เลาะรั้วเกษตร : เสียน้อยเสียยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/371140

281225166

เลาะรั้วเกษตร : เสียน้อยเสียยาก

วันศุกร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมื่อไม่กี่วันมานี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กฤษฎา บุญราช บ่นอยู่ว่ามาตรการช่วยเหลือชาวสวนยาง โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานของรัฐ ไปไม่ถึงไหน มีเพียงกรมชลประทานเท่านั้น ที่ดำเนินการอยู่ ถึงกระนั้นก็ใช้ยางพาราไปเพียง 1,129 ตันเท่านั้น จากเป้าหมายโครงการสูงถึง 150,000 ตัน

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อปี 2560 ครม. มีมติช่วยเหลือชาวสวนยางที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ หลายโครงการ ที่สำคัญคือ โครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ ประมาณ 80 ล้านบาท โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยางวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โครงการสนับสนุนสินเชื่อให้สถาบันเกษตรกรกู้เพื่อเป็นค่าลงทุน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า วงเงิน 5 พันล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท

โครงการที่เกี่ยวกับเงินกู้ทั้งหลาย ธ.ก.ส. รับไปดำเนินการ โดยรัฐบาลแบกรับภาระดอกเบี้ยในอัตรา 3% ที่เหลือ 0.5 – 1% ผู้กู้เป็นคนจ่าย

ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ตั้งท่าชงเรื่องเข้า ครม.ขอใช้งบประมาณกลางปี 2561 ช่วยเหลือชาวสวนยางเฉพาะผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือในการดำรงชีพ ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ ไร่ละ 1,500 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยอ้างว่าเป็นการบรรเทาปัญหาราคายางตกต่ำ แต่ยังไม่เห็นรัฐบาลว่าอย่างไร และเงียบๆ ไป… คงคิดได้ว่าวิธีการดังกล่าวไม่สามารถช่วยให้ราคายางกระเตื้องขึ้นมาได้

ส่วนโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ น่าจะเป็นโครงการที่ทำได้ง่ายที่สุด และสามารถทำให้ราคายางเป็นที่พอใจของเกษตรกรชาวสวนยางจริงๆ ไม่ใช่พ่อค้ายาง กลับไปไม่ถึงไหน

โครงการนี้ เปิดรับสมัครเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเข้าร่วมโครงการ โดย กยท. จะรับซื้อยางจากชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท. เพื่อขายให้กับหน่วยงานภาครัฐที่แจ้งปริมาณความต้องการใช้ยางในเบื้องต้น หน่วยงานที่ว่านี้ประกอบด้วย หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีระยะเวลาในการดำเนินโครงการตั้งแต่มกราคม – กันยายน 2561 โดยมีเป้าหมายการใช้ยาง 150,000 ตัน

รัฐมนตรีกฤษฎา แถลงว่า หน่วยงานต่างๆ รับมอบยางไปแล้วเพียง 1 พันตันเศษ ยังไม่ได้รับมอบอีกกว่า 4 หมื่นตัน รวมปริมาณยางในโครงการช่วง 9 เดือน ยังไม่ถึง 5 หมื่นตัน หรือยังไม่ถึง 1 ใน 3 ของเป้าหมาย

อันที่จริงถ้าใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมของการทำถนนทั่วประเทศ ปริมาณยาง 1.5 แสนตันนี้ อาจไม่พอด้วยซ้ำ ติดปัญหาอยู่นิดเดียวคือ กรมบัญชีกลาง กับกระทรวงคมนาคม กำหนดราคากลางถนนที่ทำจากยางพาราไว้สูงกว่าถนนที่ราดแอสฟัลต์ หรือยางมะตอย ถึง 30% นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงให้ไปกำหนดราคากลางมาใหม่

เรื่องนี้ กยท.ของ รักษาการผู้ว่าการ กยท. เยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ น่าจะชี้แจงได้ เพราะเท่าที่ทราบ การใช้ยางพาราผสมยางมะตอยราดถนนนั้น ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือเฉพาะ และต้องเพิ่มความยุ่งยากในการผสมมากกว่าการใช้ยางมะตอยเพียงอย่างเดียว อาจจะต้องมีการลงทุนที่มากกว่า แต่ถ้าคิดถึงอายุการใช้งาน และคุณสมบัติของถนนยางพาราแล้วคุ้มค่ากว่าถนนยางมะตอยมาก

ที่สำคัญคือ สามารถช่วยเหลือชาวสวนยางให้ขายยางได้ในราคาที่ไม่ต่ำเกินไป รัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณหลายหมื่น หลายพันล้านบาทช่วยชาวสวนยางอย่างที่ผ่านมา

สรุปคือ อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลยท่าน เงินงบประมาณที่เสียไปกับการช่วยเหลือเกษตรกรในโครงการต่างๆ มากกว่านี้มากมายนักยังเสียได้ อย่าให้เข้าตำรา “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” เลยนะขอรับ หรือว่าถนนยางพารา ไปขัดผลประโยชน์ใครหรือเปล่า….ก็ไม่รู้สินะ

แว่นขยาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s