ล็อก ‘ลายแทง’ ไว้ก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 7 ธ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803787


จังหวะต้องเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนสถานการณ์

ล่าสุด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุว่า หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งองคมนตรี โดยมีรายชื่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม

คงจะต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี

โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.

ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยรูปการณ์ก็ดำเนินสอดคล้องไปกับกระแสข่าวการขยับปรับ ครม.เพื่อปรับภาพของรัฐบาลทหาร ลดแรงเสียดทานในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ที่ยกระดับอาการวิกฤติหนักหนาสาหัสขึ้นทุกขณะ

เป็นสถานการณ์ที่ต้อง “สลับฉาก” กู้ปัญหาฉุกเฉินเฉพาะหน้า ในภาวะที่ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ปชัวร์หรือไม่

ขึ้นอยู่กับปัจจัย “ตัวแปร” ที่แทรกเข้ามาได้ตลอดเวลา

“นายกฯลุงตู่” จำเป็นต้องดึงมือบริหารอาชีพเข้ามาช่วยงาน เพราะลำพังมืออาชีพระดับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีม ออกแรงยังไงก็เข็นไม่ขึ้น

เพราะ “ติดหล่ม” ภาพรัฐบาลทหาร

ต้องเผชิญสถานการณ์ด้านต่างประเทศที่ตั้งแง่ใส่รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ เดินมาตรการแซงก์ชั่นกดดันให้ประเทศไทยรีบเลือกตั้งคืนอำนาจให้ประชาชน

เพิ่มโจทย์ยากๆทางเศรษฐกิจให้หนักขึ้นไปใหญ่

ทั้งปัจจัยภายใน ภายนอกประเทศ วนไปวนมาติดล็อกหมด ประกอบกับห้วงเวลาที่ผ่านมากว่า 2 ปีครึ่ง ตามธรรมชาติของรัฐบาลทหารต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในเชิงบริหาร ลดโทนโหมดความมั่นคงลงไป ต้องดึง “มือบริหาร” เก่งๆมาช่วยกู้สถานการณ์ปากท้องประชาชน

ก่อนโดนกระแสต่อต้าน เพราะอารมณ์ชาวบ้านเดือดร้อนไล่ตะเพิดรัฐบาล

ตามโจทย์ของ “นายกฯลุงตู่” หนีไม่พ้นปรับ ครม. สลับฉากหลบแรงเสียดทานเฉพาะหน้า

ในสถานการณ์ต่อเนื่องกับเสียงของนักการเมืองที่ร้องขอไฟเขียว เสนอ คสช.ปลดล็อกกฎเหล็กให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม

จะได้มีเวลาแต่งตัว เตรียมลงสนามเลือกตั้งได้ทันเวลา

ตามปรากฏการณ์แบบที่พรรคเพื่อไทยและค่ายประชาธิปัตย์เริ่มพูดในโทนเดียวกัน

ด้านหนึ่งนายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจมาตรา 44 นิรโทษกรรมให้ผู้ได้รับโทษจากความขัดแย้งและเห็นต่างทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง เพราะเป็นแนวทางที่มีความหวังในการสร้างความปรองดองได้

ในมุมเดียวกับนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เห็นว่า การสร้างความปรองดองควรจะมาก่อนการเลือกตั้ง เรื่องอะไรที่ยังไม่เข้าใจก็เปิดเวทีเปิดอกพูดคุยให้ตรงกัน โดยเฉพาะเรื่องความยุติธรรมและประชาธิปไตย และผู้ที่เป็นเจ้าภาพหลักต้องทำหน้าที่ของผู้มีอำนาจ คือรัฐบาล เพราะมีอำนาจใช้มาตรา 44 อยู่ในมือแล้ว

แนวโน้มพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ช่วยกันเร้ากระแส เร่งสถานการณ์ให้ทหารเปิดพื้นที่ให้ขยับแข้งขยับขา

แต่ถึงจะไม่ปลดล็อก ทุกป้อมก็ต้องขยับวางหมากทางลึกกันอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน มันก็มีสัญญาณให้จับทางได้จากการเร่งปั่นแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกประชุมคสช.เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และก็เป็นนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่รับงานในนามทีมกฤษฎีกา ในการหารือร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การมียุทธศาสตร์และวิธีการปฏิรูปภายในระยะเวลา 1 ปี หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

ที่สำคัญนายมีชัยขู่ล่วงหน้า หากรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งไม่ดำเนินตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ถือว่าทำผิด ย่อมมีโทษจากการกระทำอันขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน

ล็อกหลักประกันความชัวร์ ถึงที่สุดถ้า คสช.ทนสถานการณ์บีบไม่ไหว ต้องเปลี่ยนทีมใหม่

ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องเดินตาม “ลายแทง” ไปสู่การปฏิรูป.

ทีมข่าวการเมือง

 

Leave a comment