นิทานเจ้าเมืองภาคพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 10 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748061


กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องของชาวสิงห์…เอ๊ย ชาวแมวหลากสีที่อยากฟังนิทานเจ้าเมืองให้เล่าถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของการเลือกสรรแบ่งปันตำแหน่งเจ้าเมืองกันแบบโฉ่งฉ่างไม่เกรงใจใคร

อันว่าป่าใหญ่ริมคลองหลอดนั้นบัดนี้อยู่ในความดูแลของ เสือเฒ่า อันเป็นที่เคารพนับถือของ พญาเสือ ผู้กุมบังเหียนประเทศในฐานะพี่รอง ก็วางเนื้อวางตัวได้ดีเป็นที่เกรงขามของบริวารในป่าคือตามใจใครจะแอบอ้างอำนาจไปข่มขวัญกีดกันคนอื่นถ้าไม่รู้ก็แล้วไปและอีกอย่างหนึ่ง ลูกเสือ ที่เป็นพยัคฆ์เพิ่งเติบใหญ่ก็เลยมาอาศัยป่าของพ่อจับเหยื่อทำมาหากินได้อย่างสบาย ใครๆก็ไม่กล้าหือ

มือรอง ที่ครองความเป็นใหญ่ในป่านี้เป็นสหายรักร่วมสำนักตักศิลาแต่โบราณกับ เสือเฒ่า ดำรงตนเป็น แมวคุณธรรม มาสม่ำเสมอทั้งที่เป็น แมวดำ แต่ก็เป็นที่เคารพนับถือในหมู่ แมวหลากสี และชื่อเสียงดีงามกระฉ่อนไปถึงภายนอกป่า เพียงแต่มีนิสัยขี้เกรงใจไม่อยากขัดคอ-งัดข้อกับใคร เรื่องมันถึงบานปลายทำให้กองเชียร์เสียกำลังใจไปตามๆกัน

หัวหน้าใหญ่ ในหมู่แมวนั่นก็เหมือนกันเป็น แมวสีทอง ที่ได้รับการยกย่องในเส้นทางของการทำงานแก้ปัญหาเหนือใต้ แต่เมื่อมาเป็นใหญ่ในท่ามกลางฝูงแมวดำที่มีทั้งตัวดีและตัวร้ายก็ให้เป็นอันหันรีหันขวางทำอะไรไม่ได้ดังใจ จึงได้แต่ประคองเก้าอี้ไปวันๆ

มาถึงตัวเอกของนิทานที่เป็น วีรบุรุษของแมวดำ แต่เป็น ซาตานของแมวอื่น จากวิถีของเจ้าเมือง 2 ปีไม่ได้มีอะไรโดดเด่นแต่ก็ถูกจับตัวมาวางในตำแหน่ง รองหัวหน้าหมู่แมว ที่มีหน้าที่ด้านปัดกวาดเช็ดถูจัดระเบียบแมวน้อยใหญ่ก็เลยเพลิดเพลินในการรับ วิชามาร จาก แมวดำรุ่นพี่ ที่พ้นวัยทำงานไปแล้วแต่ยังอาลัยในอำนาจบาตรใหญ่คอยเสี้ยมสอนบงการ

มาเริ่มปฏิบัติการ เหยียบหัวแมวอื่น–ดันก้นแมวดำ โดยไม่ต้องคำนึงความถูกต้องดีงามหรือคุณธรรมอันใด

เป็นการใช้วิชามารอย่างแนบเนียนโดยเชิดชักให้ แมวขาว วัยเลยเกษียณเป็นประธานพิจารณาในรูปกรรมการ แต่เจ้าตัวเป็นผู้ชี้นำบงการในการจัดวางตัวทุกตำแหน่ง แมวอื่นหรือไม่ใช่แมวได้แต่พยักหน้าหงึกๆ

แมวที่หัดจับหนูได้เพียง 10 เดือนก็ยัดเยียดคะแนนให้ขึ้นแท่นเจ้าเมืองโดยอ้างว่ามีอายุความ 1 ปี 10 เดือนแล้ว ทั้งๆที่ 1 ปีนั้นเอาเวลาไปเรียนวิชาหาพรรคพวกนอกป่าต่างหาก

ที่ได้ก็เพราะหนึ่งนั้นเรียนโรงเรียนแมวเหมียวสีดำพร้อมกันและอีกหนึ่งร่วมโรงเรียนกินนอนชายล้วนมาด้วยกัน ถ้าไม่ใช่รุ่นเดียวก็รุ่นพี่รุ่นน้องที่มองเห็นกัน

เล่นเอาพวก แมวสีแดง แมวสีทอง แมวสีขาว แมวสีเขียว หรือพวกไม่ได้เข้า โรงเรียนแมวเหมียว แต่มาหัดจับหนูกันถึงสามสี่ปีแล้วต้องกลืนเลือดและน้ำตาต่อไป

บังเอิญที่ แมวจากเมืองตรัง ที่ลงสนามด้วยอาวุโสสูงสุดแต่ถูกเด็ดหัวกดคะแนนด้วยความแค้นเก่าก่อนที่เคยอยู่ร่วมจังหวัดจนสอบตกไม่เป็นท่าเกิดทนไม่ไหวเลยแปลงกายเป็น หมูไม่กลัวน้ำร้อน ออกมาป่าวร้องให้รู้กันทั่วป่าและนำคดีความไปฟ้องร้องเรียกหาความยุติธรรมต่อไป

ฟ้องก็ฟ้องไปสิใครเป็นหัวหน้าใหญ่ใครเป็นเจ้าป่าก็รับผิดชอบไปก็แล้วกัน แมวเจ้าเล่ห์คงคิดง่ายๆเช่นนั้นถึงไม่ได้พรั่นพรึงอะไร.

“ซี.12” (ผู้เล่าต่อ)

 

Leave a comment