ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 11 ธ.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/807176

ภาคบังคับ “ประยุทธ์” ยกเครื่องคณะรัฐมนตรี
บรรยากาศในห้วงเปลี่ยนผ่านฤดู
ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง เข้าสู่หน้าหนาว แม้แต่กรุงเทพมหานครก็อากาศเย็นลงจนรู้สึกได้ ในขณะที่ภาคใต้ฝนตกอย่างหนัก หลายจังหวัดต้องเผชิญภาวะน้ำท่วมใหญ่
สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง อยู่ในภาวะวิกฤติหนักในรอบหลายปี
โดยที่ความเดือดร้อนของราษฎรอยู่ในสายพระเนตร พระกรรณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “รัชกาลที่ 10” พระราชทานถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย
พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ก็ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์นำชุดธารน้ำใจจากสภากาชาดและน้ำดื่มมอบให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อน
ด้วยน้ำพระทัยช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทั้งทหาร คสช. กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย
มีการมอบหมายให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนด้วยตนเอง
ตามสถานการณ์ที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ก็เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนคร-ศรีธรรมราช เพื่อให้กำลังใจและมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน พร้อมสั่งการกำลังพลของกองทัพในการให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน
รัฐบาล กองทัพ ต้องระดมการช่วยเหลือเต็มอัตรา
สะท้อนภาวะซีเรียสของสถานการณ์
และโดยปรากฏการณ์ต่อเนื่อง จากเหตุฉุกเฉินน้ำท่วมภาคใต้ ภาวะความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของชาวบ้าน มันก็มาเพิ่มโจทย์ทดสอบเชิงบริหารของรัฐบาลทหาร คสช.
ที่กำลังมะงุมมะงาหลากับโจทย์ปัญหาทางเศรษฐกิจ
“ติดหล่ม” เข็นไม่ขึ้น จากแรงกดทับสารพัดด้าน
อีกทั้งโดยจังหวะก็เดินมาถึงจุดสำคัญ ตามเงื่อนสถานการณ์บังคับให้ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี ภายหลังจาก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีต รมว.ยุติธรรม ลาออกจากตำแหน่งไปเป็นองคมนตรี
ทำให้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่างลงอีก 2 ที่นั่ง
ประกอบกับตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไอซีทีเดิม ที่ว่างมาระยะหนึ่งหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
รวมไปถึงสถานการณ์ก่อนหน้าที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ แสดงท่าทีชัดเจนในการขอให้มี รมช.เกษตรฯมาช่วยทำงานในกระทรวงที่มีภารกิจจำนวนมาก
จากเงื่อนไขอย่างน้อยก็ต้องมีการตั้งรัฐมนตรีเพิ่มใหม่อีก 4 ตำแหน่ง
คิวขยับปรับเปลี่ยน ครม. “ประยุทธ์ 4” ต้องมีขึ้นในไม่ช้า
แม้ ณ ห้วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังดึงจังหวะ ทอดเวลาออกไป โดยมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายก- รัฐมนตรี ทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม และนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ ทำหน้าที่รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ
รอเวลาดำเนินการปรับ ครม.ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ซึ่งเบื้องต้นเลยก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ ในมุมของการหาคนมาแทนทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์และ พล.อ.ไพบูลย์ ที่ถือเป็นรัฐมนตรีระดับ “มืองาน” คนสำคัญของรัฐบาล
การหามือระดับเดียวกันมาแทนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
พล.อ.ประยุทธ์จึงต้องใช้เวลาสักระยะในการพิจารณารัฐมนตรีที่รู้มือรู้ใจ
แต่นั่นก็เป็นแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น เพราะตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ กับเก้าอี้ รมว.ยุติธรรม ไม่ใช่จุดที่ตอบโจทย์ปัญหา เมื่อเทียบน้ำหนักกับปมใหญ่ของรัฐบาล คสช.
มันอยู่ที่การตอบโจทย์ในการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ
ประเมินจากทิศทางกระแส มาถึงตรงนี้เป็นการเดาใจ พล.อ.ประยุทธ์จะปรับเล็กแค่ไม่กี่ตำแหน่งหรือปรับใหญ่แบบยกเครื่องไปเลย
แน่นอน ถ้าออกแนวปรับเล็ก ทดแทนเก้าอี้ที่ว่าง
ตามแนวทางหลีกเลี่ยงแรงกระเพื่อม ไม่กล้าเสี่ยงวงแตก
จำเป็นต้องประคองฐานอำนาจ คสช.ไว้
มันก็หนีไม่พ้นถูกวิจารณ์ในเรื่องของอาการเกรงใจพี่ๆน้องๆเพื่อนๆ พล.อ.ประยุทธ์ผู้กล้าท้าชนสิบทิศ แต่ไม่กล้าแตะต้องคนแวดล้อมใกล้ชิดตามฟอร์ม
โดยสถานการณ์ก็ยังคงวนอยู่กับที่ไม่ไปไหน
ปรับ ครม.ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
ในขณะที่แรงกดดันก็ยกระดับขึ้นทุกวันตามสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจติดหล่มลึกลงทุกขณะ ปัญหาความ เดือดร้อนปากท้องชาวบ้านก็หนักขึ้นเรื่อยๆ
สถานการณ์หากินฝืดเคืองสวนทางกับภาวะข้าวยากหมากแพง
แรงกดดันจากความไม่พอใจรัฐบาลทหารจะแปรผันตามความลำบาก ทุกข์ยากของชาวบ้าน
ไหนจะปมความไม่โปร่งใสจากกรณีคนในเครือข่ายอำนาจ คสช.ที่มีการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายตัวเอง ถูกตั้งแง่สงสัยในพฤติกรรมที่เริ่มไม่แตกต่างจากนักการเมืองที่เคยด่าไว้
ชนวนอันตราย เชื้อไฟพร้อมลามสุมพรึบได้ทุกเมื่อ
เชื่อว่า ประเด็นนี้ต่างหากที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์คิดหนัก
อย่างไรก็ตาม ถ้าประเมินจากการดึงจังหวะ ทอดเวลาออกไป โดยที่ “นายกฯลุงตู่” ไม่รีบปรับครม.แทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งๆที่ทำได้เลย ถ้าตัดสินใจจะปรับเล็กไม่กี่ตำแหน่ง
นั่นย่อมแสดงถึงการชั่งใจ แนวโน้มจ่อรื้อใหญ่ครม.ก็เป็นไปได้สูง
ประกอบกับ พล.อ.ประยุทธ์ยังพูดเป็นนัย รัฐมนตรีใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นทหาร แต่ต้องทำงานได้
มันก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างสอดรับไปในทิศทางเดียวกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เสียงเรียกร้องให้มีการปรับโทน ลดภาพของคณะรัฐมนตรีที่เต็มไปด้วยทหาร
เพื่อคลายสถานการณ์ ผ่อนแรงต่อต้านจากทั้งในและต่างประเทศ
เพราะมันปฏิเสธไม่ออก ในเมื่อสถานการณ์อย่างที่เห็นๆกัน ผ่านมากว่า2 ปีครึ่ง ตามเงื่อนเวลาเข้าสู่ห้วงปลายเทอมโรดแม็ป คสช.
โดยสภาพรัฐบาลที่เลือกใช้บริการทหารนั่งเป็นรัฐมนตรีเกินครึ่ง ครม. มีดีเฉพาะสถานการณ์ด้านความมั่นคง แต่ปั่นเนื้องานด้านอื่นไม่ออก
ตามฟอร์มของรัฐบาลทหารที่ไม่เชี่ยวเชิงบริหาร โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ
ยิ่งต้องเจอกับมาตรการแซงก์ชั่นจากต่างประเทศที่ไม่ยอมสังฆกรรมกับรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ตราบใดที่ยังไม่มีการเลือกตั้งตามกติกาประชาธิปไตย
มันก็เลยยิ่งหืดขึ้นคอไปกันใหญ่
และก็เป็นอะไรที่เลยโหมดสถานการณ์หลังยึดอำนาจไปแล้ว รัฐบาลไม่ต้องเน้นปัจจัยด้านความมั่นคง
เมื่อเทียบภาวะความจำเป็นในภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์เร่งด่วนเฉพาะหน้าในการกู้ปัญหาเศรษฐกิจแล้ว
เหตุผลที่ต้องใช้บริการทหารน้ำหนักเหลือน้อยเต็มที
พล.อ.ประยุทธ์ก็คงประเมินออก ถ้าการปรับครม.ยังออกมารูปเดิม แค่ขยับเล็กๆแทนตำแหน่งว่าง รัฐมนตรียังเต็มไปด้วยท็อปบูต แรงเสียดทานทั้งในและต่างประเทศไม่ลดดีกรีลง
สถานการณ์ปัญหาก็ยังวนซ้ำซาก
ผลงานการคืนความสุขให้ประชาชนตามสัญญา ยังจับต้องไม่ได้
นั่นไม่อันตรายเท่ากับว่า ด้วยปัญหาสะสมของรัฐบาลทหาร นับวันจะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ถึงจุดหนึ่งมันก็จะเป็นแรงฉุดการเดินหน้าเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูป
นี่แหละประเด็นที่มีน้ำหนักมากสุดต่อการตัดสินใจ
เอาเป็นว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้จะเป็นจุดชี้วัดครั้งสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ผู้มีฐานต้นทุนสนับสนุนทางสังคมสูงที่สุดในรัฐบาล ตามผลโพลที่สะท้อนมาตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา
จะเป็นการพิสูจน์ว่า พล.อ.ประยุทธ์คือผู้ถือดุลอำนาจตัวจริงหรือไม่
เหนืออื่นใด มันจะเป็นจุดที่ประชาชนคนไทยประเมินสถานการณ์ดุลอำนาจภายใต้มือของ พล.อ.ประยุทธ์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
ทิศทางการเดินไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
มีโอกาสถึงเป้าหมายปลายทางในการนำประเทศไปสู่การปฏิรูปใหญ่ ครั้งประวัติศาสตร์หรือไม่
สำคัญที่สุด มันจะเป็นคำตอบถึงสถานภาพของพล.อ.ประยุทธ์
ยังอยู่ในจุดที่พร้อมจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านอยู่หรือเปล่า.
“ทีมการเมือง”