ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ทีมข่าวการเมือง 1 ม.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/825326

ยึดเอาฤกษ์งามยามดีปฏิทินนับหนึ่ง
“ทีมการเมืองไทยรัฐ” จึงขอใช้โอกาสในวันเริ่มต้นปีใหม่ 2560 มองไปข้างหน้า ประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้มการเมืองที่จะเป็นไปใน 365 วันจากนี้
ซึ่งเป็นปีที่เรายอมรับเลยว่า คาดการณ์อนาคตได้ยาก
เนื่องจากสถานการณ์ที่จะโยงเป็นเงื่อนไขกัน ระหว่างกระบวนการตามโรดแม็ปของรัฐบาล คสช.ในห้วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ กับ
พระราชพิธีสำคัญที่ต่อเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ประเทศไทยรอบ 70 ปี
เป็นอะไรที่ต้องปรับได้ตามความเหมาะสม
ในอารมณ์แบบที่คนระดับคีย์แมนของรัฐบาล คสช.อย่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแพลมไต๋เป็นเชิงเคลียร์สถานการณ์ล่วงหน้า
โรดแม็ปรัฐบาลที่วางไว้อาจมีตัวแปร
แม้ในเบื้องต้นยังยืนยันว่าจะเลือกตั้งในปี 2560 แต่ปัจจัยพลิกผันเป็นสิ่งมองไม่เห็น
มันจึงเป็นอะไรที่ต้องประเมินกันแบบวันต่อวัน เดือนต่อเดือน
และถึงนาทีนี้บรรยากาศความอาลัยก็ยังไม่จาง ประชาชนคนไทยก็ยังคิดถึง “พ่อ” ทุกวัน
ดังภาพที่พสกนิกรจากทั่วประเทศยังคงเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างไม่ขาดสาย ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยที่สำนักพระราชวังยังไม่มีกำหนดการปิดการถวายสักการะ
เปิดโอกาสให้ลูกๆชาวไทยได้เข้ากราบ “พ่อ” อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งสุดท้าย
ขณะที่การจัดสร้างพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ที่มีการตอกหมุดกึ่งกลางพระเมรุมาศ และมีพิธีบวงสรวงบูรณะราชรถ พระยานมาศ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2559
ตามกำหนดกรุงเทพมหานครจะสามารถส่งมอบพื้นที่สนามหลวงให้กับกรมศิลปากร เพื่อจัดสร้างพระเมรุมาศได้ไม่เกินวันที่ 10 มกราคม 2560 โดยที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการจัดสร้างพระเมรุมาศจะเสร็จสิ้นไม่เกินเดือนกันยายนปีนี้
นี่คืองานสำคัญสุดของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า
เพื่อถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก
ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อประเมินเงื่อนเวลาในการจัดสร้างพระเมรุมาศที่จะเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2560 ก็ถือว่าใกล้เคียงกับสถานการณ์โรดแม็ป คสช.
ที่วางคิวปล่อยเลือกตั้งปลายปี 2560
แน่นอน นี่คือจุดหนึ่งที่อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
ในอารมณ์ที่รู้สึกกันได้ การหาเสียงน่าจะขัดกับบรรยากาศในห้วงเวลาพระราชพิธีสำคัญ
ประกอบกับสัญญาณร้อนแรงที่เริ่มตั้งเค้าป่วนกระบวน การขั้นตอนการจัดทำกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญที่จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการหลังจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ อย่างช้าสุดตามปฏิทินโรดแม็ปคือวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560
แต่ส่อเค้าวุ่นตั้งแต่มีการปล่อยพิมพ์เขียวเบื้องต้นออกมาหยั่งกระแส
ในอาการแบบที่พรรคการเมืองทั้งยี่ห้อเพื่อไทย ทั้งค่ายประชาธิปัตย์ โวยวาย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ทำให้พรรคการเมืองตั้งยาก ล้มง่าย
จงใจ “จ่ายยาแรง” ทำแท้ง “นักเลือกตั้งอาชีพ”
ขณะที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ถูกตั้งแง่จากพรรคเพื่อไทยเป็นการจ้องล้างบางลูกข่าย “ทักษิณ” ส่วนประชาธิปัตย์ก็ดักคอการเปิดทางให้นายกฯคนนอก กติกาใหม่ถูกออกแบบมาเอื้อประโยชน์นักลากตั้ง
นักการเมืองไม่ยอมสูญเสียผลประโยชน์ง่ายๆ
ดิ้นสู้ยาแรงแบบสุดกำลังแน่
หรือแม้แต่ขุมข่ายบุคลากรองค์กรอิสระเอง ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ตั้งท่าไม่เอาด้วยกับยุทธการเซ็ตซีโร่ เงื่อนไขแฝงใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ
อาจทำให้ต้องกลับไปเริ่มจากศูนย์นับหนึ่งสรรหากันใหม่
ต่างฝ่ายต่างหวงสถานะทางอำนาจ ยังไงก็หนีไม่พ้นปรากฏการณ์ “ตะลุมบอน”
ตามเงื่อนเวลาบังคับที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานและทีมงานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะต้องตรา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน 10 ฉบับ ภายในเวลา 240 วัน หรือ 8 เดือน
ประกอบด้วย 1.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 3.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
4.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 5.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 6.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
7.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 8.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 9.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 10.พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
ปมกฎหมายลูกจะกระตุกอุณหภูมิการเมืองให้ร้อนตลอดเวลา
ในจังหวะที่พรรคการเมืองจะต้องขยับแข้งขยับขา ตามวิสัยธรรมชาติของนักเลือกตั้งอาชีพที่ต้องเร้าบรรยากาศในห้วงท้ายของโรดแม็ปไปสู่การเลือกตั้ง
อย่างน้อยก็ต้องกดดัน คสช.ให้ปลดล็อกกฎเหล็ก ปล่อยไฟเขียวทำกิจกรรมทางการเมืองได้
ตามรูปการณ์แรงกระแทกระหว่างนักการเมืองกับฝ่ายคุมอำนาจพิเศษจะต้องหนักหน่วงขึ้นตามเงื่อนไขสถานการณ์ท้ายเทอมรัฐบาล คสช.
จ่อเป็นชนวน พร้อมลามติดไฟ กระตุกสถานการณ์ต่อต้านอำนาจรัฐบาลทหาร
ยกระดับแรงกระเพื่อมภายในประเทศ
ขณะที่สถานการณ์ด้านภายนอกประเทศก็ยังติดล็อกเงื่อนไขประชาธิปไตยกติกาสากล แรงกดดันจากนานาชาติยังคงไม่ลดระดับมาตรการแซงก์ชั่นรัฐบาลทหารของประเทศไทย
ถ้ายังไม่มีการเลือกตั้ง ก็ยังไม่คืนสู่ภาวะปกติ
นั่นก็หมายถึงตัวเลขการส่งออก ภาวะการลงทุนที่ยากจะกระเตื้อง
และโดยผลกระทบต่อเนื่องที่เลี่ยงไม่พ้นแรงกดทับทางเศรษฐกิจที่มาซ้ำสถานการณ์ความยากลำบากในการกู้สถานการณ์ความเดือดร้อนปากท้องชาวบ้าน
อาการเศรษฐกิจภายในประเทศยังต้องกระตุ้นชีพจรตลอดเวลา
เพิ่มโจทย์ยากๆหินๆให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่เดินหน้าอัดฉีดมาตรการลด แลก แจก แถม กระตุ้นการใช้จ่ายภายในแล้วหลายรอบ
ทำข้อสอบแบบให้พอผ่านสถานการณ์เฉพาะหน้าไปเท่านั้น
และถึงขั้นที่มีการปรับ ครม.เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ขยับทีมรัฐมนตรีในสังกัด นายสมคิดได้โอกาสจัดทีมเศรษฐกิจใหม่ให้ลงล็อกถูกฝาถูกตัว
ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับสักเท่าไหร่
นั่นก็เพราะสภาพแท้จริงรัฐมนตรีทหารยังนั่งอยู่เต็ม ครม.
ที่แน่ๆตามคิวที่รออยู่ข้างหน้า สินค้าทางการเกษตรที่จะทยอยออกสู่ตลาดตามฤดูกาลทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา โดยสถานการณ์ที่มโนได้กับภาพของชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ แทรกแซงราคาจากภาวะตลาดโลกตกต่ำ
ซึ่งนั่นก็สวนทางกับภาวะ “ถังแตก” รัฐบาลมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณที่จะอุดหนุน
โดยสถานการณ์วุ่นๆก็จะพัฒนาไปถึงการเคลื่อนไหวของม็อบเกษตรกร
ถ้าไม่ควบคุมให้ดีก็พร้อมลามไปสมทบกับเงื่อนไขทางการเมือง
ตามท้องเรื่องที่กระแสจะไหลไปรวมกันเป็นคำตอบสุดท้าย ในการกดดัน “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.
เรียกร้องให้รัฐบาลทหาร คสช.คืนอำนาจเลือกตั้ง
เพื่อกู้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
ปลดล็อกเงื่อนไขแซงก์ชั่นจากนานาชาติ
ตามเงื่อนไขสถานการณ์ยังอาจจะคาบเกี่ยวไปถึงการที่ต้องมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งมาต้อนรับผู้นำระดับโลกที่จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีสำคัญของประเทศไทย
การเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ ในวงเล็บบรรยากาศพระราชพิธี
นี่คือ “ตัวแปร” ที่อาจทำให้โรดแม็ปต้องปรับตามสถานการณ์
โดยความเป็นไปในปี 2560 จึงถือเป็นห้วงเวลาวัดใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในจุดที่ต้องเผชิญความยากลำบากในการบริหารประเทศ ภายใต้เงื่อนไขที่หลายอย่างเพิ่งเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ประเทศไทยรอบ 70 ปี
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องไม่ลืมว่า ปี 2560 ก็ยังอยู่ในห้วงสถานการณ์อำนาจพิเศษ
พล.อ.ประยุทธ์ยังคงสถานะเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” เต็มขั้น
มาตรา 44 ยังทรงอิทธิพล
เป็นดาบสารพัดนึกที่งัดมาใช้ผ่าทางตันได้ทุกสถานการณ์.
“ทีมการเมือง”