ภัยสงกรานต์…ต้องระวัง“เด็ก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271278

ภัยสงกรานต์…ต้องระวัง“เด็ก”

ชนิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 1จมน้ำ 56 2อุบัติเหตุจราจร 25  3ตกจากที่สูง, ภัยสงกรานต์ต้องระวังเด็ก, ภัย, สงกรานต์, ต้อง, ระวัง, เด็ก

ภัยสงกรานต์…ต้องระวัง“เด็ก”ช่วงวันที่ 12-15 เมษายนเป็นช่วงวันที่เกิดขึ้นสูงสุด    โดยชนิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 1.จมน้ำ 56 %2.อุบัติเหตุจราจร 25 % 3.ตกจากที่สูง

     รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุโดยรวมที่นำไปสู่การเสียชีวิตในเด็ก 1-14 ปี ในช่วง 10 ปี พบว่า ในเดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเด็กสูงที่สุดและเมื่อพิจารณารายวันพบว่าช่วงวันที่ 12-15 เมษายนเป็นช่วงวันที่เกิดขึ้นสูงสุด

    โดยชนิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 1.จมน้ำ 56 %2.อุบัติเหตุจราจร 25 % 3.ตกจากที่สูง 8% และอื่นๆ เช่น ความรุนแรงและอุบัติเหตุไฟฟ้า 10%

ภัยสงกรานต์...ต้องระวัง“เด็ก”

     ในส่วนของการจมน้ำ เด็ก 4-12 ขวบจะจมน้ำในแหล่งน้ำใกล้บ้าน ในชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งพ่อแม่จะต้องตรวจสอบลูกหลานว่ามีทักษะในการเอาตัวรอดจากกรณีการจมน้ำหรือไม่ หากไม่มีจะต้องมีการกำกับดูแลเมื่อเด็กอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และต้องบอกให้เด็กรับรู้ล่วงหน้า รวมถึง ชุมชนต้องช่วยกันสอดส่องแหล่งน้ำ โดยเฉพาะจุดที่เป็นแหล่งให้เล่นน้ำได้จะต้องมีคนเฝ้าระวัง และมีป้ายคำเตือน  ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 5  ปีพ่อแม่ต้องดูแลใกล้ชิด

     นอกจากนี้ ปัจจุบันพบว่าในช่วงสงกรานต์จะมีการนำแหล่งน้ำเคลื่อนที่มาให้บริการประชาชน ซึ่งจะมีผูคนมาเล่นจำนวนมาก จะต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังคอยดูแลตลอดเวลาด้วย ที่สำคัญ พบว่า แหล่งน้ำชนิดนี้มีการติดตั้งและประกอบแบบไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก

     โดยลางไหลที่เป็นยางอัดลมสูงเกินทำให้เกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากที่สูงไม่ลงบนผิวน้ำ และกรณีลางสูงเกินในขณะที่ระดับน้ำด้านล่างตื้นเกิน ทำให้ผู้ที่ไหลลงมาเกิดกระดูกหัก

     ทั้งที่ มีกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยเรื่องเครื่องเล่นสวนสนุกและแหล่งน้ำเคลื่อนที่พ.ศ.2558แต่มีการละเลยมานาน อีกทั้ง แหล่งน้ำเคลื่อนที่ที่มีปาร์ตี้โฟมต้องมีการเดินสายไฟและเดินเครื่องตลอดเวลา แต่ไม่มีเครื่องตัดไฟ เกิดกรณีไฟดูด ไฟช็อตตามมา

    รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า  สำหรับอุบัติเหตุจราจร พบว่าในช่วง 7วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ จะมีเด็กเกิดอุบัติเหตุจราจรจากรถยนต์ทุกประเภทเกือบ 40 %  เสียชีวิต 36 คน ในจำนวนนี้ 16 คนเกิดจากรถยนต์ทุกประเภท  และ 62% ที่เสียชีวิตจากรถยนต์เกิดจากรถกะบะ คิดเป็น 10 คน

     เนื่องจากมีการโดยสารอยู่นอกโครงสร้างรถหรือนั่งที่กะบะ จึงไม่มีระบบยึดเหนี่ยวและโดยสารในรถไม่มีเข็มขัดนิรภัย และภัยจากปืนฉีดน้ำก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังในช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะปืนที่มีความแรง อัดแรงกระแทกโดยตรง ฉีดแล้วลำน้ำพุ่งได้ไกลเกิน 10 เมตร ลำน้ำพุ่งเป็นลำเดียว ไม่มีฝอย หากมีการฉีดใกล้ในระยะ 50 เซนติเมตรมีโอกาสบาดเจ็บที่ลูกตาได้

Leave a comment