ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 17 ธ.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/813626

ส่งสัญญาณผ่อนคันเร่งลางๆ
กับท่าทีล่าสุดของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่
แบะท่าพร้อมทบทวนเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เปิดช่องให้พรรคการเมืองหายใจโล่งปอดมากขึ้น
อาทิ การยืดหยุ่นกรอบเวลาการหาสมาชิกพรรค จากเดิมต้องให้ครบ 5,000 คน ในปีแรก และครบ 20,000 คน ภายใน 4 ปี เป็นให้มีสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งในช่วงแรกก่อนการเลือกตั้ง
หรือเรื่องทุนประเดิมจัดตั้งพรรคการเมืองจำนวน 1 ล้านบาท จากเดิมผู้ก่อตั้งพรรคต้องร่วมลงขันคนละ 2,000 บาท เป็นใครมีมากจ่ายมาก มีน้อยจ่ายน้อย แต่ยังคงทุนประเดิม 1 ล้านบาท เช่นเดิม
“ซือแป๋มีชัย” ยอมอะลุ้มอล่วย ลดโทนความเข้มข้นกฎเหล็กร่างกฎหมายลูกลง ไม่ให้เป็นสายล่อฟ้า เรียกแขกจากฝ่ายการเมือง
รอปรับจูนรายละเอียดรอบใหม่ ส่งให้ กรธ.พิจารณาทบทวนอีกครั้ง
ภายหลังถูกท้วงติง รุมถล่มอย่างหนักจากพรรคการเมือง ทั้งพรรคใหญ่ พรรคเล็กต่างส่ายหน้า จับมือบอยคอตหลักการร่างกฎหมายพรรคการเมือง
ยังไม่นับรวมพิมพ์เขียวฉบับล่าสุด ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เพิ่งคลี่เนื้อหาให้ยลโฉมสดๆร้อนๆ จำนวน 72 มาตรา โดยเสริมเขี้ยวเล็บ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุก สลัดภาพ “เสือกระดาษ” ในอดีต
ติดดาบให้ กกต.มีอำนาจเพียบทั้งการสอบสวน การออกหมายเรียกคดีทุจริตเลือกตั้ง พร้อมดึง ปปง. และ สตง.ร่วมทีมตรวจสอบเส้นทางท่อน้ำเลี้ยงซื้อเสียง
แต่ยังมีปัญหาคาใจเรื่องการกำหนดคุณสมบัติ กกต.ใหม่ ตามเงื่อนไขร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ทำให้ กกต.ชุดปัจจุบันบางคนหมิ่นเหม่กระเด็นตกเก้าอี้ ภายหลังที่ร่างกฎหมายลูกฉบับนี้ประกาศใช้
รวมถึงการไม่สบอารมณ์ที่ กรธ.ดีไซน์ “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” มาทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตเลือกตั้งในพื้นที่แทน “กกต.จังหวัด”
ตามอารมณ์ขุ่นมัวที่ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กกต.ตัวจี๊ด ติดใจถึงขั้นออกมาวีน “ซือแป๋มีชัย” ก่อนหน้านี้
ก็น่าห่วงว่า จะเกิดแรงกระเพื่อมจาก กกต.มาร่วมเขย่า กรธ.เพิ่มขึ้นอีกทางหรือไม่
ทิศทางร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ถูกตั้งแง่ขวางลำจากฝ่ายการเมืองและองค์กรอิสระ และอาจขยายวงไปถึงเครือข่ายแม่น้ำสายต่างๆ ทั้ง ครม.-สนช.ที่ส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาหลายส่วนในร่างกฎหมายลูก เวอร์ชั่น กรธ.
แนวโน้มหนีไม่พ้น กรธ.ต้องไปปรับจูนเนื้อหาร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ ให้เหมาะสม ประสานความพอใจทุกฝ่ายให้ลงตัว ไม่ให้มีปัญหาผูกโยงไปกระทบโรดแม็ปเลือกตั้ง
กรธ.ยังต้องฝ่าแรงเสียดทานอีกหลายด่าน กว่าจะประคองตัวไปถึงสนามเลือกตั้ง
เช่นเดียวกับสถานการณ์รัฐบาล คสช.ที่ถูกทดสอบฝีมือแก้ปัญหาหลายเรื่อง อาทิ ปัญหาเศรษฐกิจ คดีวัดพระธรรมกาย รวมถึงคิวแทรกเรื่องร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่เปิดศึกคุกรุ่นกับ “สังคมชาวเน็ต” ยื่นรายชื่อประชาชน 3 แสนชื่อ คัดค้านหัวชนฝาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่มีเนื้อหากระทบสิทธิเสรีภาพประชาชน
สวนทางสัญญาณทุบโต๊ะของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ยืนยันความจำเป็นต้องมีร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ให้ได้
กลายเป็นอีกหนึ่งคลื่นแทรกที่รุกไล่เล่นงานรัฐบาลทหาร
แต่ที่ดูหนักหนาสาหัสที่สุด และกำลังกระเพื่อมหนักอยู่ตอนนี้คือ สัญญาณปรับ ครม.ที่ทำท่าลุกลามจากการปรับเล็กไม่กี่ตำแหน่งขยับไปสู่กระแสยกเครื่อง ฟอร์มทีมงานรัฐบาลใหม่
โฉมหน้า “ครม.ประยุทธ์ 4” อาจไม่หยุดอยู่แค่ 3-4 เก้าอี้ตามโควตาที่ว่างลง แต่สั่นคลอนไปถึง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่มีข่าวกระฉ่อนหนาหูไขก๊อกทิ้งเก้าอี้รัฐมนตรี
จนเจ้าตัวฉุน ออกลูกโหวกเหวกใส่สื่อ ชี้แจงร่ายยาวยืนยันไม่ได้ยื่นใบลาออก และพร้อมนั่งเก้าอี้ทำงานต่อไป
รีบดับกระแสข่าวลือไม่ให้ลามทุ่่ง หลังถูกลากลงมาละเลงในสนามข่าวลวงเป็นระยะๆ
แม้จะเชื่อมั่นในตัว “บิ๊กตู่” น้องเล็กบูรพาพยัคฆ์จะไม่หักหน้าพี่ใหญ่ ตามวิสัยพี่น้องชายชาติทหารที่กอดคอร่วมลงเรือลำเดียวกันมา
แต่ในยามต้นทุนอำนาจของพี่ใหญ่ คสช.เริ่มลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา บารมีไม่แข็งแกร่งแน่นปึ้กเหมือนระยะแรก
มิหนำซ้ำยังตกที่นั่งตำบลกระสุนตกบ่อยครั้ง เป็นเป้าล่อถูกวิจารณ์บั่นทอนภาพลักษณ์รัฐบาลช่วงที่ผ่านมา
จึงหนีไม่พ้นโดนกระแสข่าวลือถล่ม.
ทีมข่าวการเมือง