ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271277
ระบบรัฐ….ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน
ระบบรัฐ….ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน “ผู้สูงวัยเป็นหลักชัยของสังคม”เป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สามารถดูแลตนเอง ดำรงชีวิตในประจำวันได้ 0 พวงชมพู ประเสริฐ 0
โดยจำนวนผู้สูงอายุไทยที่มีอยู่กว่า 10 ล้านคน แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มติดสังคม ติดบ้าน และติดเตียง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางระบบในการดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสุขภาพ
นโยบายรัฐบาลในการดูแลพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ในช่วงวัยสูงอายุ มีการกำหนดยุทธศาสตร์ 3 S ได้แก่ 1.Strong ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)รับผิดชอบ 2.Security ส่งเสริมความมันคงปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย(มท.) รับผิดชอบ 3.Social participation ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)รับผิดชอบ
ส่วนของยุทธศาสตร์แรก ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดสธ. กล่าวว่า เน้นมาตรการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่ยังไม่ป่วยให้มีพฤติกรรมสุขภาพดี การพัฒนาระบบบริการผู้สูงอายุที่เข้าถึงง่ายไร้รอยต่อจากสถานบริการสู่ชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจัดบริการสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ และมีคลินิกผู้สูงอายุในรพ. 120 เตียงขึ้นไป รวมทั้งการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว
ทั้งนี้ เมื่อปี 2558 กระทรวงสาธารณสุขตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวน 6,394,022 คน พบเป็นกลุ่มติดสังคมประมาณ 5 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง คือ กลุ่มติดบ้าน ติดเตียง ที่ต้องได้รับการบริการด้านสุขภาพและสังคม ประมาณ 1.3 ล้านคน
สธ.ได้ดำเนินงานโครงการพัฒนานระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ตำบล(Long Term Care) ซึ่งเป็นการจัดระบบดูแลที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน เป็นบริการเชิงรุกให้บริการถึงบ้าน เน้นการส่งเสริมสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุให้ได้รับการดูแลจากทีมสหวิชาชีพจากหน่วยงานปฐมภูมิอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
ที่สำคัญ มีการจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ(Care Giver) หลักสูตร 70 ชั่วโมง อาทิ การช่วยเหลือผู้สูงอายุเบื้องต้น การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและการใช้ยาในผู้สูงอายุ เป็นต้น เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ติดบ้าน ติดเตียง ตำบลละไม่น้อยกว่า 10 คน โดยจะเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ขณะนี้ได้อบรมไปแล้วทั่วประเทศประมาณ 5,000 คนและจะขยายให้ครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ ภายในปี 2561 นอกจากนี้ ส่งเสริมให้คนในครอบครัวผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงเป็นอาสาสมัครประจำครอบครัว(อสค.)เพื่อช่วยดูแลผู้สูงอายุให้ครอบคลุมและกลับมาถพึ่งตนเองได้
นอกจากนี้ รัฐบาลยังไดัจัดสรรงบประมาณพิเศษในการดูแลผู้สูงอายุ โดยในปีงบประมาณ 2559 อนุมัติ 600 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2560 จำนวน 900 ล้านบาท ให้หน่วยบริการ กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น เพื่อใช้บริหารและจัดสรรให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลโดยผู้ดูแลที่ผ่านการอบรม ช่วยเพิ่มคุณภาชีวิต ซึ่งในบางพื้นที่มีการกจัดตั้งเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
0 ศูนย์ต้นแบบดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร 0
ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการและผู้สูงอายุในชุมชน(Day Care Service) อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จัดเป็นศูนย์ต้นแบบในการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบครบวงจร โดยได้รับการสนับสนุนจากไจกา ประเทศญี่ปุ่น มีการสนับสนุนวิชาการและคัดเลือกผู้จัดการระบบดูลผู้สูงอายุ(Care Manager) บริหารปัญหาชุมชนด้วยชุมชน มีบุคลากรในการดูแลผู้สูงอายุกว่า 60 คน ช่วยเหลือผู้สูงอายุทั้ง 3 กลุ่ม ให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น จากติดเตียงให้เป็นติดบ้าน จากติดบ้านพัฒนาเป็นติดสังคม ซึ่งภายในศูนย์ฯจะมีกิจกรรมต่างๆ ออกเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่บ้าน ดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย อาหาร ยา การออกกำลังกาย เป็นต้น
ผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ทำให้เกิดนวัตกรรมในการดูแลผู้สูงอายุ 3 สิ่ง คือ 1.ผ้าอ้อมประหยัด เปลี่ยนรูปแบบเป็นตัดกางเกงให้พอดีกับผู้สุงอายุแล้วเปลี่ยนเฉพาะแผ่นผ้าอ้อม จากที่ต้องซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ตัวละ 20-30 บาท ซื้อเพียงแผ่นรองแผ่นละ10-15 บาท 2.รอกเพื่อสุขภาพ เป็นอุปกรณ์ช่วยผู้สูงอายุให้ขยับ ยืดเส้นได้หลายอิริยาบถ ป้องกันกล้ามเนื้ออ่อนแรง และ3.ตารางยามหัศจรรย์กันลืม เป็นปฏิทินเตือนการกินยาของผู้สูงอายุรายวันและรายสัปดาห์ ทำเป็นช่วงเวลากินยา โดยใช้สีสันและรูปภาพ ซึ่งได้รับความพึงพอใจจากผู้สูงอายุและครอบครัวอย่างมาก เตรียมขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ
————–
9 อาการภาวะซึมเศร้า
1.รู้สึกเบื่อหน่าย ผู้สูงอายุจะรู้สึกสนใจสิ่งต่างๆน้อยลงหรือหมดความสนใจ ไม่เบิกบาน หดหู่ ห่อหี่ยวหรือเซ็ง
2.รู้สึกเศร้า น้อยใจง่าย เศร้าโศกเสียใจง่าย ร้องไห้ง่ายและมักรู้สึกท้อใจ
3.พฤติกรรมการนอนเปลี่ยนแปลง นอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ ตื่นเข้ากว่าปกติหรืออาจนอนมากขึ้น หลบทั้งวันทั้งคืน นอนขี้เซา
4.พฤติกรรมการกินเปลี่ยนแปลง เบื่ออาหาร ไม่ค่อยหิว หรืออาจกินจุขึ้น ของที่เคยชอบกลับไม่อยากกิน หรือบางรายอาจอยากกินของที่ปกติไม่กิน
5.การเคลื่อนไหวของร่างกายเปลี่ยนแปลง เชื่องช้าลงหรือเคลื่อนไหวมากขึ้น กระวนกระวาย
6.กำลังกายเปลี่ยนแปลง อ่อนเพลียง่าย กำลังวังชาลดลง รู้สึกไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเดิม ไม่ค่อยมีแรง
7.ความรู้สึกต่อตนเองเปลี่ยนแปลง รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด หรือรู้สึกแย่กับตนเอง คิดว่าตนเองเป็นภาระของลูกหลาน ความภาคภูมิใจในตนเองลดลง
8.สมาธิและความจำบกพร่อง หลงลืมบ่อย โดยเฉพาะลืมเรื่องใหม่ๆ ใจลอย คิดไม่ค่อยออก มักลังเลหรือตัดสินใจผิดพลาด
9.ทำร้ายตัวเอง
ที่มา คู่มือการดูแลผู้สูงอายุ สูตรคลายเศร้า เล่ม 2






