น้อมรำลึกในหลวงร.9ที่ศูนย์ฯพิกุลทอง 22-30 ส.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/293529

น้อมรำลึกในหลวงร.9ที่ศูนย์ฯพิกุลทอง 22-30 ส.ค.นี้

น้อมรำลึกในหลวงร.9ที่ศูนย์ฯพิกุลทอง 22-30 ส.ค.นี้

 

                 พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ ภายใต้ชื่อ “ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์” ณ  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญในการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ซึ่งเป็น 1ใน 6 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริจัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่ศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทดลอง และพัฒนาการประกอบอาชีพของเกษตรกรในแต่ละภูมิภาค ซึ่งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้ทำหน้าที่พัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวให้สามารถใช้ทำการเกษตรได้ รวมทั้งแสวงหาแนวทางในการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ให้กับราษฎรได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้จนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยเหตุนี้จึงมีพระราชปณิธานที่จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาฯ รวมทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านต่างๆ ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนยิ่งขึ้นสืบไป

การจัดงาน ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ เป็นความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหา กรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 30 สิงหาคม 2560 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการจัดนิทรรศการ ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ เป็นการแสดงผลสำเร็จจากการพัฒนาฯ อาทิ ดิน น้ำ พืช สัตว์ ประมง ฯลฯ นิทรรศการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ผู้ผลิตพบผู้บริโภค และที่สำคัญยังมีการแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ระดับชั้นมัธยม ศึกษาตอนต้นของโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดแดนภาคใต้

โอกาสนี้ องคมนตรีได้มอบรางวัลเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะการประกวดกลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรตัวอย่าง
จำนวน 7 ราย พร้อมกับเยี่ยมชมนิทรรศการ และพบปะเกษตรกรที่มาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังได้ปลูกต้นราชพฤกษ์เป็นที่ระลึกอีกด้วย ปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ มีศูนย์สาขา รวม 5 ศูนย์ ได้แก่ โครงการสวนยางพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ สาธิตการปลูกยางพันธุ์ดีและการปลูกพืชแซมสวนยาง โครงการพัฒนาหมู่บ้านปีแนมูดอ สาธิตการจัดการดินและการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ การพัฒนาด้านการปรับปรุงดิน การปลูกพืช การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา และงานหัตถกรรม โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านโคกอิฐ-โคกในและยูโย เป็นการจัดการดินและน้ำในพื้นที่ดินเปรี้ยว เพื่อการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ และโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และมีผลสำเร็จจากการศึกษา วิจัยที่โดดเด่น จำนวน 17 เรื่อง อาทิ แกล้งดิน การปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกข้าวหอมกระดังงา การปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่พรุ การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ดินเปรี้ยว ฯลฯ

หลังจากนั้น คณะองคมนตรี ได้เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำบางนราอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามการดำเนินงานและรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมกับเยี่ยมและพบปะราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำบางนราอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำบางนรา ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม น้ำเปรี้ยว อย่างครบวงจร ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ทำการพัฒนาทั้งลุ่มน้ำ มีแม่น้ำบางนราเป็นแม่น้ำหลักของจังหวัดนราธิวาส พื้นที่ลุ่มน้ำทอดตัวขนานไปตามชายฝั่งทะเลตะวันออกยาว 60 กิโลเมตร พื้นที่รับน้ำ 1,383.79 ล้านลูกบาศก์เมตร แม่น้ำบางนราไหลผ่านอำเภอเมืองและอำเภอตากใบ ออกทะเลสองทาง ได้แก่ ไหลออกอ่าวไทยตรงปากแม่น้ำที่อำเภอเมืองนราธิวาส และไหลลงสู่แม่น้ำโก-ลก บริเวณอำเภอตากใบ เป็นเขตแดนระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย

นอกจากนี้ยังมีลำน้ำสาขาหลายสาย ได้แก่ คลองยะกัง คลองโต๊ะเจ๊ะ คลองจวบ และคลองสุไหงปาดี โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางนราฯ มีพื้นที่โครงการรวมประมาณ 141,044 ไร่ มีพื้นที่ที่สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานได้ 68,294 ไร่ ปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่เกษตรชลประทานไปเพียง 36,465 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ซึ่งจากการดำเนินงานโดยการก่อสร้างประตูระบายน้ำปิดกั้นปากแม่น้ำบางนรา 2 แห่ง ได้แก่ ประตูระบายน้ำบางนราตอนบนและประตูระบายน้ำบางนราตอนล่าง สามารถอำนวยประโยชน์ในการป้องกันน้ำเค็มไม่ให้ไหลเข้าไปในแม่น้ำบางนราและกักเก็บน้ำจืดไว้ใช้สำหรับการเกษตรและการอุปโภคบริโภค และบรรเทาอุทกภัยในยามน้ำหลาก นอกจากนี้ยังได้ก่อสร้างระบบชลประทานโดยการสูบน้ำและระบบชลประทานแบบอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก ในเขตพื้นที่ซึ่งสามารถส่งน้ำไปช่วยเหลือการเพาะปลูกได้ พร้อมก่อสร้างคลองและคูส่งน้ำในบริเวณพื้นที่ต่างๆ ที่เหมาะสม ส่วนงานระบบระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มมีน้ำท่วมขัง  มีการก่อสร้างคลองระบายน้ำพร้อมอาคารบังคับน้ำเพื่อช่วยปรับปรุงพื้นที่ให้สามารถใช้ทำการเกษตรได้

Leave a comment