนักกีฬาดังๆที่เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล ก็มีช็อตเรียกเสียงฮือฮากับการที่ พล.อ.ประยุทธ์ตีแบดมินตันกับ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ หรือเล่นวอลเลย์บอลกับทีมนักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย

เรียกว่า “นายกฯลุงตู่” เล่นได้ทุกบท ทำได้ทุกอย่าง

ด้วยความเป็นธรรมชาติ ในมุมของ “รัฏฐาธิปัตย์ผู้น่ารัก” นั่นก็หักล้างกับภาพที่เจ้าตัวมักจะหลุดอาการหงุดหงิด แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวใส่นักข่าวเมื่อเจอคำถามแทงใจดำ หรือแม้แต่พฤติกรรม “ห่ามๆ” ในแบบฉบับของทหาร

จนถูกวิจารณ์ภาพลักษณ์ของคนเป็นผู้นำ

กระแสวูบวาบเป็นบางวัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ถึงขั้นเพลี่ยงพล้ำทาง การเมือง

เรื่องของเรื่อง มันพิสูจน์ได้จากผลการประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงของ คสช.ที่ผ่านด่านฝ่าแรงต้านมาได้แบบพลิกความคาดหมาย

ภายใต้สถานการณ์แบบที่นักการเมืองทั้งฝั่งตรงข้ามอย่างพรรคเพื่อไทย รณรงค์ไม่เอาด้วย หรือแม้แต่แนวร่วมฝ่ายเดียวกันเองอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ประกาศโหวตโนชัดๆ

ท่ามกลางกระแสความนิยมรัฐบาลทหาร คสช.ที่เริ่มเป๋ เพราะปั่นผลงานไม่ออก ฝีมือการบริหารด้านเศรษฐกิจที่ไม่เข้าตาประชาชน แถมยังมีข่าวไม่ชอบมาพากล กระแสไม่โปร่งใสในหมู่เครือข่ายใกล้ชิดผู้ถืออำนาจ

ปัจจัยแวดล้อมเต็มไปด้วยแรงเสียดทาน คะแนนโดยภาพรวมรัฐบาลติดลบ

ไม่มีตัวช่วย มีแต่ตัวฉุด

ตามรูปการณ์ย่อมแสดงถึงต้นทุนส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์เพียวๆที่ลากรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านสถานการณ์พลิกคว่ำพลิกหงายมาได้

และก็นั่นก็เป็นแรงส่งต่อเนื่อง โดยผลประชามติทำให้หลายฝ่ายมองสถานการณ์ข้ามช็อตไปถึงการลากยาวอำนาจ

“นายกฯลุงตู่” คือตัวเต็งหามที่จะล็อกนายกรัฐมนตรีคนนอกของรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เพื่อคุมอำนาจต่ออีกอย่างน้อย 5 ปี ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่ออกแบบตามคำถามพ่วง

กระชับสถานะ “ผู้กุมดุลอำนาจเปลี่ยนผ่าน” อย่างเด่นชัด

ถึงแม้จะมีจังหวะขัดขาจนเกือบหัวทิ่มคะมำกับปมฉาวคนตระกูล “จันทร์โอชา” กรณีลูกและภรรยาของ “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ ถูกแฉปมผลประโยชน์ทับซ้อนในกองทัพ

แต่ประตูหลังบ้านของ พล.อ.ประยุทธ์ยังลงกลอนแน่น

“อาจารย์น้อง” รองศาสตราจารย์นราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯยังรักษาสถานะของคนเก็บเนื้อ เก็บตัว เข้าถึงยาก เจาะถึงตัวลำบาก

นั่นก็ทำให้ภูมิคุ้มกันเรื่องทุจริตของ “นายกฯลุงตู่” ยังแข็งแรง

และกับสถานการณ์สำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงถึงภาวะผู้นำในเหตุการณ์ที่ถือว่ายากลำบากที่สุดในชีวิต กับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนคนไทย

“ในหลวงรัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต แผ่นดินวิปโยค น้ำตาท่วม

บรรยากาศประเทศเข้าสู่ภาวะชะงักงัน

“นายกฯลุงตู่” ได้ปลุกปลอบให้คนไทยตั้งสติ และเดินหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปให้ดีที่สุด เพื่อสืบสานปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เสียใจ แต่ต้องไม่ลืมหน้าที่

พล.อ.ประยุทธ์ สามารถดูแลสถานการณ์เปลี่ยนผ่านรัชกาล การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ประเทศไทยรอบ 70 ปี เป็นไปอย่างเรียบร้อย

กับสถานะของผู้นำที่ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ไม่หยุดชะงัก

นี่ก็เพียงพอกับสถานะของบุคคลการเมืองแห่งปี 59 แฮตทริกเป็นปีที่ 3 ติดกัน

แต่งานสำคัญในการเป็นผู้นำเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่การปฏิรูปใหญ่ ตามพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ที่คนทั้งประเทศตั้งความหวังกับ “นายกฯลุงตู่” ไว้อย่างล้นปรี่

ยังต้องรอการพิสูจน์จาก พล.อ.ประยุทธ์.

“ทีมการเมือง”

 

Leave a comment