ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/agricultural/293526
เตือน4จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา พร้อมรับมือ‘น้ำเหนือ’ทะลัก
เตือน4จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา พร้อมรับมือ‘น้ำเหนือ’ทะลัก
กรมชลฯ เตือน 4 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เร่งขนของขึ้นที่สูงพร้อมติดตามข่าวสารใกล้ชิด หลังมวลน้ำจากภาคเหนือกำลังมุ่งหน้าสู่ภาคกลาง หวั่นเขื่อนเจ้าพระยารับมือไม่ไหว ขณะที่หลายพื้นที่ภาคเหนือยังรับผลกระทบหนัก “แม่ฮ่องสอน”ถนนขาดหลายเส้นทาง ขณะ“ลำปาง”ทหารต้องเข้าช่วยอพยพสิ่งของ เผยเร่งเสนอแผนแก้น้ำท่วม-แล้งทั้งระบบทั่วประเทศ
นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 27 ส.ค.60 ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาต้องรับปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน เพิ่มขึ้นจากเดิม 37 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วินาที) ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยาสามารถรักษาการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนได้แค่อยู่ที่ 1,498 ลบ.ม./วินาที จึงจำเป็นต้องระบายเข้าสู่คลองต่างๆ ทางตะวันออกและตะวันตกอีก 2 ทางด้วย
ทั้งนี้ ระดับน้ำดังกล่าวจะทำให้ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนบริเวณ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท คาบเกี่ยวต่อเนื่องไปถึงจ.สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา จะมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามไปด้วย ดังนั้นบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกอาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำชลประทานจะได้รับผลกระทบ ขอให้เตรียมความพร้อมขนสิ่งของไว้ที่สูงไว้ก่อน และติดตามรับฟังการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าในระยะนี้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุก และมีฝนตกหนักบางพื้นที่โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
ทั้งนี้ เป็นอิทธิพลจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ส่วนพายุโซนร้อนปาข่า (PAKHAR) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะเคลื่อนไปทางเกาะไหหลำ ประเทศจีน ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย
ส่วนจ.ลำปางในวันเดียวกัน นายย้าย ฮาวคำฟู นายกเทศบาลตำบลปงยางคก อ.ห้างฉัตร ต้องเร่งนำเจ้าหน้าที่เข้าให้ให้การช่วยเหลือชาวบ้านจำ ม.6 บ้านข่วง ม.10 และบ้านปงเหนือ ม.8 ต.ปงยางคก ขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ไว้บนที่สูงหลังจากในพื้นที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้น้ำในลำห้วยแม่ตาลไหลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่ไร่นา เป็นบริเวณกว้างระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ถนนหลายเส้นรถไม่สามารถผ่านได้
ที่จ.นครสวรรค์ ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำท่วมผิวจราจรในทางหลวงหมายเลข 225 เกยไชย – ศรีมงคล ชี้ระดับน้ำบนผิวจราจร 42 ซม. รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ส่วนในทางหลวงหมายเลข 11 น้ำสาดเหนือ – หนองกลับ ระดับน้ำบนผิวจราจร 30 ซม. แขวงทางหลวงนครสวรรค์ที่ 2 ต้องติดตั้งป้ายเตือนน้ำท่วมและอำนวยความสะดวกการจราจร
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าขณะนี้ได้เร่งเสนอแผนงานแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ โดยกรมชลฯเดินหน้าแผนบูรณาการน้ำ 9 แผนงานป้องกันอุทกภัยลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างทั้งฝั่งตะวันตก-ฝั่งตะวันออก วงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ที่ผ่านเห็นชอบแล้วจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.)ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เช่น ฝั่งตะวันตก ขุดคลองสายใหม่บางบาล-บางไทร จะผันน้ำจากช่วงลำน้ำที่แคบที่สุด ก่อนเข้าเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา จะเป็นทางผันน้ำเลี่ยงเมือง ระยะทางยาว 23 กม. กว้าง 230 เมตร ดำเนินการปักหลักเขตแนวคลอง อีก6-7 เดือนข้างหน้า เนื้อที่ 3.6 พันไร่
โดยจะขออนุมัติ ครม.เปิดโครงการในกลางเดือนก.ย. เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี มีการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ เขื่อนพระนครศรีอยุธยา ทำหน้าที่ทดน้ำมาเข้าคลองบางบาล-บางไทร
ส่วนแผนน้ำฝั่งตะวันออก ขยายคลองชัยนาท-ป่าสัก ระยะทางยาว120กม.เริ่มปี2561 และ โครงการขุดคลองสายใหม่ ป่าสัก -อ่าวไทย 600 ลบ.ม.ยาว130 กม. รวมทั้งขุดคลองใหม่เป็นฟัดส์ไลด์เวอร์ชั่น เรียกว่าคลองเจ้าพระยาสอง ขนานวงแหวนขั้นที่3 จากก่อนจุดบรรจบแม่น้ำน้อยกับแม่น้ำเจ้าพระยาลงอ่าวไทย
สำหรับพื้นที่ภาคอีสาน จะมีการปรับโครงการป้องกันอุทกภัย-ภัยแล้ง วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท ระยะเร่งด่วนปี 2561-2562 มี 300 กว่าโครงการ ขณะที่ปัญหาเขื่อนลำตะคอง ที่มีน้ำไม่ถึง30% นั้น ในระยะ10ปีข้างหน้า จังหวัดเสนอโครงการเจาะอุโมงค์ผันน้ำจากเขื่อนป่าสัก -ลำตะคอง วงเงิน 4 พันล้านบาท โดยสามารถก่อสร้างได้ปี 2563
นอกจากนี้จะมีอุโมงค์เจาะรอดเขาดงพระยาเย็น กว้าง 3 เมตร ยาว 25 กม. ท่อส่งน้ำ 40 กว่ากม.สูบน้ำยกขึ้น พักที่อ่างหมวกเหล็ก และพัฒนาล้ำน้ำมูล ลำเชียงไกร วงเงิน 1.6 พันล้านบาท พัฒนาระบบชลประทานท้ายลำตะคอง ก่อนเข้าตัวเมืองโคราช เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอ.เมือง รวมทั้งยังได้เสนอแผนแก้น้ำท่วม-แล้ง จ.อุบลราชธานีทั้งระบบ และเดินหน้าโครงการผันน้ำ โขง- เลย- ชี -มูล ที่มีพื้นที่เกษตร ต้องการน้ำ 33ล้านไร่ วงเงิน 1.8 ล้านๆบาท ระยะยาว 20 ปี โดยจะดำเนินการเฟสแรก 1.69 ล้านไร่ วงเงิน 1.5 แสนล้าน ปลายปี 2562 จะเริ่มโครงการ โดยเน้นเติมน้ำ3 เขื่อน คือเขื่อนลำปาว และอุบลรัตน์ ห้วยหลวง
