ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 12 ม.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/833777

ตามความชัดเจนแบบที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช. แถลงข่าวชี้แจงด้วยตัวเองเลยว่า ได้รับการประสานจากสำนักราชเลขาธิการได้ทำเรื่องมาที่รัฐบาลว่า มีประเด็นที่ต้องหารือถึงเรื่องของหมวดพระมหากษัตริย์ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่องคมนตรีได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายไปแล้ว
จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งว่า มีบทบัญญัติ 3-4 รายการที่จำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นไปตามพระราชอำนาจของพระองค์
ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนแต่อย่างใด
หลังจากแก้ไขแล้วจึงไม่ต้องทำประชามติใหม่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน
ขั้นตอนโรดแม็ปยังมีเหมือนเดิมทุกประการ เวลาทุกอย่างมีหมดตามกำหนด 240 วัน 150 วัน 90 วัน ทุกอย่างเริ่มสตาร์ตเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวรลงมา
ปลายปีนี้หลังพระราชพิธีพระบรมศพและบรมราชาภิเษกก็จะให้เดินการเมืองได้
พูดกันชัดถึงขั้นนี้ ก็น่าจะสยบเสียงเจี๊ยวจ๊าวไปได้พักใหญ่กับเรื่องโรดแม็ปเลือกตั้ง
ที่แน่ๆตามกระบวนการที่มีการเร่งรัดอย่างเห็นได้ชัด ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถึงมติที่ประชุม ครม.ร่วมกับ สนช.ให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เป็นการด่วน
ทางวิป สนช.ก็มีมติให้บรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุม สนช.ในวันที่ 13 มกราคมทันที
โดยจะพิจารณา 3 วาระรวด ใช้กรรมาธิการเต็มสภา
ว่ากันตามเจตนาของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่น่าจะมีการดึงเวลา
แต่นั่นก็ต้องเผื่อปัจจัย “ตัวแปร” ที่อาจสอดแทรกได้ ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์เปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่โรดแม็ปต้องคู่ขนานไปกับพระราชพิธี
ถือเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการคาดหมาย
อย่างไรก็ดีมุมของการเลือกตั้งตามโรดแม็ป มันก็แค่เป้าหมายที่ผูกกับนักการเมืองกับนักลงทุนเท่านั้น จุดสำคัญมันยังมีเนื้องานด้านการปฏิรูปและการปรองดองที่ถือ
เป็นเรื่องโดยตรงของประชาชนคนไทยมากกว่า เพราะมันส่งผลถึงอนาคตในทางยาวๆ
ตามสถานการณ์แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องโชว์ความตั้งใจในการตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศในระยะที่ 2 เพื่อรองรับ “โมเดล” ที่เจ้าตัวร่างขึ้นเองกับมือช่วงหยุดปีใหม่
ภารกิจขันอาสาถือธงนำการปฏิรูป นำประเทศไทยคืนสู่ปกติสุข
ล้อไปกับระดับเสียงขานรับพิมพ์เขียวปรองดองฉบับของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน
ไม่นิรโทษกรรม แต่เปิดทางให้คนหนีคดีกลับมาต่อสู้คดี สามารถประกันตัวได้ คดีการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หากมอบตัวยอมรับผิดให้พักคดีไว้แบบมีเงื่อนไขห้ามยุ่งการเมือง ยึดสนามบิน สถานที่ราชการ ก่อการร้ายไม่เสียหาย ถือเป็นคดีไม่ร้ายแรง
มุกปรองดองเริ่มมีเสียงขานรับในเชิงบวก เสียงต้านเริ่มลดโทนลง
ในจังหวะการเผชิญชะตากรรมของบรรดาหัวขั้วอำนาจขัดแย้ง เจอของแข็งตามๆกัน
ล่าสุด “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มเสื้อแดงนปช. เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ หลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
เพราะสำนึกได้ และมีปัญหาสุขภาพ
ขณะที่อีกด้านก็มีข้อมูลจากสำนักข่าวอิศราว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีข้อกล่าวหา “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส. ในฐานะอดีตรองนายกฯสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เนื่องจากส่อทุจริตต่อหน้าที่ราชการเกี่ยวกับการปล่อยให้สต๊อกน้ำมันปาล์มขาดแคลน เพื่อปั่นให้ราคาน้ำมันปาล์มในท้องตลาดมีราคาสูงขึ้นอย่างผิดปกติ เพื่อประโยชน์แก่พวกพ้องตน
พ่วงด้วยปมปกปิดทรัพย์สินที่ดินบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และการออกเอกสารสิทธิที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย
“ลุงกำนัน” ส่อเค้าเหนื่อยหนัก
โดนชนักปักหลังในสถานการณ์แหลมๆเสียวๆพอดี.
ทีมข่าวการเมือง