ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/578879
- วันที่ 01 ก.พ. 2562 เวลา 12:45 น.

ออสเตรเลียเจอคลื่นความร้อนรุนแรงสุดตั้งแต่มีการบันทึกมา ส่วนสหรัฐหนาวยะเยือกทุบสถิติ ตายแล้ว 12 ราย ผลพวงโลกร้อน
สำนักอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียรายงานว่า หลายพื้นที่ทั่วประเทศเผชิญคลื่นความร้อนจัดอุณหภูมิสุงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ที่มีการบันทึกสถิติ ตลอดช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
รายงานระบุว่าอุณหภูมิโดยเฉลี่ยทั่วประเทศสูงเกินกว่า 35 องศาเซลเซียส นับตั้งแต่ที่มีการเริ่มบันทึกสถิติอากาศในปี 1910
ขณะที่พบว่าพื้นที่ในแถบตอนตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศพบอุณภูมิสูงถึงแตะระดับ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าเป็นอุณภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำลายสถิติทั้งในเรื่องของระยะเวลาที่ยาวนานและความร้อนในแต่ละวันด้วย โดยที่เมืองพอร์ทออกัสตา รัฐเซาท์ออสเตรเลียพบว่าเป็นจุดที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดของประเทศถึง 49.5 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 24 มกราคม
คลื่นความร้อนดังกล่าวได้สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เกิดไฟป่าหลายจุด สัตว์หลายชนิดได้รับผลกระทบ แม้แต่ปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำตายเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังรวมถึงสภาวะโลกร้อนด้วยที่ทำให้ออสเตรเลียมีอุณภูมิสูงขึ้นมากกว่า 1 องศาในช่วงไม่เกิน 100 ปีทีผ่านมา อีกทั้งพบว่าปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในเดือนมกราคมก็น้อยลงด้วยเช่นกัน
ด้านสหรัฐพบว่าปรากฎการณ์โพลาร์ วอร์เท็กซ์ ที่เคลื่อนตัวมาจากขั้วโลกเหนือมาแผ่ปกคลุมทั่วพื้นที่ยังแถบมิดเวสต์ของสหรัฐจนส่งผลให้หลายพื้นที่มีอุณหภูมติดลบทุบสถิติไม่แพ้กัน
รายงานว่าระบุว่ารัฐนิวยอร์กพบปริมาณหิมะตกหนักถึง 20 นิ้ว ควบคู่กับกระแสลมแรงอุณหภูมิติดลบ
จนส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศหนาวจัดแล้วอย่างน้อย 12 ราย ที่รัฐมิชิแกน ไอโอวา อินดีแอนา อิลลินอยส์ วิสคอนซิน และมินนิโซตา นับตั้งแต่ที่โพลาร์ วอร์เท็กซ์เริ่มแผ่ลงมาปกคลุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บางพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุดถึง – 45 องศาเซลเซียส เที่ยวบินกว่า 4,000 เที่ยวจากสนามบินชิคาโก โอแฮร์ ถูกยกเลิก
ทางการสั่งปิดโรงเรียน และหน่วยงานราชการ พร้อมออกคำเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน รวมถึงเลี่ยงการหลายใจลึกๆท่ามกลางอากาศเย็นจัดด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะฟรอส์ไบท์ หรือน้ำแข็งกัดผิวหนัง รวมถึงปอดที่อาจได้รับความเสียหายจากอุณหภูมิติดลบด้วย



