ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 1 ธ.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798451

บันทึกประวัติศาสตร์ประเทศไทยรอบ 70 ปี
ตาม “วาระพิเศษ” ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแจ้งเรื่องไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อรับทราบและนำความกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์
สืบราชสันตติวงศ์เป็น “ในหลวงรัชกาลที่ 10”
สถานการณ์เปลี่ยนผ่าน การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของราชอาณาจักรไทยตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ กฎมณเฑียรบาล และโบราณราชประเพณี
ถึงตรงนี้มีความชัดเจน รับรู้กันทั่วโลกแล้ว
โดยแนวโน้มความเป็นไปในประเทศไทยที่สถานการณ์โยงเป็นเงื่อนไขกันระหว่างพระราชพิธีสำคัญกับปฏิทินงานทางการเมือง
ในอารมณ์ล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. เมินใส่นักข่าว บอกน้ำเสียงห้วนๆไม่ตอบ ขี้เกียจตอบ เบื่อคำถาม
เมื่อถูกถามย้ำถึงโรดแม็ปเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน
“ผมพูดกี่ครั้งแล้วโรดแม็ปคือโรดแม็ป ถ้าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ขึ้นอยู่กับทุกคนไม่ใช่ที่ผม อยู่ที่สถานการณ์ภายในและต่างประเทศ ปัจจัยภายในภายนอก ความสงบสุข ความมีเสถียรภาพ เมื่อไรจะเข้าใจกัน”
มาถึงขั้นนี้ พล.อ.ประยุทธ์เองก็ไม่การันตี มัดคอตัวเอง
เพราะสถานการณ์ข้างหน้ากำหนดเองไม่ได้ อย่างที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปูทางนำร่องไว้ ณ วันนี้โรดแม็ปยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล กรณีที่มี “ตัวแปร” มาแทรก
อีกจุดที่น่าสังเกตในการประชุม ครม.นัดล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญ คสช.และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมด้วย เพื่อแจ้งเรื่องสำคัญในการทำงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ให้การดำเนินการยุทธศาสตร์ชาติสามารถปฏิบัติต่อไปได้ในช่วงรัฐบาลต่อไป
ภายใต้การตีกรอบ 6 ยุทธศาสตร์ ที่จะต้องทำต่อในเรื่องของแผนแม่บท
ขณะที่นายมีชัยก็รับไม้จะเข้าหารือกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในนามกฤษฎีกา ทั้งนี้ หลังจากร่างรัฐธรรมนูญถูกประกาศใช้แล้ว กฎหมายว่าด้วยวิธีจัดทำยุทธศาสตร์และกฎหมายว่าด้วยวิธีจัดทำการปฏิรูปนั้น ก็จะต้องออกมาภายในระยะเวลา 120 วัน
เพื่อนำไปสู่การมียุทธศาสตร์และวิธีการปฏิรูปภายในระยะเวลา 1 ปี
พร้อมขู่ล่วงหน้าเป็นนัย หากรัฐบาลต่อไปไม่ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ อาจเข้าข่ายกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ
ตามรูปการณ์รัฐบาล คสช.เร่งปั่นแผนยุทธศาสตร์ชาติ
เครื่องมือหลักในการคุมเกมบริหารประเทศ ล็อกโปรแกรมรัฐบาลในอนาคต เป็นหลักประกันความชัวร์ในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย ตามธงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย
แม้คนที่ถือธงนำจะไม่ใช่ “นายกฯลุงตู่” ก็ตาม
ในเครื่องหมายคำถามจะมีการเปลี่ยนโผผู้นำเปลี่ยนผ่านในช่วง 5 ปีอย่างนั้นหรือ
อีกทั้งเจ้าตัวก็เพิ่งบ่นเป็นเชิง วัยนี้แล้ว อยากพักไปเที่ยว แต่ทำไม่ได้
สะท้อนภาวะทางใจที่เริ่มอ่อนล้า
เสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงาย เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ทุกจังหวะ
เดาใจ ถ้าเลือกได้ “บิ๊กตู่” ก็คงอยากผ่องถ่ายภาระหนักอึ้ง ให้คนอื่นมาอุ้มเผือกร้อนบ้าง
แต่ปัญหาคนที่เหมาะมาเป็น “ผู้ถูกเลือก” แทน มันหาไม่ได้ง่ายๆ
มันจึงเป็นอะไรอย่างที่เห็นอาการตีกรรเชียงประคอง “นายกฯลุงตู่” ยังต้องเล่นบทนินจา ผลุบๆโผล่ๆไปไล่บี้ตรวจงาน ไล่เช็กการบ้านรายกระทรวงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า สลับกับเดินสายต่างจังหวัดไปรับปากแก้ปัญหาชาวบ้าน แม้แต่การนำข้าราชการออกกำลังกายในช่วงบ่ายวันพุธเรียกเสียงฮือฮา
เดินหมากการตลาดเลี้ยงกระแส ปล่อยช็อตกระตุ้นเรตติ้ง เลี้ยงคะแนนนิยม
รักษาระดับต้นทุนหน้าตักยี่ห้อ “นายกฯลุงตู่”
เน้น “ภูมิคุ้มกันส่วนตัว” ประคองปลอดภัยไว้ก่อน.
ทีมข่าวการเมือง