เพื่อแม้วหางโผล่ไม่สำนึก บิดเบือนป่วนปรองดอง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/254913

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 02.00 น.

การออกแถลงการณ์แนวทางสร้างความปรองดองของพรรคเพื่อแม้ว โดยอ้างว่าความขัดแย้งทางการเมืองช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีสาเหตุหลักจากการที่พรรคเพื่อแม้วชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นทำให้ฝ่ายตรงข้ามขี้แพ้ชวนตีหาทางต่อสู้นอกระบบรัฐสภาใช้มวลชนขับไล่รัฐบาลนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารจนขยายความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น และอ้างมีการใช้ขบวนการทางกฎหมายสองมาตรฐานซึ่งขัดหลักนิติรัฐ นิติธรรม กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกตอบโต้และตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง

โดย นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ว่าข้อเสนอสร้างความปรองดองของพรรคเพื่อแม้วเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จบิดเบือน จึงอยากเรียกร้องว่าก่อนที่จะมีการปรองดองคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ในฐานะที่ยึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิดต้องอธิบายทำความจริงให้ปรากฏว่า ก่อนการยึดอำนาจเกิดอะไรขึ้นกับชาติบ้านเมือง การที่พรรคเพื่อแม้วอ้างทำนองว่าความขัดแย้งเกิดจากฝ่ายตรงข้ามที่ขี้แพ้ชวนตีเป็นการพูดเพียงด้านเดียวโดยไม่พูดถึงกรณีที่พรรคเพื่อแม้วอาศัยความเป็นเผด็จการเสียงข้างมากในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมพยายามหักดิบออกกฎหมายและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าขัดต่อหลักกฎหมาย

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า ที่ผ่านมาไม่มีใครอิจฉาพรรคเพื่อแม้วที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล แต่ที่ประชาชนรับไม่ได้เพราะพฤติกรรมประพฤติชั่วร้ายแรงและยังไม่ยอมรับอำนาจตุลาการ ส่วนที่อ้างว่ามีการใช้กระบวนการยุติธรรมแบบสองมาตรฐานนั้น ความจริงอำนาจตุลาการวินิจฉัยคดีอย่างตรงไปตรงมาตามเนื้อผ้า หากรัฐบาลเพื่อแม้วไม่ได้ทำผิดก็ไม่สามารถสร้างเรื่องเท็จให้เกิดการตรวจสอบได้

นอกจากแถลงการณ์พรรคเพื่อแม้ว ล่าสุดกลุ่มเสื้อแดงก็ออกแถลงการณ์คู่ขนานโดยเนื้อหาของแถลงการณ์พยายามใช้วาทกรรมศัพท์พวกฝ่ายซ้ายหรือพวกหัวก้าวหน้าในอดีตให้ดูเท่น่าเชื่อถือ แต่วกไปวนมาแทบหาสาระไม่ได้ แต่หัวใจสำคัญที่สะท้อนจากแถลงการณ์ของกลุ่มเสื้อแดงที่ยังไม่สำนึกผิดโดยพยายามใช้วาทกรรมอ้างในทำนองว่า ความแตกแยกในชาติที่ผ่านมาเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอันหมายถึงเครือข่ายระบอบทักษิณ กับกลุ่มที่ถูกเรียกว่า ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย พวกคณาธิปไตย หรือพวกอนุรักษ์ที่สนับสนุนการรัฐประหาร ทั้งๆ ที่ความจริงระบอบทักษิณถูกต่อต้านขับไล่จากมวลมหาประชาชนหลายล้านคนที่ออกมาแสดงพลังครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

เครือข่ายระบอบทักษิณมักจะยกตัวอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งๆ ที่โดยเนื้อแท้แล้วระบอบทักษิณเป็นระบอบธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอม และพรรคเพื่อแม้วไม่ใช่สถาบันพรรคการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงตั้งแต่แรก โดยเป็นเพียงบริษัทธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมที่ สส.เป็นเพียงทาสรับใช้ในบริษัทหาใช่ผู้แทนราษฎรไม่ โดยต้องอยู่ภายใต้อำนาจและทำตามคำสั่งของคนเพียงคนเดียวคือนายใหญ่เจ้าของบริษัทซึ่งเป็นนักธุรกิจการเมืองที่ใช้ทุนและผลประโยชน์ทุกรุ๊ปแบบซื้อพรรค ซื้อสส. ซื้อเสียงซื้อประชาธิปไตย ซื้อประเทศ ซึ่งเมื่อได้อำนาจรัฐก็จะโกงชาติปล้นแผ่นดินถอนทุนบวกกำไรมหาศาล

พรรคเพื่อแม้วหลังได้อำนาจรัฐมีความทะเยอทะยานและใช้อำนาจตามอำเภอใจหวังผูกขาดอำนาจผลประโยชน์ยึดครองประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในระยะยาว ซึ่งนี่คือต้นตอแห่งชนวนของวิกฤติความแตกแยกในชาติที่แท้จริงเมื่อมวลมหาประชาชนจำนวนมากออกมาต่อต้านขับไล่รัฐบาลเพื่อแม้วครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

แถลงการณ์กลุ่มเสื้อแดงพยายามโฆษณาชวนเชื่อในทำนองว่าฝ่ายอำมาตยาธิปไตยหรืออนุรักษ์นิยมยึดถือบุคคลมากกว่าหลักการโดยมุ่งที่จะจัดการ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก เป็นปฏิปักษ์ที่ต้องทำลายล้างโดยไม่คำนึงถึงหลักประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ ทั้งๆ ที่ความจริงก็รู้กันอยู่ว่าที่นายทักษิณ คือนายใหญ่เจ้าของเครือข่ายระบอบทักษิณที่ยังคงต่อท่อน้ำเลี้ยง บงการพรรคเพื่อแม้วและกลุ่มเสื้อแดงบ่อนทำลายชาติจนระส่ำระสายมาตลอดช่วงที่ผ่านมา และการที่ นายทักษิณ ต้องกลายเป็นสัมภเวสีเคลื่อนไหวอยู่ในต่างแดนไม่ใช่เรื่องการมุ่งจองล้าง แต่เป็นไปตามหลักกฎหมาย โดยอดีตนายกฯผู้อื้อฉาวหนีโทษความผิดคดีทุจริตตามคำพิพากษาของศาลออกนอกประเทศต่างหาก

ที่สำคัญแถลงการณ์กลุ่มเสื้อแดงเรียกร้องให้ฝ่ายตรงกันข้ามกับตัวเองสารภาพผิดในการกระทำต่อผู้ที่เห็นต่างเพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดอง รวมทั้งยกเลิกกระบวนการยุติธรรมเพื่อจัดการกับฝ่ายตรงข้าม

ข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดงให้ฝ่ายตรงข้ามสารภาพผิดน่าจะหมายถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองเมื่อปี 2553 ซึ่งเครือข่ายระบอบแม้วบิดเบือนมาตลอดว่าประชาชนถูกอำนาจรัฐเข่นฆ่า 91 ราย ทั้งๆ ที่โดยข้อเท็จจริงตัวเลข 91 รายนั้น มีทั้งประชาชนและฝ่ายเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจจำนวนมากถูกกระสุนและสะเก็ดระเบิดโดยกองกำลังก่อการร้ายชุดดำที่แฝงตัวอยู่ในม็อบเสื้อแดง ซึ่งผู้เสียชีวิตที่สำคัญคือ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรมนอกจากนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่งยังเกิดจากการลอบก่อวินาศกรรมแทบจะรายวันเพื่อยั่วยุสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงเป็นเวลานานนับเดือนก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์กระชับพื้นที่สลายม็อบเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ ขณะที่ผู้เสียชีวิตซึ่งเชื่อว่าเกิดจากฝ่ายเจ้าหน้าที่มีเพียงไม่กี่ราย

ล่าสุดศาลอาญาอ่านคำพิพากษาให้จำคุก นายกิตติศักดิ์ สุ่มศรีและ นายปรีชา หรือ ไก่เตี้ย อยู่เย็น สองจำเลยซึ่งเป็นกองกำลังชุดดำที่ก่อการร้ายในเหตุการณ์ เมื่อปี 2553 คนละ 10 ปีอันเป็นการตอกย้ำถึงความมีอยู่จริงของกองกำลังก่อการร้ายชุดดำในเครือข่ายคนเสื้อแดง

เพราะฉะนั้นจากท่าทีความเคลื่อนไหวทั้งพรรคเพื่อแม้วและกลุ่มคนเสื้อแดงสะท้อนว่า เครือข่ายระบอบแม้วไม่ได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างที่อ้าง แต่เป็นขบวนการที่ส่อพฤติการณ์ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและไม่เคยสำนึกผิด ตรงกันข้ามยังคงอาศัยคราบประชาธิปไตยจอมปลอมเป็นข้ออ้างบิดเบือนป่วนการสร้างความปรองดอง

ทีมข่าวการเมือง

Leave a comment