ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 23 พ.ย. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/791002

เข้มขลัง ทรงพลัง ยิ่งใหญ่
ในฉากที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. นำคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ หน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี
กล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
พร้อมๆกันกับอีกหลายจุด หลายจังหวัดทั่วประเทศไทย
ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ประชาชนทั่วไปร่วมกันรำลึกถึง “ในหลวงรัชกาลที่ 9” และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชวงศ์จักรีจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ทำให้เห็นว่า “สถาบัน” คือจุดแข็งของแผ่นดินไทย
พลังอันแข็งแกร่งยากจะกร่อนสลายได้ง่ายๆ
ในขณะที่มีการเปิดเผยจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีกลาโหมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ขอความร่วมมือในการสั่งปิดสถานีวิทยุที่มีการโจมตีสถาบันและรัฐบาลไทย โดยใช้ช่องทางผ่านสื่อในประเทศเพื่อนบ้าน
คสช.ไล่บล็อกขบวนการแฝงป่วนสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
จัดการเคลียร์แรงกระเพื่อมให้นิ่งมากสุดเท่าที่จะนิ่งได้
ภายใต้เงื่อนสถานการณ์อ่อนไหว ภาวะธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ประเทศไทยในรอบ 70 ปี เป็นภารกิจที่หนักอึ้งสำหรับรัฐบาลทหาร คสช.
โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ “ผู้ถูกเลือก” มาคุมงานสำคัญ
ในบรรยากาศที่ต่างฝ่ายต่าง “เกร็ง” ข่าวด้านหนึ่งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้แจ้งสมาชิก สนช.ให้ “สแตนด์บาย” พร้อมเรียกประชุมวาระสำคัญพิเศษระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายนถึงวันที่ 2 ธันวาคม
ก่อนออกตัวในภายหลังว่า ยังไม่มีการนัดประชุมพิเศษ
แค่เห็นว่าเดือนธันวาคมจะมีวันหยุดยาวเกรงจะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม ประกอบกับได้รับสัญญาณจากรัฐบาลว่าอาจมีวาระเร่งด่วนเสนอเข้าที่ประชุม สนช. คาดว่าเกี่ยวกับสนธิสัญญาต่างๆ
สนช.ก็ยังทำได้แค่เตรียมพร้อม รอความชัดเจน
ขณะเดียวกันก็มีสายข่าวทางลึกจากแดนไกล แจ้งลูกข่ายพรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดง อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร รอประกาศท่าทีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงต้นเดือนธันวาคม
“นายใหญ่” ก็หยั่งทิศทางลม ลุ้นจังหวะสำคัญ
ทุกขั้วอำนาจ ต่างฝ่ายต่างอยู่ในโหมดของการรอสัญญาณ
ในบรรยากาศอั้นๆ หัวเชื้อเก่ากลับมาคุกรุ่น รอปะทุ
สะท้อนจากปรากฏการณ์ ปมของนักพูดสาวคนดังที่ลุกลามเป็นการตอกย้ำรอยแตกแยกแบ่งภาค กระตุกอาการไม่พอใจของชาวอีสาน ลากโยงไปถึงทหารต้องออกมาเคลียร์ข้อหาอยู่เบื้องหลัง พาลมาปลุกอารมณ์กองเชียร์ คสช.ที่กระโดดถือหางนักพูดสาว
ด่ากันเรื่องโหนสถาบัน ล้มสถาบัน
วนไปวนมาก็พวกหน้าเก่า กปปส.แท็กทีมพันมิตรฯโซ้ยกับเสื้อแดง นปช.
ล้อไปกับการเร้าดีกรีร้อน กรณีการจ่อบุกชาร์จ “ธัมมชโย” เจ้าสำนักธรรมกาย หลังโดนหมายจับเป็นหมายที่ 3 ในคดีบุกรุกที่ป่าปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ไล่หลัง “พุทธะอิสระ” อดีตแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ ประกาศหากไม่สามารถถอดจีวร “ธัมมชโย” นอนคุกได้ จะถอดจีวรตัวเองไปอาศัยอยู่ป่าดังที่เคยลั่นวาจาเอาไว้
“เดิมพันผ้าเหลือง” เร้ากองเชียร์แดง เหลือง กปปส.
แถมพ่วงด้วยอัยการคดีพิเศษเดินหน้าฟ้องคดีรถเบนซ์โบราณของ “สมเด็จช่วง” ที่หนีไม่พ้นส่งผลต่อสถานะ “สังฆราช” องค์ใหม่
แต่ทั้งหมดทั้งปวง สถานการณ์มันก็ย้อนไปที่ฉาก พล.อ.ประยุทธ์นำรวมพลังแห่งความภักดี
ไม่ว่าการเมืองวุ่นวายแค่ไหน บ้านเมืองจะอยู่ในวิกฤติอันตรายสักปานใด มันได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในประวัติศาสตร์ประเทศไทย
ไฟร้อน ดับได้ด้วยความแข็งแกร่งของสถาบัน.
ทีมข่าวการเมือง